ใครควรเลี่ยง "มะเขือเทศ" คน 5 กลุ่มที่ต้องระวัง เสี่ยงเป็นโทษมากกว่าได้ประโยชน์
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการกินมะเขือเทศ แม้มีประโยชน์แต่บางคนต้องระวัง
มะเขือเทศ เป็นผักผลไม้ที่หลายคนคุ้นเคยและมักถูกยกให้เป็นอาหารสุขภาพ เพราะมีวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างไลโคปีน แต่ถึงจะมีประโยชน์มาก ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะกินได้แบบไม่จำกัด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวบางกลุ่ม หรือมีอาการไวต่ออาหารที่มีความเป็นกรด
ข้อมูลจากหน่วยงานด้านสุขภาพระบุว่า มะเขือเทศและผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศอาจกระตุ้นอาการไม่สบายในบางคน เช่น กรดไหลย้อน แสบร้อนกลางอก หรือปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมโพแทสเซียมในผู้ป่วยโรคไต ดังนั้น การกินมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์จึงควรดูสภาพร่างกายของตัวเองร่วมด้วย ไม่ใช่กินมากเพียงเพราะเชื่อว่าเป็นอาหารสุขภาพ
1. ผู้ที่เป็นกรดไหลย้อน หรือแสบร้อนกลางอกง่าย
มะเขือเทศมีความเป็นกรดตามธรรมชาติ จึงอาจกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนในบางคนได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเรอเปรี้ยว แสบร้อนกลางอก หรือแน่นหน้าอกหลังรับประทานอาหารเปรี้ยว อาหารที่ควรระวังเป็นพิเศษคือซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ ซุปมะเขือเทศ และซอสพาสต้าที่มีมะเขือเทศเข้มข้น
ทางที่ดีควรสังเกตอาการของตัวเอง หากกินแล้วมีอาการกำเริบบ่อย ควรลดปริมาณหรือหลีกเลี่ยงชั่วคราว โดยอาจเลือกกินอาหารที่มีความเป็นกรดต่ำกว่าแทน และหากมีอาการรุนแรงหรือเป็นต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุอย่างถูกต้อง
2. ผู้ป่วยโรคไตบางราย
มะเขือเทศมีโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ผู้ป่วยโรคไตบางระยะอาจขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกได้ไม่ดี โดยเฉพาะผู้ที่มีค่าโพแทสเซียมในเลือดสูง หรืออยู่ในระยะที่แพทย์แนะนำให้ควบคุมอาหารกลุ่มโพแทสเซียมสูง จึงควรจำกัดปริมาณมะเขือเทศตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยโรคไตทุกคนต้องงดมะเขือเทศทั้งหมด เพราะข้อมูลจาก National Kidney Foundation ระบุว่า ผู้ป่วยโรคไตระยะแรกหรือผู้ที่ปลูกถ่ายไตจำนวนมากอาจไม่จำเป็นต้องจำกัดมะเขือเทศ หากผลเลือดยังอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ประเด็นสำคัญคือควรดูผลตรวจและคำแนะนำเฉพาะบุคคล
3. ผู้ที่แพ้มะเขือเทศหรือไวต่อพืชกลุ่มไนต์เชด
มะเขือเทศจัดอยู่ในกลุ่มพืชไนต์เชด เช่นเดียวกับมันฝรั่ง พริก และมะเขือบางชนิด คนทั่วไปสามารถรับประทานได้ตามปกติ แต่บางคนอาจมีอาการแพ้หรือไวต่ออาหารกลุ่มนี้ เช่น คันปาก คันคอ ผื่น ลมพิษ ปวดท้อง ท้องเสีย หรือรู้สึกไม่สบายหลังรับประทาน
หากเคยมีอาการผิดปกติซ้ำ ๆ หลังกินมะเขือเทศ ควรหยุดรับประทานและปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะในกรณีที่มีผื่นลมพิษ หน้าบวม หายใจลำบาก หรืออาการแพ้รุนแรง เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแพ้อาหารที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

4. ผู้ที่กระเพาะอาหารไวต่ออาหารเปรี้ยว
แม้บางคนจะไม่ได้เป็นกรดไหลย้อนโดยตรง แต่ก็อาจมีอาการระคายกระเพาะหลังรับประทานมะเขือเทศ โดยเฉพาะเมื่อกินตอนท้องว่าง หรือกินในรูปแบบน้ำมะเขือเทศเข้มข้น อาการที่พบได้ เช่น จุกเสียด ปวดท้อง แสบท้อง หรือคลื่นไส้
กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องงดมะเขือเทศถาวรเสมอไป แต่อาจปรับวิธีกิน เช่น กินหลังอาหาร ไม่กินปริมาณมากในครั้งเดียว หรือเลือกกินมะเขือเทศที่ผ่านการปรุงร่วมกับอาหารอื่น เพื่อช่วยลดการระคายกระเพาะ
5. ผู้ที่ต้องควบคุมโซเดียมและน้ำตาล ควรระวังผลิตภัณฑ์มะเขือเทศแปรรูป
มะเขือเทศสดโดยทั่วไปมีพลังงานไม่สูงและเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะเขือเทศอาจมีโซเดียมและน้ำตาลสูง เช่น ซอสมะเขือเทศ ซุปกระป๋อง น้ำมะเขือเทศปรุงรส และซอสสำเร็จรูปต่าง ๆ ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง โรคไต หรือกำลังควบคุมน้ำหนักจึงควรอ่านฉลากก่อนเลือกซื้อ
หากต้องการกินมะเขือเทศให้ดีต่อสุขภาพ ควรเลือกมะเขือเทศสด หรือผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าโซเดียมต่ำและไม่เติมน้ำตาลมากเกินไป การปรุงอาหารเองจะช่วยควบคุมปริมาณเกลือ น้ำตาล และน้ำมันได้ดีกว่าการใช้ซอสสำเร็จรูปเป็นประจำ
กินมะเขือเทศอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์
สำหรับคนทั่วไป มะเขือเทศยังถือเป็นอาหารที่มีประโยชน์และสามารถกินได้เป็นประจำในปริมาณเหมาะสม โดยอาจกินเป็นผักเคียง ใส่ในสลัด ต้มซุป หรือปรุงร่วมกับอาหารจานหลัก หากไม่มีอาการผิดปกติหลังรับประทาน ก็ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยง
สิ่งสำคัญคือไม่ควรกินซ้ำในปริมาณมากจนเกินไป และควรรับประทานอาหารให้หลากหลายร่วมกับผักผลไม้ชนิดอื่น ๆ เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรใช้ผลตรวจสุขภาพและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก
สรุป: มะเขือเทศมีประโยชน์ แต่บางกลุ่มควรกินอย่างระวัง
โดยสรุป ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการกินมะเขือเทศ ได้แก่ ผู้ที่เป็นกรดไหลย้อน ผู้ป่วยโรคไตบางราย ผู้ที่แพ้มะเขือเทศ ผู้ที่กระเพาะไวต่ออาหารเปรี้ยว และผู้ที่ต้องควบคุมโซเดียมหรือน้ำตาลจากผลิตภัณฑ์แปรรูป มะเขือเทศไม่ใช่อาหารอันตรายสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่การกินให้เหมาะกับร่างกายของตัวเองจะช่วยให้ได้รับประโยชน์มากกว่าโทษ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)