"แอร์มีกลิ่นอับ" อันตรายต่อสุขภาพกว่าที่คิด! พร้อมเคล็ดลับลดกลิ่นอับแบบง่ายๆ

"แอร์มีกลิ่นอับ" อันตรายต่อสุขภาพกว่าที่คิด! พร้อมเคล็ดลับลดกลิ่นอับแบบง่ายๆ

"แอร์มีกลิ่นอับ" อันตรายต่อสุขภาพกว่าที่คิด! พร้อมเคล็ดลับลดกลิ่นอับแบบง่ายๆ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แอร์มีกลิ่นอับอันตรายกว่าที่คิด! พร้อมเคล็ดลับง่าย ๆ ในการทำความสะอาดและดูแลเครื่องปรับอากาศ

กลิ่นอับชื้นที่ออกมาจากเครื่องปรับอากาศ เป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญใจให้ผู้ใช้งานหลายคน แต่ทราบหรือไม่ว่า กลิ่นเหล่านี้นั้นอันตรายกว่าที่คิด เพราะเป็นสัญญาณของการสะสมเชื้อโรคภายในเครื่องปรับอากาศ บทความนี้ได้รวบรวมสาเหตุหลักของกลิ่นอับ และวิธีการแก้ไขเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ

ทำไมแอร์ถึงมีกลิ่นอับ? สาเหตุที่ต้องระวัง

สาเหตุหลักของการเกิดกลิ่นอับในเครื่องปรับอากาศคือการสะสมของความชื้นและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ซึ่งเป็นสภาวะที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งจะถูกพ่นออกมาพร้อมกับลมเย็นเมื่อเราใช้งาน การทำความเข้าใจสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้คุณป้องกันปัญหาได้ตรงจุด

  • ความชื้นตกค้างในคอยล์เย็น: เมื่อปิดเครื่องปรับอากาศ ความชื้นที่เหลืออยู่บนคอยล์เย็น (Evaporator Coil) หากไม่ถูกทำให้แห้งสนิท จะเกิดการสะสมและเป็นแหล่งเพาะเชื้อราได้ง่าย
  • ท่อน้ำทิ้งอุดตัน: หากท่อน้ำทิ้งระบายน้ำไม่ทัน หรือเกิดการอุดตัน จะทำให้น้ำขังอยู่ภายในถาดรับน้ำของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นอับตามมาอย่างรวดเร็ว
  • การไม่ได้ทำความสะอาดเป็นเวลานาน: ฝุ่นละออง, คราบเมือก, และสิ่งสกปรกที่ถูกดูดเข้าไปในเครื่อง จะสะสมอยู่บนฟิลเตอร์และภายในตัวเครื่อง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีในการก่อให้เกิดกลิ่นอับชื้น
  • การเพิ่มความชื้นในห้อง: กิจกรรมบางอย่าง เช่น การตากผ้าในห้องปรับอากาศ อาจเพิ่มความชื้นในอากาศ ซึ่งจะส่งผลให้เครื่องปรับอากาศมีความชื้นสะสมมากขึ้นและนำไปสู่กลิ่นไม่พึงประสงค์

อันตรายต่อสุขภาพที่มาพร้อมกับกลิ่นอับจากเครื่องปรับอากาศ

กลิ่นอับจากเครื่องปรับอากาศไม่ใช่แค่เรื่องของกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ แต่ยังหมายถึงการปนเปื้อนของเชื้อราและแบคทีเรียในอากาศที่เราหายใจเข้าไป สิ่งเหล่านี้ส่งผลเสียต่อร่างกายและอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพได้ในระยะยาว เชื้อโรคที่ออกมาพร้อมกับลมแอร์อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ เช่น อาการจาม, น้ำมูกไหล, หรือการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ สำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือหอบหืด การได้รับเชื้อราและแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอาจทำให้อาการกำเริบได้ง่ายขึ้น

เคล็ดลับทำความสะอาดแอร์ง่าย ๆ เพื่อลดกลิ่นอับ

การแก้ไขปัญหาแอร์มีกลิ่นอับที่ดีที่สุดคือการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการดูแลด้วยตนเองและการใช้บริการจากช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยให้คุณกำจัดกลิ่นและป้องกันการเกิดเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. การทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ

คุณควรนำแผ่นกรองอากาศออกมาล้างด้วยน้ำสะอาดทุก ๆ 2–4 สัปดาห์ เพราะฟิลเตอร์คือส่วนที่ดักจับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกโดยตรง ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค การทำความสะอาดเป็นประจำจะช่วยให้อากาศไหลเวียนได้ดีขึ้นและลดโอกาสเกิดกลิ่นอับ

2. การใช้โหมดลดความชื้นหรือเปิดพัดลมไล่ความชื้น

หลังจากการใช้งานเครื่องปรับอากาศ การเปิดโหมด Fan (พัดลม) ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ก่อนปิดเครื่อง จะช่วยไล่ความชื้นที่ตกค้างอยู่ในคอยล์เย็น การกระทำนี้เป็นการลดสภาวะที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นอับ

3. การล้างเครื่องปรับอากาศแบบเต็มระบบ

ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาทำการล้างเครื่องปรับอากาศแบบเต็มระบบอย่างน้อยทุก 3–6 เดือน เพื่อทำความสะอาดคอยล์เย็น, คอยล์ร้อน, และถาดน้ำทิ้ง ซึ่งเป็นจุดที่มักเกิดการสะสมของคราบเมือกและเชื้อราอย่างหนัก การล้างเต็มระบบเป็นการดูแลที่จำเป็น เพื่อรักษาประสิทธิภาพของแอร์และสุขภาพผู้อยู่อาศัย

อย่าปล่อยให้เครื่องปรับอากาศมีกลิ่นอับต่อไป เพราะมันคือสัญญาณเตือนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง การใส่ใจทำความสะอาดฟิลเตอร์ด้วยตนเอง และการล้างแอร์ตามกำหนดเวลา จะช่วยให้คุณได้รับอากาศที่บริสุทธิ์และลดความเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจได้อย่างแท้จริง

แหล่งอ้างอิง

  1. LG
  2. Carrier
  3. AP Thai
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล