แมวมีเปลือกตากี่ชั้น? ไขความลับ "ตาแมว" ที่ทาสอาจไม่เคยรู้!

แมวมีเปลือกตากี่ชั้น? ไขความลับ "ตาแมว" ที่ทาสอาจไม่เคยรู้!

แมวมีเปลือกตากี่ชั้น? ไขความลับ "ตาแมว" ที่ทาสอาจไม่เคยรู้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เฉลยปริศนา แมวมีเปลือกตากี่ชั้นกันแน่? ทาสหลายคนอาจตอบไม่ถูก

ทาสแมวเคยสังเกตไหมครับ? เวลาเจ้าเหมียวกำลังสัปหงกหรือเพิ่งตื่นนอนใหม่ๆ บางทีเราจะเห็นแผ่นเนื้อเยื่อสีขาวๆ ชมพูๆ แอบโผล่ออกมาจากหัวตาแวบหนึ่ง แล้วก็หายวับไป!

หลายคนอาจจะตกใจว่า "เห้ย! ตาน้องเป็นอะไรหรือเปล่า?" แต่จริงๆ แล้วนั่นคือ "เปลือกตาชั้นที่สาม" อาวุธลับสุดเจ๋งที่ธรรมชาติมอบให้เหล่านักล่าตัวจิ๋วโดยเฉพาะ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโครงสร้างดวงตาสุดล้ำของเจ้าเหมียวกันครับว่า จริงๆ แล้วดวงตาหนึ่งข้างของเขามีเปลือกตากี่ชั้น และแต่ละชั้นทำหน้าที่สำคัญยังไงบ้าง

ไขคำตอบ แมวมีเปลือกตากี่ชั้นกันแน่?

สำหรับแมวแล้ว ธรรมชาติได้ออกแบบ "ระบบรักษาความปลอดภัย" มาให้แน่นหนากว่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับสัญชาตญาณนักล่าที่ต้องลุยไปในทุกที่ โดยดวงตาแต่ละข้างของแมวจะมีเปลือกตาประกอบกันถึง 3 ชั้น:

  • เปลือกตาบน (Upper Lid): ทำหน้าที่หลักในการเปิด-ปิดเพื่อรับแสง และเป็นด่านหน้าในการปกป้องลูกตาจากอันตรายภายนอก
  • เปลือกตาล่าง (Lower Lid): ทำงานสอดประสานกับเปลือกตาบน ช่วยในการกะพริบตาเพื่อทำความสะอาดดวงตาอย่างรวดเร็ว
  • เปลือกตาชั้นที่สาม (Third Eyelid): หรือเรียกสั้นๆ ว่า "Haw" (ฮอว์) เป็นเนื้อเยื่อพิเศษรูปสามเหลี่ยมที่ซ่อนอยู่บริเวณหัวตา ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้ดวงตาแมวแตกต่างจากดวงตามนุษย์อย่างสิ้นเชิง

เปลือกตาชั้นที่สามอยู่ตรงไหน?

คุณสามารถสังเกตเปลือกตาชั้นที่สามได้ที่ "บริเวณหัวตา" (มุมด้านในของดวงตา) ครับ โดยมันมีลักษณะเป็นแผ่นเนื้อเยื่อบางๆ รูปสามเหลี่ยม สีชมพูอ่อนหรือสีขาว

โดยปกติ เปลือกตาชั้นที่สามของแมวมักจะซ่อนตัวอยู่จนแทบมองไม่เห็น จะโผล่ออกมาให้เห็นบ้างเฉพาะตอนที่แมวเคลิ้มหลับหรือเพิ่งตื่นนอน แต่หากน้องแมวตื่นเต็มตาและกำลังทำกิจกรรมอยู่ แต่ยังเห็นแผ่นเนื้อเยื่อนี้โผล่ออกมาบดบังดวงตาอย่างชัดเจน นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าดวงตาอาจมีปัญหาหรือร่างกายกำลังเจ็บป่วย ซึ่งควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กทันทีครับ

หน้าที่สำคัญของ "เปลือกตาชั้นที่สาม" ของแมว

แม้จะดูเหมือนส่วนเกิน แต่เปลือกตาชั้นนี้คือ "อุปกรณ์ดูแลดวงตาแบบครบวงจร" ที่ขาดไม่ได้:

  • ที่ปัดน้ำฝน: ปัดกวาดเศษฝุ่นและสิ่งแปลกปลอมออกจากกระจกตา
  • กระจายความชื้น: ช่วยเคลือบน้ำตาให้ทั่วดวงตาและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีเยี่ยม
  • โรงงานน้ำตา: มีต่อมน้ำตาเสริมช่วยผลิตน้ำตาเพื่อชะล้างสิ่งสกปรก
  • ป้อมปราการภูมิคุ้มกัน: มีเนื้อเยื่อน้ำเหลืองคอยดักจับและทำลายเชื้อโรค (แบคทีเรีย/เชื้อรา)
  • เกราะกันกระแทก: ป้องกันกระจกตาไม่ให้ถูกกิ่งไม้หรือเหยื่อขีดข่วนขณะล่าหรือมุดพงหญ้า

ทำไมมนุษย์ถึงไม่มี?

ในขณะที่สัตว์ส่วนใหญ่มีเปลือกตานี้ไว้เพื่อเอาตัวรอด แต่มนุษย์เราได้วิวัฒนาการจนเหลือเพียงติ่งเนื้อเล็กๆ ที่หัวตาเท่านั้น เพราะเราไม่ได้ใช้หน้ามุดพงหญ้าหรือใช้ปากล่าเหยื่อเหมือนแมว ความจำเป็นในการมี "เกราะชั้นที่ 3" จึงลดน้อยลงไปตามกาลเวลา

สรุปแล้ว การที่เจ้าเหมียวมีเปลือกตาพิเศษถึง 3 ชั้น ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวิวัฒนาการที่น่าทึ่งเท่านั้น แต่มันคือการแสดงให้เห็นว่าดวงตาของพวกเขานั้นบอบบางและสำคัญแค่ไหน ดังนั้นการหมั่นสังเกต "มุมหัวตา" ของน้องแมวเป็นประจำจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย หากวันไหนเห็นเจ้าเปลือกตาชั้นที่สามนี้โผล่มาทักทายผิดเวลา ก็อย่าลืมรีบพาเจ้านายไปปรึกษาคุณหมอนะครับ เพื่อให้ดวงตาคู่สวยนั้นสดใสและอยู่จ้องหน้า (หรือจ้องจะกินขนม) กับเราไปนานๆ ครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก

  1. scientificamerican
  2. Catster
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล