สายฉีดชำระรั่วบ่อย แก้ยังไงดี? เช็ก 5 จุดเสี่ยงที่คนมองข้าม
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
สายฉีดชำระรั่วบ่อย แก้ยังไงดี? เช็กให้ตรงจุดก่อนปัญหาบานปลาย
สายชำระเป็นอุปกรณ์เล็กๆ ในห้องน้ำที่หลายคนมองข้าม แต่ถ้าเกิด รั่วซึม หรือแตก ขึ้นมาเมื่อไร นอกจากจะทำให้น้ำขังพื้นห้องน้ำแล้ว ยังอาจสร้างความเสียหายกับผนัง พื้น และค่าน้ำแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย บทความนี้จะพาไปเช็กสาเหตุยอดฮิต พร้อมวิธีแก้ไขที่ทำเองได้ ก่อนต้องควักเงินเรียกช่าง
สายฉีดชำระรั่วบ่อย เกิดจากสาเหตุอะไร?
- ยางโอริงเสื่อม ใช้งานนาน เจอน้ำแรงบ่อย ทำให้ยางแข็ง แตก หรือหดตัว
- ข้อต่อหลวม จากการหมุนเปิด-ปิดหรือการติดตั้งที่ไม่แน่นตั้งแต่แรก
- สายชำระคุณภาพต่ำ วัสดุบาง ทนแรงดันน้ำไม่ไหว
- แรงดันน้ำสูงเกินไป ทำให้สายรับแรงไม่ไหวและเกิดรอยรั่ว
- หัวฉีดค้าง น้ำไหลตลอดเวลาแม้ไม่ได้กดใช้งาน
วิธีแก้สายฉีดชำระรั่วแบบง่ายๆ ทำเองได้
1. ปิดวาล์วน้ำก่อนทุกครั้ง
ก่อนเริ่มแก้ไข ต้องปิดวาล์วน้ำที่ต่อเข้ากับสายชำระเพื่อป้องกันน้ำพุ่งหรือรั่วซ้ำ
2. เช็กและเปลี่ยนยางโอริง
ถอดสายชำระออกมาแล้วดูยางด้านใน หากแข็ง แตก หรือบวม ควรเปลี่ยนใหม่ทันที ราคาถูกแต่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด
3. ขันข้อต่อให้แน่นพอดี
ใช้มือหรือประแจขันให้แน่น แต่ไม่ควรแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้เกลียวแตกหรือยางเสียหาย
4. เปลี่ยนสายชำระใหม่ทั้งชุด
หากพบว่ามีรอยปริ แตก หรือเป็นสนิม แนะนำให้เปลี่ยนใหม่ทั้งเส้น เลือกแบบที่มีฉลากรับแรงดันน้ำสูง จะใช้งานได้นานกว่า
5. ติดตั้งวาล์วลดแรงดันน้ำ
สำหรับบ้านที่แรงดันน้ำสูง การติดวาล์วช่วยลดแรงดัน จะช่วยยืดอายุสายชำระและอุปกรณ์อื่นในห้องน้ำได้
ปล่อยสายชำระรั่วไว้อันตรายแค่ไหน?
- พื้นห้องน้ำเปียก ลื่น เสี่ยงล้ม
- ผนังและพื้นดูดซึมน้ำ เกิดเชื้อรา
- ค่าน้ำเพิ่มโดยไม่รู้ตัว
- อาจรั่วหนักจนท่อแตก น้ำท่วมบ้าน
เคล็ดลับดูแลสายชำระให้ไม่รั่วง่าย
- ปิดวาล์วน้ำทุกครั้งหลังใช้งาน
- หลีกเลี่ยงการดึงหรือบิดสายแรงๆ
- ตรวจเช็กจุดต่ออย่างน้อยเดือนละครั้ง
- เลือกใช้สายชำระคุณภาพดีตั้งแต่แรก
สรุป
แม้ สายชำระรั่ว จะดูเป็นปัญหาเล็ก แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานอาจกลายเป็นค่าเสียหายใหญ่ การรู้สาเหตุและวิธีแก้เบื้องต้น จะช่วยประหยัดทั้งเงิน เวลา และลดความเสี่ยงอุบัติเหตุในห้องน้ำได้อย่างมาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

