อย่าปล่อยให้เหม็น! แบไต๋ 5 วิธีทำให้ "รองเท้าแห้งไว" ลุยฝนชุ่มฉ่ำก็ยังรอดเชื้อรา
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/wo/0/ud/54/270185/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpgอย่าปล่อยให้เหม็น! แบไต๋ 5 วิธีทำให้ "รองเท้าแห้งไว" ลุยฝนชุ่มฉ่ำก็ยังรอดเชื้อรา

อย่าปล่อยให้เหม็น! แบไต๋ 5 วิธีทำให้ "รองเท้าแห้งไว" ลุยฝนชุ่มฉ่ำก็ยังรอดเชื้อรา

แชร์เรื่องนี้

เปิด 5 เคล็ดลับ "ทำให้รองเท้าแห้งไว" ดับกลิ่นอับชะงัก-ถนอมเนื้อผ้า หน้าฝนต้องรอด!

การเดินลุยฝนจนรองเท้าเปียกโชกนอกจากจะสร้างความรู้สึกเหนอะหนะไม่สบายเท้าแล้ว ความชื้นสะสมในรองเท้ายังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเชื้อราที่เท้า (น้ำกัดเท้า) ทำให้อาการปวดข้อรุนแรงขึ้นในผู้สูงอายุ และส่งผลให้รองเท้าส่งกลิ่นเหม็นอับรุนแรงจนเสียบุคลิกภาพ การรู้วิธีจัดการตากรองเท้าให้แห้งอย่างรวดเร็วและถูกวิธี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานรองเท้าคู่โปรดให้ยาวนานและปลอดภัยต่อสุขภาพเท้า

5 วิธีเนรมิตรองเท้าเปียกฝนให้แห้งไวทันใจ

1. สูตรเบสิก: ใช้กระดาษทิชชูหรือหนังสือพิมพ์เก่า

วิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดในการดูดซับความชื้นออกจากรองเท้า โดยให้นำกระดาษทิชชูแผ่นหนาหรือกระดาษหนังสือพิมพ์เก่ามาขยำเป็นก้อนกลม ๆ แล้วยัดเข้าไปด้านในรองเท้า (ข้อควรระวัง: ไม่ควรยัดแน่นจนเกินไป เพราะอาจทำให้รองเท้าเสียทรงได้)

จากนั้นให้ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อหุ้มพื้นผิวด้านนอกของรองเท้าไว้อีกชั้นหนึ่ง แนะนำให้เปลี่ยนกระดาษใหม่ทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้กระดาษคงประสิทธิภาพในการดูดซับน้ำได้สูงสุด โดยทั่วไปหลังจากผ่านไป 4-5 ชั่วโมง รองเท้าจะแห้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด วิธีนี้ปลอดภัยต่อรองเท้าทุกประเภท โดยเฉพาะ รองเท้าหนัง หรือ รองเท้าผ้าใบ เนื่องจากเป็นการแห้งโดยไม่ใช้ความร้อนสูง จึงไม่ทำลายเนื้อผ้าและกาว

2. ทางลัดด่วนจี๋: เป่าแห้งด้วยไดร์เป่าผม

สำหรับคนที่รีบใช้งานและต้องการให้รองเท้าแห้งทันที "ไดร์เป่าผม" คือตัวช่วยที่ดีเยี่ยม แต่เพื่อป้องกันไม่ให้รองเท้าพังเสียหาย มีข้อควรระวังดังนี้:

  • เปิดลมเย็นหรือความร้อนต่ำสุด: ความร้อนที่สูงเกินไปจะทำให้รองเท้าหนังแตกลายงา หรือทำให้กาวรองเท้าผ้าใบละลายจนทรงบิดเบี้ยวได้

  • เว้นระยะห่างพอดี: ควรจ่อไดร์ห่างจากรองเท้าประมาณ 10-15 เซนติเมตร และส่ายไดร์ไปมาให้ทั่ว อย่าจ่ออยู่ที่จุดเดียวนานเกินไป

  • หมายเหตุ: สำหรับรองเท้ากีฬาหรือรองเท้าที่ทำจากยาง สามารถเพิ่มความร้อนได้เล็กน้อยเพื่อให้แห้งไวขึ้น แต่หากเป็นรองเท้าหนังแท้หรือวัสดุที่บอบบาง ควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้

3. ตัวช่วยยุคใหม่: เครื่องเป่ารองเท้าระบบอัตโนมัติ

หากคุณต้องเดินทางลุยฝนบ่อย ๆ การลงทุนกับ "เครื่องอบรองเท้า" ขนาดพกพาถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ปล่อยอุณหภูมิที่พอเหมาะ ไม่ทำลายโครงสร้างและวัสดุของรองเท้า

วิธีใช้เพียงแค่ใส่แกนเป่าเข้าไปในรองเท้า เลือกโหมดและตั้งเวลาให้เหมาะสม (โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความเปียกชื้น) เครื่องนี้จะช่วยกระจายความร้อนให้แห้งทั่วถึงจากภายในสู่ภายนอก พร้อมทั้งมีระบบรังสี UV ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและระงับกลิ่นอับในตัว

4. สายธรรมชาติ: ผึ่งในที่ร่มที่มีลมโกรก

หากไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ การนำรองเท้าไปวางไว้ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกและมีแสงแดดรำไรคือวิธีที่ดีที่สุด การให้อากาศหมุนเวียนตามธรรมชาติจะช่วยให้น้ำระเหยไปเองโดยไม่ทำลายเนื้อวัสดุ

แนะนำให้หาที่แขวนรองเท้าเพื่อยกสูงขึ้นจากพื้น เพื่อให้อากาศสามารถไหลเวียนเข้าออกได้ทั้งด้านในและด้านนอกโถงรองเท้า ข้อห้ามเด็ดขาด: อย่าลืมว่าไม่ควรนำรองเท้าไปตากแดดจัดโดยตรงเป็นเวลานาน เพราะรังสี UV และความร้อนจากแดดจะทำให้สีรองเท้าซีดจาง และทำให้รองเท้าหนังแห้งกรอบจนแตกเสียหายได้

5. ภูมิปัญญาชาวบ้าน: ใช้เกลือแกงคั่วร้อน

เตรียมเกลือป่นหรือเกลือเม็ดที่มีอยู่ในครัวในปริมาณที่พอเหมาะกับรองเท้าทั้งสองข้าง นำเกลือไปคั่วบนกระทะด้วยไฟกลางจนเกลือเริ่มร้อน (ระวังอย่าให้ไหม้) จากนั้นตักเกลือร้อนใส่ลงในถุงผ้าขนาดเล็กหรือถุงเท้าสะอาด ๆ

ผูกปากถุงให้แน่นแล้วนำไปใส่ไว้ด้านในรองเท้า จัดวางให้ถุงเกลือกระจายตัวสัมผัสกับพื้นผิวด้านในให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เกลือคั่วร้อนจะทำหน้าที่ดูดความชื้นและไอระเหยของน้ำออกมารวดเร็ว หากรองเท้ายังชื้นอยู่ สามารถนำเกลือไปคั่วซ้ำแล้วนำมาใส่ใหม่จนกว่ารองเท้าจะแห้งสนิท

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :SOHA