10 ของกินใกล้ตัว กินมาทั้งชีวิต แต่ผิดวิธี เชื่อเลยหลายคนเพิ่งรู้

10 ของกินใกล้ตัว กินมาทั้งชีวิต แต่ผิดวิธี เชื่อเลยหลายคนเพิ่งรู้

10 ของกินใกล้ตัว กินมาทั้งชีวิต แต่ผิดวิธี เชื่อเลยหลายคนเพิ่งรู้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ของกินใกล้ตัว ที่กินผิดวิธีมาตลอดชีวิต รู้แล้วปรับนิดเดียว สุขภาพดีขึ้น

หลายคนกินอาหารแบบเดิมซ้ำๆ มาตั้งแต่เด็กจนโต โดยไม่เคยตั้งคำถามว่า “กินแบบนี้ถูกต้องหรือไม่” ความจริงแล้ว ของกินใกล้ตัวหลายอย่าง หากกินผิดวิธี อาจทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้น้อยลง หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ลองเช็กดูว่า คุณกำลังกินของเหล่านี้ผิดมาตลอดชีวิตหรือเปล่า

1. กล้วย กินตอนท้องว่างทันที

หลายคนเลือกกล้วยเป็นมื้อเช้าเพราะสะดวกและอิ่มท้อง แต่กล้วยมีน้ำตาลและแมกนีเซียมค่อนข้างสูง หากกินตอนท้องว่าง อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นเร็ว และรู้สึกอ่อนเพลียภายหลัง ควรกินร่วมกับอาหารอื่น เช่น โยเกิร์ต หรือธัญพืช จะช่วยให้สมดุลมากขึ้น

2. โยเกิร์ต กินหลังมื้อหนัก

โยเกิร์ตมีจุลินทรีย์ที่ดีต่อระบบลำไส้ แต่ถ้ากินหลังอาหารมื้อหนักหรืออาหารรสจัด กรดในกระเพาะอาจไปทำลายจุลินทรีย์ ทำให้ได้ประโยชน์ลดลง เวลาที่เหมาะสมคือกินระหว่างมื้อ หรือก่อนอาหารเล็กน้อย

3. ไข่ต้ม กินแต่ไข่ขาว

หลายคนเลี่ยงไข่แดงเพราะกลัวคอเลสเตอรอล แต่ความจริง ไข่แดงมีวิตามินและไขมันดีที่ร่างกายต้องการ การกินไข่ทั้งฟองในปริมาณเหมาะสม จะให้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนมากกว่า

4. ข้าวกล้อง เคี้ยวไม่ละเอียด

ข้าวกล้องมีใยอาหารสูง หากกินเร็วและเคี้ยวไม่ละเอียด อาจทำให้ท้องอืดหรือแน่นท้องได้ ควรเคี้ยวให้ละเอียดและกินช้าๆ จะช่วยให้ย่อยง่าย และดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น

5. ผักสด ราดน้ำสลัดหนักเกินไป

แม้ผักสดจะดีต่อสุขภาพ แต่การราดน้ำสลัดหวาน มัน หรือเค็มจัด อาจทำให้ได้รับน้ำตาลและไขมันมากเกินจำเป็น ควรเลือกน้ำสลัดแบบเบาๆ หรือราดเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ได้ประโยชน์จากผักอย่างแท้จริง

6. ผลไม้ กินหลังอาหารทันที

หลายคนกินผลไม้ทันทีหลังอาหารมื้อใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแน่นท้อง เพราะผลไม้ใช้เวลาย่อยต่างจากอาหารหลัก ควรกินผลไม้ก่อนอาหาร หรือเว้นช่วงหลังอาหารประมาณ 1–2 ชั่วโมง

7. ถั่วและธัญพืช กินแบบไม่แช่น้ำ

ถั่วบางชนิดมีสารที่ขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุ หากกินโดยไม่แช่น้ำหรือไม่ผ่านการเตรียมที่เหมาะสม ร่างกายอาจดูดซึมสารอาหารได้น้อยลง การแช่น้ำก่อนปรุงจะช่วยให้ย่อยง่ายขึ้น

8. ชา และกาแฟ ดื่มทันทีหลังอาหาร

การดื่มชา หรือกาแฟหลังอาหารทันที อาจรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็ก โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง ควรเว้นอย่างน้อย 30–60 นาที หลังมื้ออาหาร

9. น้ำผึ้ง ผสมน้ำร้อนจัด

น้ำผึ้งเป็นของดี แต่ความร้อนสูงอาจทำลายเอนไซม์และคุณค่าทางโภชนาการ ควรผสมน้ำผึ้งกับน้ำอุ่นแทน เพื่อคงประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

10. อาหารแช่เย็น อุ่นซ้ำหลายครั้ง

การอุ่นอาหารซ้ำหลายรอบ อาจทำให้สารอาหารลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ควรอุ่นเฉพาะปริมาณที่กินในแต่ละครั้ง

สรุป

ของกินหลายอย่างไม่ได้ผิดที่ตัวอาหาร แต่ผิดที่วิธีการกินและช่วงเวลา แค่ปรับพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากอาหารได้เต็มที่มากขึ้น และส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล