3 เคล็ดลับล้างผักและผลไม้ให้สะอาด ปลอดภัยจากสารเคมีและแบคทีเรีย

เคล็ดลับง่ายๆ! 3 วิธีล้างสารเคมีในผักและผลไม้ สะอาดปลอดภัยกว่าเดิม
ถึงแม้ผักผลไม้ที่เราเลือกซื้อจะดูสดใหม่น่ารับประทาน แต่ก็อาจมีสารเคมีป้องกันศัตรูพืชและยาฆ่าแมลงตกค้างอยู่ได้ การล้างทำความสะอาดอย่างถูกวิธีจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้เราสามารถรับประทานผลผลิตได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยต่อสุขภาพ
สารเคมีเหล่านี้มักถูกดูดซึมเข้าไปในตัวพืช หรือตกค้างอยู่ที่เปลือกและผิวของผักผลไม้ ดังนั้น แม้แต่ผลผลิตออร์แกนิก ก็ยังต้องนำมาล้างก่อนบริโภคทุกครั้ง หากไม่มั่นใจว่าต้องล้างอย่างไรดี ลองมาดู 3 เคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยให้ผักผลไม้ของเราสะอาดได้มากขึ้น
3 วิธีล้างผักและผลไม้ให้สะอาด ปลอดภัย
1. แช่ด้วยน้ำเกลือ
วิธีนี้ง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยให้ใช้เกลือหิมาลายันหรือเกลือทะเล มาละลายในน้ำ จากนั้นนำผักและผลไม้ลงไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที การแช่ในน้ำเกลือจะช่วยชะล้างสารเคมีตกค้างได้ดี เมื่อครบเวลาแล้วก็ให้นำมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง เป็นอันเรียบร้อย
2. ใช้เบกกิ้งโซดา
ให้ผสมเบกกิ้งโซดาเพียง 1 ช้อนชา เข้ากับน้ำเปล่า 2 ถ้วย (ประมาณ 500 มิลลิลิตร) แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นนำผักผลไม้ลงไปแช่ไว้ประมาณ 15 นาที สูตรนี้มีผลวิจัยยืนยันว่าช่วยขจัดสารเคมีตกค้างได้ดีเยี่ยม ก่อนจะนำไปล้างน้ำเปล่าตามปกติ
3. น้ำส้มสายชูเจือจาง
คุณสามารถใช้น้ำส้มสายชูชนิดใดก็ได้ โดยให้ใช้อัตราส่วน 1 ส่วนของน้ำส้มสายชู ต่อ 4 ส่วนของน้ำสะอาด แล้วแช่ผักผลไม้ไว้ประมาณ 20 นาที ข้อควรระวังคือ สำหรับผลไม้เนื้อนิ่ม เช่น สตรอว์เบอร์รี ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะอาจทำให้ผลไม้ช้ำได้
ถ้าไม่มีเวลาแช่ ควรทำอย่างไร?
สำหรับช่วงเวลาที่เร่งรีบและไม่สะดวกที่จะแช่ผักผลไม้ คุณสามารถใช้วิธีล้างแบบเร็วได้ เพียงนำผักและผลไม้ไปล้างภายใต้น้ำที่ไหลผ่านนานประมาณ 20 วินาที วิธีนี้จะช่วยชะล้างทั้งสารเคมีตกค้าง แบคทีเรีย และสิ่งสกปรกต่างๆ ออกไปได้ในระดับหนึ่ง
การรับประทานผักผลไม้ที่ล้างสะอาดแล้ว ไม่ว่าจะใช้วิธีแช่หรือล้างผ่านน้ำ ก็ช่วยให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยและดีต่อสุขภาพมากกว่า การล้างที่ถูกวิธีช่วยขจัดทั้งสารเคมีและแบคทีเรียที่มองไม่เห็นออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แหล่งอ้างอิง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
