10 สิ่งในบ้านที่ "ห้าม" ล้างด้วยน้ำส้มสายชู หยุดทันทีถ้าไม่อยากเสียเงินซ่อม!

10 สิ่งที่ไม่ควรทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชู เสี่ยงพังเสียหายถาวร
น้ำส้มสายชูเป็นสารทำความสะอาดสารพัดประโยชน์ที่หลายบ้านนิยมใช้ แต่เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นกรด การนำไปใช้ผิดที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่าผลดี
โดยในบทความนี้จะพาไปดูสิ่งของที่คุณควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำส้มสายชูทำความสะอาด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สินในบ้านของคุณ
10 สิ่งที่ไม่ควรทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชู
1. ของทุกอย่างที่มีส่วนผสมของน้ำยาฟอกขาว
นี่คือข้อที่สำคัญที่สุดในเรื่องความปลอดภัย เพราะเมื่อน้ำส้มสายชูที่มีฤทธิ์เป็นกรดมาผสมกับน้ำยาฟอกขาวที่มีส่วนประกอบของคลอรีน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่รุนแรงและปล่อย "ก๊าซคลอรีน" ออกมา ก๊าซชนิดนี้มีอันตรายถึงชีวิตหากสูดดมเข้าไป เพราะจะเข้าทำลายระบบทางเดินหายใจ ดวงตา และผิวหนังอย่างรุนแรง ดังนั้นห้ามผสมน้ำยาทั้งสองชนิดนี้เข้าด้วยกันหรือใช้ต่อเนื่องกันในพื้นที่ที่อากาศไม่ถ่ายเทเด็ดขาด
2. หินธรรมชาติ เช่น หินอ่อน หินแกรนิต และหินชนวน
ความสวยงามของหินธรรมชาติมักมาพร้อมกับความเปราะบางต่อสารเคมี โดยเฉพาะกรดในน้ำส้มสายชูที่จะเข้าไปกัดกร่อนผิวหินจนเกิดรอยบุ๋มหรือรอยขรุขระ นอกจากนี้ยังทำลายความเงางามทำให้ผิวหินดูหมองคล้ำ ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์ครัว พื้น หรือผนังห้องน้ำ หากใช้ไปนานๆ กรดจะค่อยๆ ละลายเนื้อหินจนเสียหายถาวรซึ่งยากต่อการซ่อมแซมให้กลับมาเงางามดังเดิม
3. ยาแนวกระเบื้อง
ร่องยาแนวที่อยู่ตามซอกกระเบื้องมักมีความเป็นรูพรุนสูง หากคุณใช้น้ำส้มสายชูทำความสะอาดโดยเฉพาะในจุดที่ไม่ได้เคลือบสารกันซึมหรือมียาแนวที่ชำรุดอยู่แล้ว กรดจะเข้าไปกัดกินและทำให้เนื้อยาแนวหลุดล่อนหรือบางลงเรื่อยๆ การใช้กรดทำความสะอาดบ่อยครั้งจะทำให้โครงสร้างของยาแนวอ่อนแอลงและเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็น การเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีค่าเป็นกลางจึงเป็นทางเลือกที่ถนอมบ้านมากกว่า
4. สแตนเลส
แม้สแตนเลสจะขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน แต่มันไม่ได้ทนต่อกรดเสมอไป การปล่อยให้น้ำส้มสายชูสัมผัสกับพื้นผิวสแตนเลสเป็นเวลานาน เช่น บนใบมีด เครื่องครัว หรือพื้นผิวเครื่องใช้ไฟฟ้า จะส่งผลให้เกิดการกัดกร่อนจนเป็นจุดรอยด่าง หรือทำให้ผิวโลหะเกิดรอยบุ๋มเล็กๆ ซึ่งทำลายทั้งความสวยงามและคุณสมบัติในการป้องกันสนิมของตัวสแตนเลสเอง
5. ไม้ที่เคลือบแว็กซ์หรือไม้ที่ไม่ได้ทำสี
ไม้ที่ผ่านการเคลือบแว็กซ์ หรือไม้ดิบที่ไม่ได้มีการทำสีป้องกันผิว จะมีความอ่อนไหวต่อสารเคมีสูงมาก การใช้น้ำส้มสายชูแบบเข้มข้นจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับผิวไม้ทำให้สีของไม้เกิดการเปลี่ยนไปหรือซีดจางลงอย่างเห็นได้ชัด หากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ควรมีการเจือจางน้ำส้มสายชูกับน้ำเปล่าในปริมาณที่มากพอ หรือเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ออกแบบมาเพื่อรักษาเนื้อไม้โดยเฉพาะจะดีที่สุด
6. เครื่องครัวเหล็กหล่อ
หัวใจสำคัญของกระทะเหล็กหล่อคือชั้นฟิล์มน้ำมันที่เคลือบอยู่ ซึ่งช่วยให้ทำอาหารได้โดยไม่ติดกระทะและป้องกันสนิม แต่น้ำส้มสายชูที่มีฤทธิ์เป็นกรดจะเข้าไปทำลายชั้นเคลือบนี้ให้หลุดออกไป และหากปล่อยให้สัมผัสกันเป็นเวลานาน กรดจะเริ่มกัดลึกลงไปถึงเนื้อเหล็กจนทำให้ผิวเหล็กขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำอาหารของเครื่องครัวราคาแพงของคุณเสียไป
7. หน้าจออิเล็กทรอนิกส์
หน้าจอสมัยใหม่ไม่ว่าจะเป็นทีวี สมาร์ทโฟน หรือจอคอมพิวเตอร์ มักมีการเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนเอาไว้ที่ผิวหน้า น้ำส้มสายชูรวมถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของกรดจะเข้าไปทำลายสารเคลือบเหล่านี้อย่างถาวร ส่งผลให้หน้าจอเกิดคราบด่าง ประสิทธิภาพการมองเห็นลดลง และในกรณีของหน้าจอสัมผัส อาจทำให้การตอบสนองของเซนเซอร์แย่ลงอีกด้วย
8. ขอบยางและท่อส่งน้ำ
ส่วนประกอบที่เป็นยางในเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ซีลยางประตูเครื่องซักผ้า ยางขอบตู้เย็น หรือท่อน้ำทิ้งในเครื่องล้างจาน มีโอกาสเสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อเจอกับน้ำส้มสายชูบ่อยครั้ง กรดจะทำให้ยางสูญเสียความยืดหยุ่น เริ่มแข็งตัว แตกร้าว หรือเปื่อยยุ่ยจนสุดท้ายจะนำไปสู่ปัญหาการรั่วซึมของน้ำหรือลมเย็น ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าหรือโครงสร้างบ้านตามมาได้
9. เตารีดผ้า
ภายในเตารีดจะมีถังพักน้ำและชิ้นส่วนโลหะที่ซับซ้อน การใส่น้ำส้มสายชูลงไปเพื่อล้างตะกรันตามความเชื่อเก่าๆ อาจเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะกรดจะเข้าไปกัดกร่อนสารเคลือบป้องกันภายในถังพักน้ำและทำลายชิ้นส่วนโลหะจนพังเสียหายถาวร ก่อนจะทำความสะอาดเตารีดด้วยวิธีใดๆ ควรตรวจสอบคู่มือการใช้งานเสมอ เพราะเตารีดหลายรุ่นมีฟังก์ชันทำความสะอาดตัวเองที่ใช้เพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น
10. รอยสิ่งปฏิกูลของสัตว์เลี้ยง
การใช้น้ำส้มสายชูเช็ดรอยฉี่หรืออึของสัตว์เลี้ยงบนพรมหรือเฟอร์นิเจอร์อาจส่งผลตรงข้ามกับที่คิด เนื่องจากน้ำส้มสายชูมีกลิ่นฉุนที่แรงมาก สัตว์เลี้ยงจะมองว่ากลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่มาท้าทายอาณาเขตเดิมของมัน และจะกระตุ้นสัญชาตญาณให้พวกมันกลับมา "ฉี่ซ้ำที่เดิม" เพื่อกลบกลิ่นน้ำส้มสายชูและย้ำเครื่องหมายของตัวเอง ทางออกที่ดีกว่าคือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอ็นไซม์ช่วยย่อยสลายคราบและกลิ่นในระดับโมเลกุล เพื่อให้กลิ่นหายไปจริงๆ ในความรู้สึกของสัตว์เลี้ยง
สรุปข้อควรระวังในการใช้น้ำส้มสายชู
แม้น้ำส้มสายชูจะมีประโยชน์ในการทำความสะอาดหลายด้าน แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้กับวัสดุธรรมชาติ โลหะบางชนิด และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้เหมาะสมกับพื้นผิวจะช่วยรักษาอายุการใช้งานของสิ่งของในบ้านให้ยาวนานและปลอดภัยที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
