ผ้าแบบไหนห้ามใช้ "น้ำยาปรับผ้านุ่ม" รู้ไว้ก่อนซัก ผ้าไม่พัง เสียของโดยไม่รู้ตัว

ผ้าแบบไหนห้ามใช้ "น้ำยาปรับผ้านุ่ม" รู้ไว้ก่อนซัก ผ้าไม่พัง เสียของโดยไม่รู้ตัว

ผ้าแบบไหนห้ามใช้ "น้ำยาปรับผ้านุ่ม" รู้ไว้ก่อนซัก ผ้าไม่พัง เสียของโดยไม่รู้ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผ้าประเภทไหนบ้าง? ที่ห้ามใช้กับ "น้ำยาปรับผ้านุ่ม" หลายคนซักผ้าทุกวันแต่ไม่เคยรู้

การซักผ้าให้หอมนุ่มฟูด้วย "น้ำยาปรับผ้านุ่ม" เป็นขั้นตอนโปรดของใครหลายคน แต่ทราบหรือไม่ว่าน้ำยาที่มีกลิ่นหอมนี้อาจกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายเนื้อผ้าบางชนิดให้พังเสียหายก่อนเวลาอันควร

ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์บริการระบุว่า น้ำยาปรับผ้านุ่มทำงานโดยการเคลือบสารเคมีลงบนเส้นใยเพื่อลดไฟฟ้าสถิตและทำให้ผ้านุ่มขึ้น แต่ชั้นฟิล์มที่เคลือบนี้เองที่เข้าไปอุดตันประสิทธิภาพการทำงานของผ้าเฉพาะทางบางประเภท

หากคุณไม่อยากให้เสื้อผ้าชุดโปรดเสื่อมสภาพเร็วเกินไป นี่คือกลุ่มประเภทเนื้อผ้าที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า "ห้าม" หรือควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มอย่างเด็ดขาด

iStockphoto

1. ชุดออกกำลังกายและผ้าไมโครไฟเบอร์

ชุดออกกำลังกายส่วนใหญ่มักทำจากผ้าใยสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติระบายอากาศและซับเหงื่อได้ดี น้ำยาปรับผ้านุ่มจะเข้าไปเคลือบอุดตันรูพรุนของเส้นใย ทำให้ผ้าสูญเสียความสามารถในการระบายเหงื่อ ส่งผลให้เหงื่อแห้งช้าและกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับฝังลึก

2. ผ้าขนหนู 

หลายคนเชื่อว่าการใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มจะทำให้ผ้าขนหนูนุ่มน่าสัมผัส แต่ในทางตรงกันข้าม สารเคมีที่เคลือบอยู่จะทำให้ผ้าขนหนู "ไม่ซับน้ำ" เนื่องจากชั้นไขมันจากน้ำยาจะไปลดประสิทธิภาพในการดูดซับของเส้นใยฝ้าย หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานจะสังเกตได้ว่าผ้าขนหนูเช็ดตัวไม่แห้งและเริ่มมีความกระด้าง

3. ชุดชั้นในและกางเกงรัดรูป

เนื้อผ้าที่มีส่วนผสมของยางยืด เช่น สแปนเด็กซ์ หรืออีลาสติน ซึ่งมักพบในชุดชั้นในและเลกกิ้ง จะถูกน้ำยาปรับผ้านุ่มเข้าไปกัดกร่อนความยืดหยุ่น ทำให้ผ้า "ย้วย" และเสียรูปทรงได้ง่ายกว่าปกติ

iStockphoto

4. ผ้ากันน้ำและเสื้อกันหนาวขนเป็ด

ผ้าที่มีการเคลือบสารกันน้ำ รวมถึงเสื้อกันหนาวขนเป็ด จะเสียหายอย่างหนักเมื่อสัมผัสน้ำยาปรับผ้านุ่ม เพราะสารเคมีจะไปทำลายโครงสร้างของขนเป็ดทำให้ไม่พองตัวและสูญเสียความสามารถในการกักเก็บความร้อน รวมถึงทำให้สารเคลือบกันน้ำหลุดลอกจนใช้งานไม่ได้ผล

5. ผ้าอ้อมผ้าและเสื้อผ้าเด็กอ่อน

กองส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ กรมอนามัย ให้ข้อมูลเตือนว่าผิวเด็กมีความบอบบางสูง สารเคมีและน้ำหอมที่ตกค้างจากน้ำยาปรับผ้านุ่มบนเนื้อผ้าอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือผื่นแพ้ได้ นอกจากนี้ในกรณีของผ้าอ้อมผ้า น้ำยาจะทำให้ประสิทธิภาพการซับปัสสาวะลดลงจนเกิดความอับชื้น

ดังนั้นก่อนซักผ้าทุกครั้งควรตรวจสอบป้ายสัญลักษณ์การดูแลรักษาผ้า หากมีสัญลักษณ์ห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้าให้ยาวนานที่สุด

แหล่งอ้างอิง

  1. กรมวิทยาศาสตร์บริการ: รายงานการศึกษาสารเคมีในน้ำยาปรับผ้านุ่มและผลกระทบต่อเส้นใยธรรมชาติ
  2. กรมอนามัย: ข้อควรระวังในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสำหรับเด็กและผู้มีผิวแพ้ง่าย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล