กล้วยสุก vs กล้วยดิบ ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน?

กล้วยสุก vs กล้วยดิบ ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน?

กล้วยสุก vs กล้วยดิบ ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปรียบเทียบประโยชน์ ข้อดี ข้อเสีย และคำแนะนำการเลือกกินให้เหมาะกับสุขภาพ

กล้วย เป็นผลไม้ยอดนิยมของคนทั่วโลก หิวก็หยิบมากินได้ ท้องไส้ไม่สบายก็ช่วยบรรเทา อารมณ์ไม่ดีก็กินแล้วสดชื่นขึ้น แถมยังราคาถูก หาซื้อง่าย และมีให้กินตลอดทั้งปี แต่รู้หรือไม่ว่า กล้วยมี 2 แบบหลักๆ คือ กล้วยสุก และ กล้วยดิบ ซึ่งทั้งสองแบบต่างก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ก็มีข้อดีและข้อควรระวังแตกต่างกันไป

มาดูกันว่า กล้วยสุกกับกล้วยดิบ ต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่า

กล้วยสุก (Ripe Bananas)

กล้วยสุกเป็นกล้วยที่เราคุ้นเคยที่สุด มีสีเหลือง รสหวาน หาซื้อได้ง่าย และเป็นผลไม้ที่หลายคนเลือกกินแทนมื้ออาหาร โดยเฉพาะช่วงเร่งรีบ เพราะทั้งอิ่ม อร่อย และดีต่อสุขภาพ

ประโยชน์ของกล้วยสุก

  • ย่อยง่าย เพราะแป้งในกล้วยจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดี
  • มีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) สูง ช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างรวดเร็ว
  • อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัยและลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ

ข้อควรระวังของกล้วยสุก

  • เมื่อกล้วยสุกมากขึ้น อาจสูญเสียสารอาหารบางชนิด
  • มีปริมาณน้ำตาลสูง
  • ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หรือผู้ที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาล ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณ

กล้วยดิบ (Unripe Bananas)

กล้วยดิบหรือกล้วยเขียว มักไม่นิยมนำมากินสด เพราะมีรสฝาดและเนื้อแน่น จึงมักนำไปปรุงสุก เช่น ต้ม ผัด ทอด ทำกล้วยทอด กล้วยชิป หรืออาหารคาวต่างๆ

ประโยชน์ของกล้วยดิบ

  • มีแป้งดื้อ (Resistant Starch) สูง ซึ่งไม่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลง่าย
  • มีน้ำตาลต่ำ เหมาะกับผู้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม
  • ดีต่อระบบขับถ่ายและสุขภาพลำไส้ เพราะมีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์
  • ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น

ข้อควรระวังของกล้วยดิบ

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระน้อยกว่ากล้วยสุก
  • แป้งดื้อในปริมาณสูงอาจทำให้ท้องอืด แน่นท้อง หรือเกิดปัญหาระบบทางเดินอาหารในบางคน

สรุป: กล้วยสุกหรือกล้วยดิบ แบบไหนดีกว่ากัน?

ทั้ง กล้วยสุกและกล้วยดิบต่างก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพ การเลือกกินขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและเป้าหมายด้านสุขภาพของแต่ละคน หากต้องการพลังงานเร็ว ย่อยง่าย กล้วยสุกคือคำตอบ แต่หากต้องการควบคุมระดับน้ำตาล ดูแลลำไส้ และสุขภาพระยะยาว กล้วยดิบก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดสูง ควรหลีกเลี่ยงกล้วยสุก และเลือกกินกล้วยดิบในรูปแบบอาหารปรุงสุกแทน

นักโภชนาการแนะนำว่า ไม่ว่าจะเลือกกินกล้วยแบบไหน สิ่งสำคัญคือ ฟังร่างกายของตัวเอง และกินในปริมาณที่เหมาะสม เพียงเท่านี้ กล้วยก็จะเป็นผลไม้คู่สุขภาพที่ดีของคุณได้ทุกวัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล