อ่านก่อนเลือกกิน กรีกโยเกิร์ต vs โยเกิร์ตธรรมดา แบบไหนตอบโจทย์สุขภาพมากกว่า

กรีกโยเกิร์ต vs โยเกิร์ตธรรมดา แบบไหนดีกว่าสำหรับโปรตีนและโพรไบโอติก?
โยเกิร์ตธรรมดาและกรีกโยเกิร์ตมีกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลให้มีสารอาหารและรสชาติเฉพาะตัว โดยทั่วไปโยเกิร์ตธรรมดาจะมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลกว่าและมีคาร์โบไฮเดรตสูงกว่า ส่วนกรีกโยเกิร์ตมักจะมีเนื้อข้นและมีโปรตีนสูงกว่า อย่างไรก็ตาม โยเกิร์ตทั้งสองชนิดสามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกันได้
กระบวนการผลิตแตกต่างกันอย่างไร?
ทั้งกรีกโยเกิร์ตและโยเกิร์ตธรรมดาเป็นผลิตภัณฑ์นมหมักที่เริ่มต้นด้วยนมสดและเชื้อแบคทีเรียที่มีชีวิต (Live Cultures) แต่ขั้นตอนการแปรรูปหลังจากนั้นมีความแตกต่างกัน โยเกิร์ตธรรมดาจะถูกนำไปตั้งทิ้งไว้ให้เกิดการหมักจนแลคโตสในนมเปลี่ยนเป็นกรดแล็กติก ทำให้ส่วนผสมข้นขึ้นจนมีค่า pH 4.5
ส่วนกรีกโยเกิร์ตจะผ่านกระบวนการหมักแบบเดียวกับโยเกิร์ตธรรมดา แต่ต้องผ่านขั้นตอนการกรองเพิ่มเติมหลายครั้ง เพื่อเอาเวย์ (Whey) หรือของเหลวส่วนเกินอื่น ๆ ออก โยเกิร์ตที่ถูกกรองจะมีเนื้อสัมผัสที่ข้นกว่ามาก และมีปริมาณ โปรตีน สูงกว่าโยเกิร์ตธรรมดา เนื่องจากมีการขจัดของเหลวส่วนใหญ่ออกไป
โยเกิร์ตธรรมดา
ความแตกต่างด้านคุณค่าทางโภชนาการ
ต่อไปนี้คือตารางเปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการของโยเกิร์ตไขมันต่ำทั้งสองชนิด (ปริมาณ 8 ออนซ์ หรือ 245 กรัม):
| สารอาหาร | โยเกิร์ตธรรมดา | กรีกโยเกิร์ต |
|---|---|---|
| แคลอรี่ | 154 | 79 |
| คาร์โบไฮเดรต | 17.2 กรัม | 9.7 กรัม |
| โปรตีน | 12.9 กรัม | 24.4 กรัม |
| ไขมัน | 3.8 กรัม | 4.7 กรัม |
| น้ำตาลรวม | 17.2 กรัม | 8.7 กรัม |
| แคลเซียม | 448 มิลลิกรัม | 281.8 มิลลิกรัม |
ข้อแตกต่างที่สำคัญ
กรีกโยเกิร์ตมักมีโปรตีนสูงกว่ามาก เนื่องจากกระบวนการกรองจะขจัดของเหลวและน้ำตาลส่วนใหญ่ออกไป ทำให้มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลโดยรวมต่ำกว่าโยเกิร์ตธรรมดา ในขณะเดียวกัน กรีกโยเกิร์ตอาจมีไขมันสูงกว่าเล็กน้อย แม้ว่าจะมีแบบไขมันต่ำให้เลือกซื้อก็ตาม
อย่างไรก็ตาม โยเกิร์ตธรรมดาจะให้แคลเซียมสูงกว่าเกือบสองเท่า ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก และมีโพแทสเซียมสูงกว่า
กรีกโยเกิร์ต
ประโยชน์และข้อเสียของโยเกิร์ตแต่ละชนิด
ประโยชน์ของโยเกิร์ตธรรมดา
โยเกิร์ตธรรมดาเป็นแหล่ง แคลเซียม ที่ดีเยี่ยม ซึ่งช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่สูงกว่ายังสามารถให้พลังงานได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ โพรไบโอติกส์ ที่มีชีวิตยังช่วยปรับปรุงสุขภาพลำไส้ การย่อยอาหาร และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
ข้อเสียของโยเกิร์ตธรรมดาคือมีคาร์โบไฮเดรตสูงกว่าและมีโปรตีนต่ำกว่ากรีกโยเกิร์ต ซึ่งอาจไม่เหมาะสำหรับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือผู้ที่รับประทานอาหารโปรตีนสูงเพื่อสร้างกล้ามเนื้อหรือลดน้ำหนัก
ประโยชน์ของกรีกโยเกิร์ต
กรีกโยเกิร์ตมีโปรตีนสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และปรับปรุงองค์ประกอบของร่างกาย โพรไบโอติกยังช่วยสนับสนุนสุขภาพลำไส้และการทำงานของภูมิคุ้มกันอีกด้วย
ในระหว่างการกรอง แลคโตสจำนวนมากจะถูกขจัดออกจากผลิตภัณฑ์ ทำให้กรีกโยเกิร์ตมีแลคโตสต่ำกว่าโยเกิร์ตธรรมดา ผู้ที่มีภาวะแพ้แลคโตสจึงอาจสามารถบริโภคกรีกโยเกิร์ตได้โดยมีอาการทางเดินอาหารน้อยลง นอกจากนี้ ผู้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอาจชอบกรีกโยเกิร์ตมากกว่า เพราะมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ
ข้อเสียของกรีกโยเกิร์ตคือ ปริมาณโปรตีนที่สูงอาจนำไปสู่การบริโภคแคลอรี่ที่มากเกินไปหากรับประทานในปริมาณมาก และแม้ว่าจะมีแลคโตสต่ำกว่า แต่ก็ยังมีแลคโตสอยู่ จึงอาจทำให้ผู้ที่มีภาวะแพ้แลคโตสมีอาการทางเดินอาหารได้
ข้อควรพิจารณาในการเลือก
ไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าโยเกิร์ตชนิดใดดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน เมื่อเลือกควรพิจารณาว่าโยเกิร์ตชนิดใดให้สารอาหารที่คุณต้องการ รสชาติ และเนื้อสัมผัสที่คุณชอบ โดยทั่วไปแล้ว
กรีกโยเกิร์ต เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ เพื่อสนับสนุนการสร้างกล้ามเนื้อ การควบคุมน้ำตาลในเลือด หรือการลดน้ำหนัก
โยเกิร์ตธรรมดา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแคลเซียมสูง เพื่อบำรุงสุขภาพกระดูก และต้องการคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานอย่างรวดเร็ว
เคล็ดลับสำคัญคือควร อ่านฉลากโภชนาการ เนื่องจากโยเกิร์ตปรุงแต่งรสจำนวนมากทั้งกรีกและธรรมดา มักมีน้ำตาลและสารปรุงแต่งอื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลให้แคลอรี่สูงและระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

