ไขข้อสงสัย ทำไมไม่ควรแช่แข็ง "ไข่ต้ม" ในช่องฟรีซ กูรูแนะวิธีเก็บที่ถูกต้อง

อย่าเพิ่งแช่แข็ง! ผู้เชี่ยวชาญเตือน "ไข่ต้ม" ไม่ควรเก็บในช่องฟรีซ พร้อมเผยเทคนิคถนอมอาหารที่ถูกต้อง
ไข่ต้มเป็นอาหารที่ทำง่ายและนำไปดัดแปลงได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นสลัด พะโล้ หรือรับประทานคู่กับน้ำพริก หลายครอบครัวจึงนิยมต้มไข่ทิ้งไว้ครั้งละมากๆ เพื่อความสะดวกในการหยิบมาใช้งาน อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่หลายคนสงสัยคือ หากต้องการเก็บไข่ต้มให้ได้นานขึ้น เราสามารถนำไป "แช่แข็ง" ในช่องฟรีซได้หรือไม่?
สมาคมอุตสาหกรรมไข่แห่งญี่ปุ่น (Japan Egg Industry Association) ได้ให้คำแนะนำอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ไม่แนะนำให้เก็บไข่ต้มด้วยการแช่แข็ง" เนื่องจากจะส่งผลเสียต่อเนื้อสัมผัสและรสชาติของไข่โดยตรง
ทำไมไข่ต้มถึงห้ามแช่แข็ง?
สาเหตุหลักที่ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำให้แช่แข็งไข่ต้ม เป็นเพราะโครงสร้างภายในของไข่ขาวประกอบด้วยน้ำเป็นจำนวนมาก เมื่อนำไปแช่แข็ง น้ำในไข่ขาวจะกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งและเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อภายในให้เสียหาย
เมื่อเรานำไข่ต้มที่แข็งมาละลาย (Thaw) น้ำที่เคยเป็นน้ำแข็งจะไหลออกมาจากช่องว่างที่เสียหาย ส่งผลให้ไข่ขาวมีลักษณะ "เป็นโพรง" หรือ "พรุนเหมือนฟองน้ำ" เนื้อสัมผัสจะเหนียว แข็ง และเสียความนุ่มนวลไปโดยสิ้นเชิง คล้ายกับกรณีของเต้าหู้ที่เมื่อผ่านการแช่แข็งแล้วเนื้อจะเปลี่ยนไปเป็นฟองน้ำนั่นเอง
iStockphoto
เคล็ดลับหากจำเป็นต้องแช่แข็งจริงๆ
อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ระบุว่าหากมีความจำเป็นต้องแช่แข็งไข่ต้มจริงๆ มีเทคนิคที่ช่วยลดความเสียหายได้ คือการ "แช่ไข่ต้มในน้ำเชื่อมที่มีความเข้มข้นสูง" ก่อนนำไปแช่แข็ง น้ำเชื่อมจะช่วยรักษาความสามารถในการอุ้มน้ำของไข่ขาวและลดการทำลายเนื้อเยื่อได้ แต่ข้อเสียคือไข่ต้มจะมีรสหวานนำ ซึ่งอาจไม่เหมาะกับเมนูอาหารคาวบางประเภท
สำหรับในกรณีของ "ไข่แดง" เพียงอย่างเดียว ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสามารถแช่แข็งได้โดยที่เนื้อสัมผัสไม่เสียหายเท่าไข่ขาว แต่ควรหลีกเลี่ยงการเก็บไว้นานเกินไปเพราะไข่แดงอาจแห้งเกินจนเสียรสชาติได้
สรุปแล้ว เพื่อให้ได้รับประทานไข่ต้มที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ควรต้มในปริมาณที่พอเหมาะและรับประทานให้หมดโดยเร็ว หรือเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น เพื่อรักษาเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุดเอาไว้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี