รู้จัก ผลไม้ที่เป็นอันดับ 1 ในการกู้ระบบเผาผลาญ ตัวช่วยคุมน้ำตาล ลดพุง

รู้จัก ผลไม้ที่เป็นอันดับ 1 ในการกู้ระบบเผาผลาญ ตัวช่วยคุมน้ำตาล ลดพุง

รู้จัก ผลไม้ที่เป็นอันดับ 1 ในการกู้ระบบเผาผลาญ ตัวช่วยคุมน้ำตาล ลดพุง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผลไม้อันดับ 1 กู้ระบบเผาผลาญ "บลูเบอร์รี่" ตัวช่วยคุมน้ำตาล ลดพุง ต้านอักเสบ

เมื่อพูดถึง "สุขภาพระบบเผาผลาญ" หลายคนอาจนึกถึงแค่เรื่องการเบิร์นแคลอรี แต่ความจริงแล้วมันครอบคลุมไปถึงการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และรอบเอว ซึ่งล้วนเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของสุขภาพ

นักโภชนาการระบุว่า หากต้องการฟื้นฟูระบบเหล่านี้ให้ทำงานดีขึ้น อาหารคือปัจจัยสำคัญ และผลไม้ที่ยืนหนึ่งในเรื่องนี้คือ "บลูเบอร์รี่" (Blueberries) เรามาดูกันว่าทำไมผลไม้ลูกเล็กๆ นี้ถึงทรงพลังต่อร่างกายของคุณขนาดนี้

1. ฮีโร่ช่วยย่อยและปรับสมดุลลำไส้

บลูเบอร์รี่เป็นแหล่งไฟเบอร์ชั้นยอด โดยบลูเบอร์รี่ทั่วไป 1 ถ้วยมีไฟเบอร์ถึง 4 กรัม ส่วนบลูเบอร์รี่ป่าอาจมีสูงถึง 6 กรัมเลยทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าเนื่องจากบลูเบอร์รี่ป่ามีขนาดเล็ก เราจึงได้กิน "ผิว" ของมันมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมไฟเบอร์ไว้นั่นเอง

นอกจากนี้ ในผิวของบลูเบอร์รี่ยังมีสาร "โพลีฟีนอล" ที่ทำหน้าที่เป็นอาหารให้กับแบคทีเรียดีในลำไส้ ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรียกว่าลูกเล็กแต่ประโยชน์ไม่เล็กเลย

2. สุดยอดผลไม้ต้านการอักเสบ

สีน้ำเงินเข้มของบลูเบอร์รี่มาจากสารที่ชื่อว่า "แอนโทไซยานิน" (Anthocyanins) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง ช่วยลดความเครียดระดับเซลล์และลดการอักเสบในร่างกาย

งานวิจัยชี้ว่า การทานบลูเบอร์รี่ประมาณ 1 ถ้วยทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน สามารถช่วยลดความดันโลหิตในคนสุขภาพดีได้ เพราะสารสีน้ำเงินนี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

3. ตัวช่วยคุมน้ำหนัก ไม่ทำให้อ้วน

สำหรับใครที่กังวลเรื่องรอบเอว บลูเบอร์รี่คือคำตอบ เพราะให้พลังงานต่ำเพียง 84 แคลอรีต่อถ้วย แต่มีไฟเบอร์สูงทำให้อิ่มนาน และรสชาติเปรี้ยวอมหวานยังช่วยตัดเลี่ยนในอาหารต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเติมน้ำตาลเพิ่ม

นอกจากนี้ สารต้านอนุมูลอิสระยังช่วยลดการอักเสบที่มักเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว ทำให้นักโภชนาการยกให้บลูเบอร์รี่เป็น "Full Package" หรือตัวช่วยที่ครบเครื่องที่สุดสำหรับการลดน้ำหนัก

4. หวานแต่ไม่ทำให้น้ำตาลพุ่ง

แม้บลูเบอร์รี่จะมีน้ำตาลธรรมชาติประมาณ 15 กรัมต่อถ้วย แต่จัดเป็นผลไม้ที่มี ดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low Glycemic Index) ซึ่งหมายความว่ากินแล้วระดับน้ำตาลในเลือดจะไม่พุ่งสูงปรี๊ดเหมือนของหวานอื่นๆ

การที่ระดับน้ำตาลค่อยๆ เพิ่มขึ้นและลดลงอย่างช้าๆ ช่วยลดภาระของระบบอินซูลิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสุขภาพระบบเผาผลาญ งานวิจัยยังพบว่าบลูเบอร์รี่ช่วยลดภาวะดื้ออินซูลินได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงเบาหวาน

ไอเดียกินบลูเบอร์รี่ให้อร่อยได้ทุกวัน

คุณสามารถเติมบลูเบอร์รี่ลงในมื้ออาหารง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้ดังนี้:

  • โรยบนซีเรียล โยเกิร์ต หรือข้าวโอ๊ตในมื้อเช้า
  • ปั่นรวมกับสมูทตี้เพิ่มความสดชื่น
  • นำไปทำซอสราดบนเมนูเนื้อสัตว์เพื่อตัดรสคาว
  • ใส่ในสลัดผักเพิ่มรสหวานธรรมชาติ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล