แก่ตัวลงจึงเข้าใจ "คนแก่ 3 แบบนี้" มีความสุขที่สุด ข้อแรกหายาก คุณเตรียมพร้อมหรือยัง?

เมื่อสูงวัยถึงจะเข้าใจ! เปิดผลวิจัย 3 รูปแบบของผู้สูงอายุที่ "มีความสุข-สบายใจที่สุด" คุณมีครบหรือไม่?
บั้นปลายชีวิตต่างกัน! เผย 3 ลักษณะของผู้สูงวัยที่มี "ความสุขที่สุด" แบบแรกมีน้อยคนที่จะมีได้ คุณจัดอยู่ในกลุ่มไหน? พร้อมเตือนหยุดทำสิ่งนี้ ถ้าไม่อยากแก่แล้วโดดเดี่ยว
เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ หลายคนอาจเผชิญกับปัญหาสุขภาพเล็กๆ น้อยๆ เช่น อาการปวดหลัง ปวดขา หรือแม้กระทั่งความจำเสื่อม หลายคนจึงมองว่าวัยชราคือช่วงขาลงของชีวิต ที่แต่ละวันถูกตีกรอบด้วยความแก่ชรา ความเหงา ความเจ็บป่วย และความรู้สึกสูญเสีย แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่? คำตอบคือไม่เสมอไป
ผู้สูงอายุบางกลุ่มใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ มีความสุขเสมอ และดูอ่อนกว่าวัยกว่าคนในรุ่นราวคราวเดียวกันถึงสิบปี ความแตกต่างที่สำคัญนี้มาจากอะไรกันแน่? หากสังเกตอย่างใกล้ชิด จะพบว่าคนที่ "ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข" มักมีลักษณะร่วมบางอย่าง ซึ่งสามารถจัดกลุ่มได้เป็น 3 ประเภทดังต่อไปนี้
1. ผู้สูงอายุที่มีความสุขประเภทแรก: ผู้ที่มี "ความคิดที่สอดคล้องกับตนเอง"
ลักษณะที่สำคัญแต่มีผู้มีได้น้อยนี้คือ "ความสอดคล้องทางจิตใจ" ซึ่งหมายถึงการ "ใช้ชีวิตโดยไม่ขัดแย้งกับตัวเอง" อย่าประเมินความสามารถนี้ต่ำเกินไป งานวิจัยพบว่าผู้สูงอายุที่ต้องต่อสู้กับความขัดแย้งภายในจิตใจอยู่เสมอ มีความเสี่ยงเป็นโรคทางจิตเวช เช่น ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลสูงกว่าคนอื่นถึงสามเท่า
ผู้สูงอายุหลายคนมักติดอยู่ในวังวนความคิดเชิงลบ เช่น "ตอนหนุ่มสาวฉันดีแค่ไหน" "ลูกหลานสมัยนี้ไม่กตัญญู" หรือ "ไม่มีใครสนใจฉันเพราะสุขภาพฉันไม่ดี" ผลลัพธ์ที่ตามมาไม่ใช่แค่ภาวะซึมเศร้าเท่านั้น แต่สุขภาพกายก็ทรุดโทรมลงด้วย
ในทางกลับกัน ผู้สูงอายุที่สามารถยอมรับความจริงของการ "แก่ตัวลง" และหยุดกังวลว่า "ทำไมฉันถึงกลายเป็นแบบนี้" มักจะปรับตัวเข้ากับช่วงชีวิตบั้นปลายได้ดีกว่า พวกเขามีสุขภาพจิตที่มั่นคง ความดันโลหิตคงที่ และคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้นมาก
2. ผู้สูงอายุที่มีความสุขประเภทที่สอง: ผู้ที่มีคนในครอบครัวอยู่เคียงข้าง
ความสุขย่อมมาพร้อมกับความรู้สึกผูกพันในครอบครัว แม้จะอยู่ห่างกัน แต่หากความรักและความห่วงใยยังคงอยู่ในใจ การโทรศัพท์ วิดีโอคอล หรือการเยี่ยมเยียนในช่วงวันหยุด ก็เป็นกำลังใจที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ
รายงานจากคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติของจีนระบุว่า ผู้สูงอายุมากกว่า 80% ยังคงพึ่งพาการสนับสนุนทางอารมณ์จากบุตรหลานมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่รุนแรง การสนับสนุนของลูกหลานส่งผลต่อการตัดสินใจมากกว่าคำแนะนำของแพทย์เสียอีก นั่นหมายความว่าคำพูดง่ายๆ อย่าง "ลูกจะไปอยู่กับพ่อแม่นะ" มีผลมากกว่าคำแนะนำของแพทย์หลายเท่า
แต่ในความเป็นจริง ผู้สูงอายุบางคนอาจไม่มีบุตรหลานอยู่เคียงข้าง หรือมีความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกับลูกๆ ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการสร้าง "เครือข่ายความสัมพันธ์ทางเลือก" ผ่านความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ศูนย์กิจกรรมผู้สูงอายุ หรือกลุ่มงานอดิเรกต่างๆ
จากการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุที่มีความสัมพันธ์ทางสังคมที่มั่นคง มีอัตราการเกิดโรคอัลไซเมอร์ต่ำกว่าผู้ที่ไม่มีเครือข่ายสังคมถึงเกือบ 20% ซึ่งเป็นผลกระทบระยะยาวที่ได้รับการยืนยันซ้ำๆ จากงานวิจัยด้านจิตวิทยาและข้อมูลระบาดวิทยา
3. ผู้สูงอายุที่มีความสุขประเภทที่สาม: ผู้ที่อยากรู้อยากเห็นและใช้ชีวิตของตนเอง
นอกเหนือจากแนวคิดและสายสัมพันธ์ในครอบครัวแล้ว ยังมีผู้สูงอายุอีกประเภทหนึ่งที่น่าชื่นชม คือผู้ที่เรียนรู้อยู่เสมอแม้ในวัยชรา แม้จะเป็นคำกล่าวที่ได้ยินบ่อย แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ทำได้จริง ผู้สูงอายุบางคนมีความกระหายใคร่รู้มากขึ้นตามวัย ไม่กลัวสิ่งใหม่ๆ และพร้อมที่จะเรียนรู้การใช้สมาร์ทโฟน วิดีโอสั้น หรือการชำระเงินดิจิทัล
การรักษาความอยากรู้อยากเห็นถือเป็นหนึ่งในอาวุธที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการต่อต้านความชรา ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ร่างกายกลับมาเป็นหนุ่มสาว แต่สภาวะทางจิตใจเช่นนี้ช่วยให้สมองทำงานอย่างกระตือรือร้นและลดภาวะความรู้ความเข้าใจที่เสื่อมถอยลง การสำรวจของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งประเทศจีนพบว่า ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมใหม่ๆ และเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เป็นประจำ จะมีอัตราการลดลงของความสามารถในการรับรู้ที่ช้ากว่าผู้สูงอายุทั่วไปถึง 35%
การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การจำคำศัพท์ใหม่หรือการเรียนดนตรี การลองชิมรสชาติใหม่ๆ สำรวจสถานที่ใหม่ๆ หรือดูภาพยนตร์ประเภทอื่น ก็เป็นวิธีที่ดีในการกระตุ้นสมอง การวิจัยทางประสาทวิทยาชี้ว่า การเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทยังสามารถคงอยู่และแข็งแรงขึ้นได้ผ่านการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง "ความยืดหยุ่น" นี้ไม่ได้หายไปอย่างสิ้นเชิงตามอายุ
ทัศนคติคือตัวตัดสินวัยชรา
ท้ายที่สุดแล้ว ช่วงบั้นปลายชีวิตของคนเราไม่ได้ถูกกำหนดด้วยความเจ็บป่วย แต่ถูกตัดสินด้วยทัศนคติ แม้ว่าร่างกายจะเสื่อมถอยลงตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ แต่การเดินทางบนเส้นทางนี้ จะเป็นไปอย่างหงุดหงิดถูกบังคับ หรือเดินไปอย่างกระฉับกระเฉงด้วยจิตใจที่สงบ ก็เป็นคนละสถานะกันอย่างสิ้นเชิง ผู้สูงอายุที่สงบสุขกับตัวเอง มีครอบครัวอยู่เคียงข้าง และค้นพบความสุขในชีวิต ยังคงสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ความชราไม่ใช่จุดสิ้นสุด และไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นเพียงอีกช่วงหนึ่งของชีวิต หากวัยหนุ่มสาวคือช่วงเวลาแห่งการมุ่งมั่นสู่ภายนอก วัยชราก็คือช่วงเวลาของการมองย้อนกลับมาที่ตนเองอย่างสงบสุข

อัลบั้มภาพ 6 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)


