5 วิธีจัดการ "ภาวะหมดไฟ" ภัยเงียบที่ผู้หญิงวัย 30+ ต้องรู้เท่าทันและรับมือ

5 วิธีจัดการ "ภาวะหมดไฟ" ภัยเงียบที่ผู้หญิงวัย 30+ ต้องรู้เท่าทันและรับมือ

5 วิธีจัดการ "ภาวะหมดไฟ" ภัยเงียบที่ผู้หญิงวัย 30+ ต้องรู้เท่าทันและรับมือ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รับมือภาวะหมดไฟในผู้หญิงวัย 30+ ด้วย 5 วิธีรีเซ็ตพลังให้ตัวเองอีกครั้ง

สาว ๆ วัย 30+ เป็นช่วงที่กำลังเบ่งบานในหลาย ๆ ด้าน ทั้งหน้าที่การงาน ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่การใช้ชีวิต แต่ในความเบ่งบานนี้ ก็มีภัยเงียบอย่างหนึ่งที่แฝงตัวอยู่ นั่นก็คือภาวะหมดไฟ (Burnout) นั่นเองค่ะ ภาวะนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของคนทำงานหนัก แต่เป็นอาการที่ใจเราอ่อนล้า หมดพลัง รู้สึกไร้คุณค่า และบางทีก็ไม่รู้จะก้าวเดินต่อไปยังไงดี วันนี้เราจะมาคุยกันถึงภัยเงียบนี้ และ 5 วิธีรีเซ็ตพลังแบบไม่ต้องหนีใจตัวเองกันค่ะ

ภาวะหมดไฟในผู้หญิงวัย 30+ ทำไมถึงเป็นภัยเงียบที่มองไม่เห็น?

ในวัย 30+ ผู้หญิงอย่างเรามักต้องแบกรับบทบาทและความรับผิดชอบที่หลากหลาย และหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในฐานะพนักงาน ลูกสาว ภรรยา หรือแม่ บางคนอาจต้องทำหน้าที่หลายอย่างพร้อมกัน ทำให้เกิดความคาดหวังจากตัวเองและคนรอบข้างสูงลิบ! เราพยายามจะเป็นผู้หญิงเก่งที่ทำได้ทุกอย่าง จัดการได้ทุกเรื่อง จนบางทีก็ลืมไปว่าเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เหนื่อยเป็น ท้อได้ และต้องการการดูแลเอาใจใส่

ภัยเงียบของภาวะหมดไฟในวัยนี้ ไม่ได้มาพร้อมกับอาการที่ชัดเจนเสมอไป บางทีอาจมาในรูปแบบของความเหนื่อยล้าสะสมที่ดูเหมือนปกติ ความหงุดหงิดง่าย ๆ ที่คิดว่าแค่เครียดงาน หรือความรู้สึกเฉยชาต่อสิ่งที่เคยชอบทำ ซึ่งทำให้เรามองข้ามไป คิดว่าเดี๋ยวก็คงดีขึ้นเองหรือเราต้องทนได้ จนกระทั่งลุกลามใหญ่โต และบั่นทอนสุขภาพจิตแบบไม่รู้ตัวค่ะ

5 วิธีรีเซ็ตพลังความรู้สึกแบบไม่ต้องหนีใจตัวเอง

เมื่อรู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับภาวะหมดไฟ สิ่งสำคัญคือการหยุดพักและหาวิธีเติมพลังให้ตัวเอง แต่การเติมพลังที่ว่านี้ ไม่ใช่การหนีปัญหา หรือการละเลยความรู้สึกตัวเองนะคะ แต่เป็นการกลับมาฟังเสียงหัวใจ และทำสิ่งที่ช่วยฟื้นฟูเราจากข้างใน ดังนี้ 

1.หยุดพักอย่างมีคุณภาพ 

เมื่อรู้สึกหมดไฟ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การหยุดพักอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่การหยุดทำงานแล้วมาไถโซเชียลมีเดีย แต่เป็นการหยุดพักที่แท้จริง เช่น การลาหยุดงานไปพักผ่อนที่ไม่ต้องวางแผนอะไรมากมาย แค่นอนพักผ่อนให้เต็มอิ่ม อ่านหนังสือที่ชอบ ทำกิจกรรมผ่อนคลาย หรือแม้แต่การอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลยก็ได้ การให้ร่างกายและจิตใจได้พักผ่อนอย่างเต็มที่  จะช่วยลดความเหนื่อยล้าสะสม และทำให้เรามีแรงกลับมาอีกครั้งค่ะ

2.สำรวจใจตัวเอง ยอมรับความรู้สึกและหาต้นตอ

แทนที่จะหนีความรู้สึก ลองหันมา สำรวจใจตัวเองดูค่ะว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เราหมดไฟ? เราเหนื่อยกับอะไรมากที่สุด? เรากำลังแบกรับอะไรเกินกำลังหรือไม่? การยอมรับและทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง จะช่วยให้เรามองเห็นต้นตอของปัญหา และหาทางแก้ไขได้อย่างตรงจุด บางทีแค่การได้ระบายความรู้สึกออกมากับคนที่ไว้ใจ หรือเขียนไดอารี่ ก็ช่วยปลดล็อกความอัดอั้นในใจได้

3.ตั้งขอบเขตที่ชัดเจน Say No เพื่อปกป้องตัวเอง

สิ่งสำคัญในการป้องกันและเยียวยาภาวะหมดไฟ คือ การตั้งขอบเขตที่ชัดเจน เราต้องเรียนรู้ที่จะ Say No ในสิ่งที่เราไม่สะดวกใจ ไม่พร้อม หรือไม่ต้องการทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรือเรื่องของคนอื่น การกล้าปฏิเสธอย่างสุภาพไม่ได้แปลว่าเราไม่ดีพอ แต่เป็นการปกป้องพลังงานและพื้นที่ส่วนตัวของเรา ไม่ให้ถูกรุกล้ำมากเกินไป เมื่อเรามีขอบเขตที่ชัดเจน เราจะมีพื้นที่ให้ตัวเองได้หายใจมากขึ้น และลดภาระที่ไม่จำเป็นออกไปค่ะ

4.ให้รางวัลตัวเอง เติมความสุขในแต่ละวัน

บางทีเรามักจะรอให้มีโอกาสพิเศษ หรือต้องประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ก่อน ถึงจะให้รางวัลตัวเอง! แต่รู้ไหมคะว่าการให้รางวัลตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวัน ก็ช่วยเติมพลังและสร้างความสุขให้เราได้มากเลยค่ะ เช่น การซื้อกาแฟแก้วโปรดให้ตัวเอง การเดินเล่นในสวนสาธารณะ การดูซีรีส์ที่ชอบ การได้กินขนมอร่อย ๆ หรือแม้แต่การนอนตื่นสายในวันหยุด การทำสิ่งเหล่านี้เป็นการแสดงความรักและความเมตตาต่อตัวเอง ซึ่งจะช่วยเติมเต็มพลังใจให้เราได้ตลอดเวลาค่ะ

5.หาพื้นที่ปลอดภัยเพื่อแบ่งปัน

อย่าเก็บทุกเรื่องไว้คนเดียว การพูดคุยกับคนที่เราไว้ใจจะช่วยให้รู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว การได้พูดคุย แบ่งปันความรู้สึก ประสบการณ์ หรือขอคำปรึกษาจากเพื่อนสนิท ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ่มคนที่เข้าใจและสนับสนุนเรา จะช่วยให้เราได้ระบายความอัดอั้น และรับพลังบวกกลับมา การมีพื้นที่ปลอดภัยที่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ จะช่วยเยียวยาใจเราได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ

การหมดไฟไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือสัญญาณว่าเราทุ่มเทมากเกินไปจนลืมดูแลตัวเอง ถ้ารู้สึกว่าใจเริ่มมอด อย่าเพิ่งหนีหรือโทษตัวเอง ลองใช้วิธีที่เราได้แนะนำไว้แล้วค่อย ๆ รีเซ็ตพลังใจให้กลับมา และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมว่าสาว ๆ ไม่จำเป็นต้องมีไฟตลอดเวลา แต่ควรมีพื้นที่ให้ใจได้ชาร์จเสมอเท่านั้นก็เพียงพอ 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล