ทาสแมวต้องรู้! 5 กลิ่นหอม (ที่เราชอบ) แต่อาจ "ฆ่า" น้องแมวเงียบๆ

ยุคนี้เทรนด์ "บ้านหอม" (Home Fragrance) มาแรงสุดๆ เลยนะ กลับบ้านมาเหนื่อยๆ ได้จุดเทียนหอมแบรนด์ดัง เปิดเครื่องพ่นไอน้ำ (Diffuser) หรือมีก้านไม้หอมกลิ่นโปรดวางไว้ มันช่างฮีลใจและผ่อนคลายจริงๆ
แต่... สำหรับเหล่า "ทาสแมว" รู้หรือไม่ว่า ความสุขที่เรากำลังสร้าง อาจกำลังกลายเป็น "ยาพิษ" ที่ฆ่าน้องแมวของเราแบบเงียบๆ หรือ "ตายผ่อนส่ง"
เรื่องนี้ไม่ใช่การขู่ให้กลัว แต่เป็นเรื่องจริงที่สัตวแพทย์ทั่วโลกออกมาเตือน เพราะกลิ่นหอมยอดนิยมที่เราใช้ในชีวิตประจำวันหลายชนิด อาจเป็น "กลิ่นที่แมวกลัว" ศัตรูตัวฉกาจของเจ้านายสี่ขาของเราเลย
ทำไมกลิ่นหอมที่เราใช้ ถึงเป็นพิษต่อแมว?
คำตอบสั้นๆ และสำคัญที่สุดคือ "ตับ" ของแมวไม่เหมือน "ตับ" ของคน!
ร่างกายของน้องแมว ขาดเอนไซม์สำคัญ (ชื่อทางเทคนิคคือ Glucuronyl Transferase) ที่ใช้ในการย่อยสลายหรือขับสารประกอบบางชนิดที่พบใน "น้ำมันหอมระเหย" (Essential Oils) โดยเฉพาะสารกลุ่ม "ฟีนอล" (Phenols)
เมื่อคนเราสูดดมหรือสัมผัส ร่างกายเราขับมันออกได้ แต่เมื่อแมวสูดดม หรือแค่เดินผ่านละอองที่ลอยในอากาศแล้วมันไปเกาะขน พอเขาเลียขนทำความสะอาด (Grooming) สารพิษเหล่านั้นก็จะตรงเข้าสู่ร่างกาย สะสมที่ตับ จนเกิดภาวะตับวายเฉียบพลัน ทำลายระบบประสาท และอาจเสียชีวิตได้เลย
เช็กลิสต์! 5 "กลิ่นหอมที่แมวกลัว" ทาสแมวต้องหนีให้ไกล
นี่คือ 5 กลิ่น (หรือกลุ่มกลิ่น) ที่ทั้งสัตวแพทย์และกลุ่มคนเลี้ยงแมวเตือนว่าอันตรายสูง และมักซ่อนอยู่ในของใช้ในบ้านเรา
1. ทีทรี (Tea Tree)
-
ทำไมอันตราย: ถือเป็นพิษรุนแรงอันดับต้นๆ ต่อแมว มีสาร Terpenes สูงมาก
-
มักเจอใน: ผลิตภัณฑ์รักษาสิว, แชมพูขจัดรังแค (ที่บางคนอาจเผลอเอามาใช้กับแมว) หรือน้ำมันหอมระเหยที่ใช้แต้มสิว
2. กลุ่มซิตรัส (ส้ม, มะนาว, มะกรูด, เลมอน)
-
ทำไมอันตราย: มีสาร d-limonene ที่เป็นพิษโดยตรงต่อตับและระบบประสาทของแมว
-
มักเจอใน: น้ำยาถูพื้น (กลิ่นยอดฮิต!), สเปรย์ดับกลิ่น, เครื่องพ่นไอน้ำ (กลิ่นแนวสดชื่น)
3. ยูคาลิปตัส และ เปปเปอร์มินต์ (กลุ่มกลิ่นเย็น)
-
ทำไมอันตราย: ส่งผลต่อระบบประสาทและการหายใจโดยตรง เคยมีเคสข่าวดังในต่างประเทศที่แมวป่วยหนักเพราะเจ้าของเปิดเครื่องพ่นไอน้ำกลิ่นยูคาลิปตัสตอนเป็นหวัด
-
มักเจอใน: เครื่องพ่นไอน้ำ, ยาหม่อง, วิคส์ (Vicks) (ระวังอย่าให้แมวมาเลียตอนเราทา)
4. อบเชย (Cinnamon) และ กานพลู (Clove)
-
ทำไมอันตราย: มีสารฟีนอล (Phenols) สูงมาก เป็นพิษต่อตับอย่างรุนแรง
-
มักเจอใน: เทียนหอม (โดยเฉพาะกลิ่นแนว Festive หรือกลิ่นขนม), ก้านไม้หอม
5. ลาเวนเดอร์ (Lavender)
-
ทำไมอันตราย: กลิ่นนี้ยังเป็นที่ถกเถียง แต่ในรูปแบบ "น้ำมันหอมระเหยเข้มข้น" (Essential Oil) นั้นเป็นพิษแน่นอนหากแมวเลียหรือสัมผัสโดยตรง แม้แต่สเปรย์ฉีดหมอนเพื่อช่วยนอนหลับก็ต้องระวัง
-
มักเจอใน: สเปรย์ฉีดหมอน, ผลิตภัณฑ์ช่วยผ่อนคลาย, น้ำยาปรับผ้านุ่ม
สัญญาณอันตราย! "ฆ่าเงียบ" ที่ทาสต้องสังเกต
คำว่า "ฆ่าเงียบๆ" ในหัวข้อไม่ใช่คำเกินจริงนะ เพราะอาการมักจะค่อยๆ แสดงออก หรือบางทีทาสก็ไม่รู้ว่าเชื่อมโยงกับเครื่องหอมที่เราเพิ่งจุดไปเมื่อวาน ถ้าแมวมีอาการเหล่านี้ ให้รีบสงสัยไว้ก่อน:
-
น้ำลายไหลยืด หรือมีฟองฟูมปาก (นี่คือสัญญาณแรกๆ ของการรับพิษ)
-
เดินเซ ดูอ่อนแรง เดินเป๋ เหมือนแมวเมา
-
เซื่องซึม ไม่เล่น ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
-
อาเจียน หรือ ท้องร่วง
-
หายใจลำบาก หายใจหอบ หรือหายใจเร็วผิดปกติ
-
อาการสั่น หรืออาจถึงขั้นชักเกร็ง
บ้านก็อยากหอม แมวก็ต้องรอด... ทำยังไงดี?
อ่านถึงตรงนี้อย่าเพิ่งเครียด เราเข้าใจว่าทาสก็อยากมีบ้านหอมๆ เรามีทางออกมาแนะนำ:
-
หยุดใช้เครื่องพ่นไอน้ำ (Diffuser): นี่คือตัวอันตรายที่สุด เพราะมันพ่นละอองพิษไปเกาะขนแมว และแมวก็เลียเข้าไปเต็มๆ
-
เก็บเทียนหอม/ก้านไม้หอม: ถ้าจะใช้ ให้ใช้ในห้องที่แมวเข้าไม่ได้เด็ดขาด (เช่น ห้องน้ำที่ปิดประตู) และต้องระบายอากาศให้ดี
-
อ่านฉลาก 'น้ำยาถูพื้น': เลี่ยงกลิ่นซิตรัส (มะนาว) หรือ ตะไคร้ แล้วหันไปใช้น้ำยาถูพื้นที่ระบุว่า "Pet-Friendly" หรือ "สำหรับสัตว์เลี้ยง" โดยเฉพาะ
-
ห้าม! ทาบนตัวแมว: ห้ามเอายาหม่อง วิคส์ หรือน้ำมันหอมระเหยใดๆ มาทาบนตัวแมวเพื่อ 'รักษา' เด็ดขาด
-
ทางเลือกที่ปลอดภัย: หากอยากให้บ้านหอมจริงๆ ให้เน้นการ "ระบายอากาศ" เปิดหน้าต่างบ่อยๆ, ใช้ "เครื่องฟอกอากาศ" ที่มีไส้กรองคาร์บอนช่วยดับกลิ่น หรือใช้ "ทรายแมวดับกลิ่น" คุณภาพดีแทนครับ
สำคัญที่สุด: ถ้าสงสัยว่าแมวได้รับพิษ (มีอาการตามลิสต์ข้างบน) ให้รีบพาแมวออกจากบริเวณนั้นไปที่อากาศถ่ายเท และ พาไปหาสัตวแพทย์ทันที
อ่านเพิ่มเติม:
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

