ตื่นมาตาสว่างตอนตี 3 บ่อยๆ? อย่าปล่อยผ่าน นี่คือ 4 สัญญาณอันตรายที่ร่างกายกำลังเตือนคุณ!

ตื่นมาตาสว่างตอนตี 3 บ่อยๆ? อย่าปล่อยผ่าน นี่คือ 4 สัญญาณอันตรายที่ร่างกายกำลังเตือนคุณ!

ตื่นมาตาสว่างตอนตี 3 บ่อยๆ? อย่าปล่อยผ่าน นี่คือ 4 สัญญาณอันตรายที่ร่างกายกำลังเตือนคุณ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หากร่างกายของคุณปลุกคุณให้ตื่นกลางดึกบ่อยๆ อย่าเพิกเฉย เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญให้คุณฟังร่างกายและดูแลสุขภาพของคุณอย่างทันท่วงที

หลายคนคงเคยประสบกับความรู้สึกคุ้นเคย คือตื่นขึ้นมากลางดึกประมาณตี 3-4 ด้วยอาการตาเบิกกว้าง พลิกตัวไปมา นอนไม่หลับอีกเลย ในตอนแรกหลายคนคิดว่าเป็นเพียงความผิดปกติของการนอนหลับชั่วคราว แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า หากอาการนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ได้

การตื่นนอนเวลาใดจึงถือว่าผิดปกติ?

ในทางการแพทย์ "การตื่นนอนแต่เช้า" ไม่ได้หมายถึงการตื่นเช้าเพื่อไปทำงานหรือออกกำลังกายเท่านั้น แต่หมายถึงภาวะที่บุคคลนั้นนอนหลับมาระยะหนึ่งแล้วตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างกระทันหันและไม่สามารถกลับไปนอนหลับได้อีก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณตื่นนอนบ่อยๆ ระหว่างเวลา 2.00 น. ถึง 4.00 น. โดยรู้สึกตื่นตัวเหมือนตอนเช้าและไม่สามารถกลับไปนอนหลับได้อีก นี่ถือเป็นการตื่นนอนเร็วผิดปกติ ผลที่ตามมาคือเวลานอนน้อยลง ทำให้เกิดความเหนื่อยล้า ง่วงนอนในเวลากลางวัน สมาธิลดลง และประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

หากอาการนี้ยังคงอยู่ ผู้ป่วยอาจมีอาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ความวิตกกังวล แน่นหน้าอก ปวดท้อง หรืออารมณ์แปรปรวน

แพทย์กล่าวว่า การตื่นนอนแต่เช้าตรู่หนึ่งหรือสองครั้งเป็นครั้งคราว อาจเป็นเพียงปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาตามปกติ อย่างไรก็ตาม หากเกิดขึ้นสามครั้งขึ้นไปต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งเดือน และมีอาการอ่อนเพลีย ความจำเสื่อม และซึมเศร้าร่วมด้วย ก็จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

โดยทั่วไปแล้ว การตื่นนอนแต่เช้ามักเกี่ยวข้องกับโรคสี่กลุ่มหลักๆ ดังนี้

1. โรคหัวใจและหลอดเลือด

ในผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ การตีบของหลอดเลือดอาจทำให้ความดันโลหิตและการไหลเวียนของหัวใจเปลี่ยนแปลงในเวลากลางคืน ส่งผลให้เกิดภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกและทำให้ผู้ป่วยตื่นขึ้นมา

สำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจล้มเหลว เมื่อนอนราบเพื่อหลับ เลือดจะไหลไปที่ปอดมากขึ้น ทำให้หายใจไม่ออกและหายใจลำบาก ส่งผลให้ตื่นขึ้นมากลางดึกได้ง่าย

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากคุณตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเจ็บหน้าอกและหายใจไม่ออก ควรนั่งตัวตรงหรือยกส่วนบนของร่างกายให้สูงขึ้นเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น และควรคลายเสื้อผ้าให้หลวมลง หากอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรโทรแจ้งหน่วยฉุกเฉินทันที

2. ความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือด

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดควบคุมได้ไม่ดี มักจะตื่นกลางดึกบ่อย น้ำตาลในเลือดสูงทำให้ไตขับน้ำตาลออกมาทางปัสสาวะมากขึ้น ส่งผลให้ปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน ในขณะเดียวกัน ความกระหายน้ำก็รบกวนการนอนหลับด้วยเช่นกัน

เพื่อปรับปรุงอาการ ผู้ป่วยจำเป็นต้องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ปรับเปลี่ยนอาหารและยาตามคำแนะนำของแพทย์ และจำกัดการดื่มน้ำหรือการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงก่อน

3. โรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล

การตื่นนอนแต่เช้าถือเป็นอาการทั่วไปอย่างหนึ่งของภาวะซึมเศร้า ผู้ป่วยมักจะตื่นนอนเร็วกว่าปกติ 1-2 ชั่วโมง แล้วไม่สามารถกลับไปนอนหลับได้อีก พร้อมกับความรู้สึกหดหู่ เศร้า และหมดความสนใจในกิจกรรมที่เคยทำเป็นประจำ


นักจิตวิทยาแนะนำว่า เมื่อตื่นขึ้นมากลางดึก คุณไม่ควรดูนาฬิกาหรือใช้โทรศัพท์ เพราะอาจทำให้ความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นได้ ควรลองหายใจลึกๆ และผ่อนคลายร่างกายแทน หากอารมณ์ด้านลบยังคงอยู่ ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

4. ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูงและวัยหมดประจำเดือน

ผู้ที่มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูงจะมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์สูง ทำให้ร่างกาย "ถูกกระตุ้น" อยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกตอนกลางคืน และตื่นเช้า

ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนจะประสบกับความผิดปกติของการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย อาการร้อนวูบวาบ และเหงื่อออกตอนกลางคืน ซึ่งอาจรบกวนการนอนหลับได้ เนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน

สำหรับทั้งสองกลุ่มนี้ การรักษาด้วยฮอร์โมนที่เหมาะสม การรักษาอุณหภูมิห้องขณะนอนหลับให้เย็นสบาย การสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้มีสุขภาพดี จะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น

ฉันจะทำอย่างไรเพื่อลดปัญหาการตื่นนอนแต่เช้า?

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากตื่นนอนแต่เช้าบ่อยๆ ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ นอกจากนี้ นิสัยง่ายๆ บางอย่างก็ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นได้:

เพิ่มระยะเวลาการสัมผัสแสงแดดในระหว่างวัน โดยเฉพาะช่วงบ่าย เพื่อช่วยปรับสมดุลจังหวะการนอนหลับของคุณ

ออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เดิน โยคะ หรือไทชิ หลีกเลี่ยงการงีบหลับนานเกินไป หรือหลังบ่าย 3 โมง

ควรจัดห้องนอนให้มืดและเงียบ โดยมีอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 24-26 องศาเซลเซียส

รักษาระยะเวลาการนอนหลับและการตื่นให้สม่ำเสมอ และเข้านอนก่อน 23.00 น.

เมื่อคุณตื่นขึ้นมากลางดึก ควรหลีกเลี่ยงการพลิกตัวไปมาหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายตื่นตัวมากขึ้น

การนอนหลับไม่ใช่แค่เวลาพักผ่อน แต่ยังเป็น "ตัวชี้วัด" สุขภาพอีกด้วย หากร่างกายของคุณปลุกคุณขึ้นมากลางดึกบ่อยๆ อย่าเพิกเฉย เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญให้คุณใส่ใจและดูแลสุขภาพของคุณในเวลาที่เหมาะสม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล