หยุดใช้เบกกิ้งโซดา! แม่บ้านญี่ปุ่น เผยวิธี "ล้างองุ่น" ที่ถูกต้อง ไข่แมลงยังหลุดออกมาเอง

การใช้เกลือและเบกกิ้งโซดา "ล้างองุ่น" เป็นวิธีที่ผิด แนะวิธีที่ถูกต้องตามแบบฉบับแม่บ้านญี่ปุ่น ที่แม้แต่ไข่แมลงยังหลุดออกเองได้!
ความจริงคือ ถ้าคุณใช้เพียงน้ำเกลือเจือจาง หรือเบกกิ้งโซดา ในการล้างองุ่น นั่นยังไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องและเพียงพอ แล้วล้างองุ่นอย่างไรจึงจะถูกต้อง?
ในช่วงฤดูดูเก็บเกี่ยวองุ่นที่สุกฉ่ำ ไม่ว่าจะเดินตลาดทั่วไปหรือแม้แต่ในร้านค้าออนไลน์ ก็จะพบองุ่นวางขายเป็นจำนวนมาก แถมราคายังถูกกว่าช่วงอื่นของปี ที่สำคัญคือผลไม้ชนิดนี้ หวานอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ คนจำนวนมากจึงชื่นชอบ
หากคุณเป็นคนที่ชอบกินองุ่น หรือมักซื้อให้ครอบครัวกิน การรักษาความสะอาดถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก ดังนั้นเมื่อซื้อองุ่นมาแล้ว คนส่วนใหญ่มักตั้งใจล้างให้สะอาด แต่หลายคนกลับพบว่าแม้จะล้างแล้ว แต่เมื่อกินไปไม่กี่ลูกกลับมีอาการปวดท้องหรือท้องเสีย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากความประมาทในการล้างองุ่น เช่น ล้างแค่น้ำเปล่า หรือล้างด้วยวิธีผิดๆ โดยใช้น้ำเกลือเจือจางหรือเบกกิ้งโซดา
ความจริงคือ การใช้น้ำเกลือเจือจางหรือเบกกิ้งโซดาล้างองุ่น ยังไม่ถูกต้องและไม่เพียงพอ
ทำไมน้ำเกลือและเบกกิ้งโซดาจึงไม่เพียงพอ?
องุ่นต่างจากผลไม้ชนิดอื่น เพราะมีลักษณะเป็นพวง ทำให้ยากที่จะล้างเข้าไปถึงซอกมุมระหว่างลูกองุ่น ส่งผลให้สิ่งสกปรก ไข่แมลง หรือสารเคมีตกค้างตามผิวและก้านองุ่นยากที่จะถูกกำจัดออก
แม้แต่การใช้เกลือหรือเบกกิ้งโซดาก็อาจไม่ได้ผล คนส่วนใหญ่มักรู้สึกว่า “ล้างสะอาดแล้ว” แค่แช่น้ำเกลือเจือจาง หรือขัดด้วยเบกกิ้งโซดา 2-3 ครั้ง แต่ในความเป็นจริง น้ำเกลืออาจฆ่าเชื้อได้บางส่วน แต่ไม่มีคุณสมบัติดูดซับพอที่จะชะล้างสารเคมีตกค้างและไข่แมลงที่แทรกอยู่ในร่องผิวขององุ่นได้ ส่วนเบกกิ้งโซดามีความเป็นด่างสูง อาจทำให้ผิวองุ่นเสีย และถ้าใช้ไม่ถูกวิธี อาจเร่งให้องุ่นเน่าเร็วขึ้นด้วยซ้ำ
- เตือนแล้วนะ! ผัก 2 ชนิด "ต้องลวก" ก่อนกิน ขี้เกียจแค่ไหนก็ต้องทำ ถ้าไม่อยากป่วย
- สายบุฟเฟ่ถูกใจสิ่งนี้ หนุ่มแชร์เทคนิคกินปิ้งย่างชื่อดัง ถูกและคุ้มจนจุกใน 1.5 ชม.
วิธีล้างที่ถูกต้อง: ใช้น้ำซาวข้าวผสมเกลือ
ตอนที่หุงข้าว เรามักจะล้างข้าวก่อน อย่าเทน้ำซาวข้าวทิ้ง เพราะนี่คือ “น้ำยาทำความสะอาดจากธรรมชาติ”
น้ำซาวข้าวมีความเป็นด่างอ่อนๆ ช่วยสลายสารตกค้างจากยาฆ่าแมลง มีความข้นหนืดและสามารถดูดซับสิ่งสกปรกที่เกาะตามเปลือกองุ่นได้ อีกทั้งไม่มีสารเคมีตกค้าง จึงปลอดภัยต่อร่างกาย
หากไม่มีน้ำซาวข้าว คุณสามารถผสมแป้งสาลี 1-2 ช้อนโต๊ะลงในน้ำ แล้วแช่องุ่นแทนได้
ขั้นตอนที่ 1: ใช้กรรไกรตัดองุ่นออกจากพวงทีละลูก หลีกเลี่ยงการโยนทั้งพวงลงไปในกะละมัง เพราะจะทำให้ล้างไม่สะอาดและองุ่นช้ำง่าย ค่อยๆ ตัดออกจากขั้วเบาๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เปลือกองุ่นถลอกหรือเนื้อองุ่นแตก ซึ่งอาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ภายในได้
ขั้นตอนที่ 2: แช่องุ่นในน้ำซาวข้าวประมาณ 15 นาที ใช้น้ำให้พอท่วมองุ่น แล้วค่อยๆ คลุกเหมือนนวดแป้ง ให้องุ่นเสียดสีกันเล็กน้อยเพื่อช่วยขัดสิ่งสกปรก จะเห็นคราบดำๆ ไข่แมลง หรือเศษฝุ่นลอยอยู่ในน้ำ นี่คือสิ่งสกปรกที่อยู่ตามซอกขององุ่น
ขั้นตอนที่ 3: หลังล้างด้วยน้ำซาวข้าวแล้ว เติมเกลือ 1 ช้อนโต๊ะลงในน้ำสะอาดอีกชาม แล้วแช่ต่อ 10 นาที น้ำเกลือช่วยฆ่าเชื้อและเชื้อรา และช่วยยืดอายุขององุ่น (ห้ามใส่เกลือมากเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวองุ่นเสียและรสชาติเปลี่ยน)
ขั้นตอนที่ 4: ล้างองุ่นด้วยน้ำสะอาดอีก 2 ครั้ง แล้วพักให้สะเด็ดน้ำ องุ่นที่ล้างด้วยวิธีนี้จะสะอาดหมดจด สามารถกินเปลือกได้เลย
ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่ไม่กินเปลือกองุ่นเพราะรสฝาดหรือเหนียว แต่จริงๆ แล้วเปลือกองุ่นอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ “แอนโทไซยานิน” ซึ่งดีต่อร่างกายมาก ดังนั้นหากล้างสะอาดแล้ว ก็ควรกินพร้อมเปลือกไปเลย และหากกินไม่หมด ควรเก็บใส่กล่องแช่เย็นช่องธรรมดา เพื่อป้องกันการเน่าเสีย

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)


