เช็ก 2 พฤติกรรมต้องห้ามขณะงีบหลับที่คนวัย 50+ มักทำผิดโดยไม่รู้ตัว

เช็ก 2 พฤติกรรมต้องห้ามขณะงีบหลับที่คนวัย 50+ มักทำผิดโดยไม่รู้ตัว

เช็ก 2 พฤติกรรมต้องห้ามขณะงีบหลับที่คนวัย 50+ มักทำผิดโดยไม่รู้ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การงีบหลับในช่วงบ่ายเปรียบเสมือนการ "รีชาร์จ" พลังงานชั้นยอด โดยเฉพาะในกลุ่มวัยกลางคนและผู้สูงอายุ ผลการวิจัยยืนยันว่าการนอนพักในช่วงสั้นๆ ช่วยชดเชยการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอในตอนกลางคืน ช่วยให้อารมณ์ดี ความจำแม่นยำ และเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

แต่เหรียญมีสองด้าน! สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หากงีบหลับผิดวิธี แทนที่จะได้ประโยชน์อาจกลายเป็นโทษร้ายแรงต่อสุขภาพได้ มาเช็กกันว่าคุณกำลังงีบหลับแบบผิดๆ อยู่หรือไม่?

ประโยชน์ของการงีบหลับที่มากกว่าแค่การพักผ่อน 

การงีบหลับอย่างถูกวิธีช่วยลดความเหนื่อยล้าสะสม และคงความตื่นตัวได้ตลอดวัน นอกจากนี้ยังช่วย:

  • ป้องกันโรค: ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง

  • ฟื้นฟูสมอง: เพิ่มทักษะการเรียนรู้และความจำ

  • ลดความเครียด: ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและอารมณ์คงที่

งีบนานแค่ไหนถึงจะพอดี? (คำเตือนจากผลวิจัย)

ดร.ปาน เจ๋อ จากมหาวิทยาลัยการแพทย์กว่างซี ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 310,000 คน พบว่า การงีบหลับนานเกิน 1 ชั่วโมง มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตที่สูงขึ้น!

สูตรสำเร็จของการงีบ: ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า 20-30 นาที คือช่วงเวลาที่ "เพอร์เฟกต์" ที่สุด เพราะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวโดยไม่รบกวนวงจรการนอนหลับในตอนกลางคืน

2 พฤติกรรมต้องห้ามสำหรับวัย 50+ ขณะงีบหลับ

หากคุณอยู่ในวัย 50+ ควรเลิกทำ 2 สิ่งนี้ทันที:

  1. งีบทันทีหลังกินข้าว: การนอนทันทีทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง และยังเสี่ยงต่อภาวะสมองขาดออกซิเจนชั่วคราวเนื่องจากเลือดถูกส่งไปที่กระเพาะอาหารมากเกินไป

  2. นอนฟุบหรือนอนคว่ำหน้า: ท่านี้จะกดทับหน้าอก ดวงตา และกระดูกสันหลัง ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองลดลง ส่งผลเสียต่อระบบประสาทในระยะยาว

วิธีการงีบหลับให้สุขภาพดี (Step-by-Step)

  • รอเวลา: เว้นระยะห่างหลังมื้ออาหารประมาณ 20-30 นาที

  • ท่านอนที่ใช่: เลือกนอนหงายหรือเอนหลังเล็กน้อยในที่เงียบสงบ

  • คุมเวลา: ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่ไม่เกิน 30 นาที

การรักษากิจวัตรการงีบหลับที่เหมาะสม จะช่วยให้ร่างกายของวัย 50+ ฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่และลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล