6 วิธีใช้แอร์ให้ประหยัดไฟที่สุด เปิดยังไงให้เย็นสบาย ทำตามได้ง่ายนิดเดียว
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
รวม 6 วิธีใช้แอร์ให้ประหยัดไฟที่สุด เปิดยังไงให้เย็นสบาย ค่าไฟไม่พุ่ง
แอร์ถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้าน หลายคนจึงมักกังวลเรื่องค่าไฟ โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนหรือบ้านที่ต้องเปิดแอร์ทุกวัน แต่รู้หรือไม่ว่า การใช้แอร์ให้ถูกวิธี สามารถช่วยลดค่าไฟได้จริง โดยไม่ต้องทนร้อนหรือปิดแอร์บ่อยๆ
ช่างแอร์หลายคนมักแนะนำเทคนิคง่ายๆ ที่คนทั่วไปอาจไม่รู้ วันนี้เรารวม วิธีใช้แอร์ให้ประหยัดไฟที่สุด มาให้ครบแบบเข้าใจง่าย ทำตามได้ทันที และเห็นผลในบิลค่าไฟแน่นอน
1. ตั้งอุณหภูมิ 26–27 องศา คือจุดที่ประหยัดไฟที่สุด
หลายคนชอบตั้งแอร์ที่ 22–24 องศา เพราะอยากให้เย็นเร็ว แต่ความจริงแล้ว การตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไป ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก และกินไฟมากขึ้น
- 26–27 องศา = ประหยัดไฟ และยังเย็นสบาย
- ลดอุณหภูมิลง 1 องศา = ค่าไฟเพิ่มประมาณ 5–10%
ทริค: หากรู้สึกไม่เย็นพอ ให้เปิดพัดลมช่วย จะเย็นเร็วขึ้นและประหยัดไฟกว่า
2. เปิดพัดลมพร้อมแอร์ ช่วยลดค่าไฟได้จริง
การเปิดพัดลมร่วมกับแอร์ จะช่วยกระจายความเย็นทั่วห้อง ทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก และช่วยให้สามารถตั้งอุณหภูมิสูงขึ้นได้ โดยยังรู้สึกเย็นเท่าเดิม
ข้อดี
- ห้องเย็นเร็วขึ้น
- แอร์ทำงานน้อยลง
- ช่วยลดค่าไฟในระยะยาว
3. หลีกเลี่ยงการเปิด-ปิดแอร์บ่อยๆ
หลายคนคิดว่า การปิดแอร์เมื่อออกจากห้องไม่นานจะช่วยประหยัดไฟ แต่จริงๆ แล้ว การเปิด-ปิดบ่อยๆ ทำให้คอมเพรสเซอร์ต้องเริ่มทำงานใหม่ ซึ่งใช้ไฟมากกว่าการเปิดต่อเนื่อง
- ออกจากห้องไม่เกิน 1 ชั่วโมง → ควรเปิดแอร์ต่อ
- ออกจากห้องนานหลายชั่วโมง → ควรปิดแอร์
4. ล้างแอร์ทุก 6 เดือน ช่วยลดค่าไฟได้
แอร์ที่สกปรกหรือมีฝุ่นสะสม จะทำให้ลมออกน้อยลง และต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการทำความเย็น
- ล้างแอร์เป็นประจำ = เย็นเร็วขึ้น
- ช่วยยืดอายุการใช้งาน
- ช่วยลดค่าไฟได้จริง
5. ปิดประตู หน้าต่าง และช่องลมให้สนิท
ความเย็นจากแอร์สามารถรั่วไหลออกไปได้ หากมีช่องว่างหรือเปิดประตูบ่อยๆ ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้น
- ปิดประตูให้สนิท
- ติดยางกันลมตามขอบประตู
- ใช้ม่านกันแดดในช่วงกลางวัน
6. เลือกโหมดแอร์ให้ถูกต้อง
แอร์ส่วนใหญ่มีหลายโหมด แต่หลายคนใช้เพียงโหมดเดียว ทั้งที่บางโหมดช่วยประหยัดไฟได้มากกว่า
- Cool Mode — เหมาะกับอากาศร้อนทั่วไป
- Dry Mode — เหมาะกับวันที่อากาศชื้น ฝนตก
- Fan Mode — ใช้เมื่ออากาศไม่ร้อนมาก
7. เลือกขนาด BTU ให้เหมาะกับห้อง
การเลือก BTU ที่เหมาะสมกับขนาดห้อง เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการประหยัดไฟ หากเล็กเกินไป แอร์จะทำงานหนัก แต่ถ้าใหญ่เกินไป ก็จะเปลืองไฟโดยไม่จำเป็น
ตัวอย่างขนาด BTU ที่เหมาะสม
- 15 – 20 ตารางเมตร → 9,000 BTU
- 20 – 25 ตารางเมตร → 12,000 BTU
- 30 – 35 ตารางเมตร → 18,000 BTU
- 35 – 45 ตารางเมตร → 24,000 BTU
สรุป: วิธีการใช้แอร์อย่างประหยัดที่สุด
- ตั้งอุณหภูมิ 26–27 องศา
- เปิดพัดลมช่วยกระจายลม
- ไม่เปิด-ปิดแอร์บ่อย
- ล้างแอร์ทุก 6 เดือน
- ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท
- เลือก BTU ให้เหมาะกับห้อง
หากทำตามวิธีใช้แอร์อย่างประหยัดเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดค่าไฟได้จริง และทำให้บ้านเย็นสบายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องบิลค่าไฟในแต่ละเดือน
อ่านเพิ่มเติม:
- ติดแอร์ห้องโถง 24,000 BTU หรือ ติดแอร์เล็ก 2 ตัว แบบไหนประหยัดไฟกว่ากัน?
- 6 วิธีใช้แอร์ให้ประหยัดไฟที่สุด เปิดยังไงให้เย็นสบาย ทำตามได้ง่ายนิดเดียว
- เปิดแอร์กี่องศา ประหยัดไฟที่สุด? คำตอบที่หลายบ้านอาจตั้งผิดมาตลอด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
