เทียบประโยชน์ ข้าวโพดหวาน vs ข้าวโพดข้าวเหนียว แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน?

เทียบประโยชน์ ข้าวโพดหวาน vs ข้าวโพดข้าวเหนียว แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน?

เทียบประโยชน์ ข้าวโพดหวาน vs ข้าวโพดข้าวเหนียว แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รู้ก่อนเลือกกิน ข้าวโพดหวาน vs ข้าวโพดข้าวเหนียว แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน? 

เมนู "ข้าวโพดต้ม" ถือเป็นของว่างยอดฮิตที่หาทานง่ายและอยู่ท้อง แต่เวลาไปยืนหน้าหม้อนึ่ง เคยลังเลไหมว่าจะเลือก "ข้าวโพดหวาน" สีเหลืองทอง หรือ "ข้าวโพดข้าวเหนียว" สีขาวนวลดี? นอกจากรสสัมผัสที่ต่างกันแล้ว ประโยชน์ของทั้งสองชนิดนี้ก็มีความโดดเด่นคนละแบบ วันนี้เราจะมาเทียบให้เห็นกันชัดๆ ว่าแบบไหนเหมาะกับใคร

https://www.sanook.com/video/clip/1581824/

1. ข้าวโพดหวาน (Sweet Corn): สายเติมพลัง บำรุงสมองและสายตา

ใครที่ชอบรสชาติหวานฉ่ำ กรุบกรอบ ต้องยกให้ ข้าวโพดหวาน ซึ่งมีสีเหลืองทองเป็นเอกลักษณ์ สีเหลืองนี้บ่งบอกถึงสารอาหารสำคัญอย่าง ลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin)

จุดเด่นและประโยชน์:

  • เติมพลังงานได้ไว: มีน้ำตาลธรรมชาติสูงกว่า จึงให้พลังงานได้รวดเร็ว เหมาะกับเด็กวัยกำลังโต หรือคนที่เพิ่งออกกำลังกายเสร็จและต้องการบูสต์พลัง
  • บำรุงสายตา: สารสีเหลืองในเมล็ดช่วยกรองแสงสีฟ้าและชะลอความเสื่อมของจอประสาทตา
  • บำรุงสมอง: มี โฟเลต และวิตามินบีสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างระบบประสาทและสมอง
  • เหมาะกับใคร: เด็ก, วัยเรียน, คนทำงานใช้สายตาเยอะ และนักกีฬา

2. ข้าวโพดข้าวเหนียว (Waxy Corn): สายอิ่มนาน อยู่ท้อง ไม่หิวบ่อย

สำหรับคนที่ชอบเคี้ยวหนึบหนับ สู้ฟัน ต้องเลือก ข้าวโพดข้าวเหนียว ที่มักมีสีขาวหรือสีขาวขุ่น ความพิเศษอยู่ที่โครงสร้างแป้งชนิด อะมีโลเพคติน (Amylopectin) ที่ทำให้เนื้อสัมผัสมีความเหนียวนุ่ม

จุดเด่นและประโยชน์:

  • อิ่มนานกว่า: เนื่องจากโครงสร้างแป้งย่อยช้ากว่าข้าวโพดหวาน ทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นาน ไม่หิวจุกจิกระหว่างมื้อ
  • น้ำตาลพุ่งช้ากว่า: การดูดซึมที่ช้ากว่าทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงเร็วเท่าข้าวโพดหวาน
  • ดีต่อลำไส้: มีไฟเบอร์สูง ช่วยระบบขับถ่าย ไขมันต่ำ และอุดมไปด้วยเกลือแร่จำเป็นอย่างแมกนีเซียมและโพแทสเซียม
  • เหมาะกับใคร: คนที่ต้องการคุมความหิว, คนที่ชอบรสสัมผัสหนึบหนับ และคนที่ต้องการพลังงานแบบค่อยเป็นค่อยไป

ส่วน ข้าวโพดสีม่วง เป็นข้าวโพดที่มีสาร แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระระดับสูง ลดอาการอักเสบ ช่วยปกป้องหลอดเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดคอเลสเตอรอลในเลือด และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจหลอดเลือดได้  นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันมะเร็งหลายชนิด

ข้อควรระวังในการกินข้าวโพด

แม้จะมีประโยชน์มาก แต่ข้าวโพดก็ยังมีแป้งสูง ผู้ป่วยเบาหวานควรจำกัดปริมาณการทาน และควรหลีกเลี่ยงข้าวโพดแปรรูปที่มีน้ำตาลสูงหรือผ่านการทอด เพราะอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มและไขมันในเลือดสูงได้ หากมีอาการแพ้ เช่น ผื่นคันหรือแน่นท้องหลังทาน ควรหยุดและปรึกษาแพทย์ทันที

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล