
อย่าปล่อยให้เหม็น! แบไต๋ 5 วิธีทำให้ "รองเท้าแห้งไว" ลุยฝนชุ่มฉ่ำก็ยังรอดเชื้อรา
เปิด 5 เคล็ดลับ "ทำให้รองเท้าแห้งไว" ดับกลิ่นอับชะงัก-ถนอมเนื้อผ้า หน้าฝนต้องรอด!
การเดินลุยฝนจนรองเท้าเปียกโชกนอกจากจะสร้างความรู้สึกเหนอะหนะไม่สบายเท้าแล้ว ความชื้นสะสมในรองเท้ายังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเชื้อราที่เท้า (น้ำกัดเท้า) ทำให้อาการปวดข้อรุนแรงขึ้นในผู้สูงอายุ และส่งผลให้รองเท้าส่งกลิ่นเหม็นอับรุนแรงจนเสียบุคลิกภาพ การรู้วิธีจัดการตากรองเท้าให้แห้งอย่างรวดเร็วและถูกวิธี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานรองเท้าคู่โปรดให้ยาวนานและปลอดภัยต่อสุขภาพเท้า
5 วิธีเนรมิตรองเท้าเปียกฝนให้แห้งไวทันใจ
1. สูตรเบสิก: ใช้กระดาษทิชชูหรือหนังสือพิมพ์เก่า
วิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดในการดูดซับความชื้นออกจากรองเท้า โดยให้นำกระดาษทิชชูแผ่นหนาหรือกระดาษหนังสือพิมพ์เก่ามาขยำเป็นก้อนกลม ๆ แล้วยัดเข้าไปด้านในรองเท้า (ข้อควรระวัง: ไม่ควรยัดแน่นจนเกินไป เพราะอาจทำให้รองเท้าเสียทรงได้)
จากนั้นให้ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อหุ้มพื้นผิวด้านนอกของรองเท้าไว้อีกชั้นหนึ่ง แนะนำให้เปลี่ยนกระดาษใหม่ทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้กระดาษคงประสิทธิภาพในการดูดซับน้ำได้สูงสุด โดยทั่วไปหลังจากผ่านไป 4-5 ชั่วโมง รองเท้าจะแห้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด วิธีนี้ปลอดภัยต่อรองเท้าทุกประเภท โดยเฉพาะ รองเท้าหนัง หรือ รองเท้าผ้าใบ เนื่องจากเป็นการแห้งโดยไม่ใช้ความร้อนสูง จึงไม่ทำลายเนื้อผ้าและกาว
2. ทางลัดด่วนจี๋: เป่าแห้งด้วยไดร์เป่าผม
สำหรับคนที่รีบใช้งานและต้องการให้รองเท้าแห้งทันที "ไดร์เป่าผม" คือตัวช่วยที่ดีเยี่ยม แต่เพื่อป้องกันไม่ให้รองเท้าพังเสียหาย มีข้อควรระวังดังนี้:
-
เปิดลมเย็นหรือความร้อนต่ำสุด: ความร้อนที่สูงเกินไปจะทำให้รองเท้าหนังแตกลายงา หรือทำให้กาวรองเท้าผ้าใบละลายจนทรงบิดเบี้ยวได้
-
เว้นระยะห่างพอดี: ควรจ่อไดร์ห่างจากรองเท้าประมาณ 10-15 เซนติเมตร และส่ายไดร์ไปมาให้ทั่ว อย่าจ่ออยู่ที่จุดเดียวนานเกินไป
-
หมายเหตุ: สำหรับรองเท้ากีฬาหรือรองเท้าที่ทำจากยาง สามารถเพิ่มความร้อนได้เล็กน้อยเพื่อให้แห้งไวขึ้น แต่หากเป็นรองเท้าหนังแท้หรือวัสดุที่บอบบาง ควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้
3. ตัวช่วยยุคใหม่: เครื่องเป่ารองเท้าระบบอัตโนมัติ
หากคุณต้องเดินทางลุยฝนบ่อย ๆ การลงทุนกับ "เครื่องอบรองเท้า" ขนาดพกพาถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ปล่อยอุณหภูมิที่พอเหมาะ ไม่ทำลายโครงสร้างและวัสดุของรองเท้า
วิธีใช้เพียงแค่ใส่แกนเป่าเข้าไปในรองเท้า เลือกโหมดและตั้งเวลาให้เหมาะสม (โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความเปียกชื้น) เครื่องนี้จะช่วยกระจายความร้อนให้แห้งทั่วถึงจากภายในสู่ภายนอก พร้อมทั้งมีระบบรังสี UV ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและระงับกลิ่นอับในตัว
4. สายธรรมชาติ: ผึ่งในที่ร่มที่มีลมโกรก
หากไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ การนำรองเท้าไปวางไว้ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกและมีแสงแดดรำไรคือวิธีที่ดีที่สุด การให้อากาศหมุนเวียนตามธรรมชาติจะช่วยให้น้ำระเหยไปเองโดยไม่ทำลายเนื้อวัสดุ
แนะนำให้หาที่แขวนรองเท้าเพื่อยกสูงขึ้นจากพื้น เพื่อให้อากาศสามารถไหลเวียนเข้าออกได้ทั้งด้านในและด้านนอกโถงรองเท้า ข้อห้ามเด็ดขาด: อย่าลืมว่าไม่ควรนำรองเท้าไปตากแดดจัดโดยตรงเป็นเวลานาน เพราะรังสี UV และความร้อนจากแดดจะทำให้สีรองเท้าซีดจาง และทำให้รองเท้าหนังแห้งกรอบจนแตกเสียหายได้
5. ภูมิปัญญาชาวบ้าน: ใช้เกลือแกงคั่วร้อน
เตรียมเกลือป่นหรือเกลือเม็ดที่มีอยู่ในครัวในปริมาณที่พอเหมาะกับรองเท้าทั้งสองข้าง นำเกลือไปคั่วบนกระทะด้วยไฟกลางจนเกลือเริ่มร้อน (ระวังอย่าให้ไหม้) จากนั้นตักเกลือร้อนใส่ลงในถุงผ้าขนาดเล็กหรือถุงเท้าสะอาด ๆ
ผูกปากถุงให้แน่นแล้วนำไปใส่ไว้ด้านในรองเท้า จัดวางให้ถุงเกลือกระจายตัวสัมผัสกับพื้นผิวด้านในให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เกลือคั่วร้อนจะทำหน้าที่ดูดความชื้นและไอระเหยของน้ำออกมารวดเร็ว หากรองเท้ายังชื้นอยู่ สามารถนำเกลือไปคั่วซ้ำแล้วนำมาใส่ใหม่จนกว่ารองเท้าจะแห้งสนิท
- "หูส้นรองเท้า" มีไว้ทำไม? เผยประโยชน์สุดว้าว 4 ข้อ ไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่คิด!
- รู้ไว้ไม่เสียเซลฟ์! หมอเผยเคล็ดลับ 2 ข้อ ไม่ให้ "เท้าเหม็น" หลังเปียกฝน แห้งสนิทไร้กลิ่น

ขอขอบคุณ
ข้อมูล :SOHA