“ปลั๊กไฟในบ้าน” ควรเปลี่ยนตอนไหนถึงจะปลอดภัย? เช็กให้ดีก่อนเกิดอันตราย

“ปลั๊กไฟในบ้าน” ควรเปลี่ยนตอนไหนถึงจะปลอดภัย? เช็กให้ดีก่อนเกิดอันตราย

“ปลั๊กไฟในบ้าน” ควรเปลี่ยนตอนไหนถึงจะปลอดภัย? เช็กให้ดีก่อนเกิดอันตราย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สังเกตให้ดี! สัญญาณเตือนที่บอกว่า 'ปลั๊กไฟ' ถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่แล้ว เพื่อความปลอดภัยในบ้าน

หลายคนอาจมองข้าม "ปลั๊กไฟ" ที่ใช้ทุกวัน เพราะดูเหมือนยังใช้งานได้ดี แต่ในความเป็นจริง ปลั๊กที่เสื่อมสภาพหรือชำรุด อาจเป็นต้นเหตุของไฟดูด ไฟช็อต หรือแม้แต่ไฟไหม้ได้โดยไม่รู้ตัว การรู้สัญญาณเตือนและเปลี่ยนปลั๊กไฟให้ทันเวลา จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับความปลอดภัยของทุกบ้านและสมาชิกในครอบครัว

ทำไมต้องตรวจเช็กปลั๊กไฟเป็นประจำ

ปลั๊กไฟ เป็นอุปกรณ์ที่รับแรงดันไฟฟ้าและถูกใช้งานอยู่ตลอดเวลา เมื่อใช้งานไปเป็นเวลานาน ส่วนที่เป็นโลหะภายในจะเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้หน้าสัมผัสหลวมและเกิดความร้อนสะสมได้ง่าย ความร้อนที่เกิดขึ้นนี้อาจทำให้พลาสติกละลายหรือไหม้ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการเปลี่ยน อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงโดยไม่ทันตั้งตัวได้เลย

สัญญาณเตือนว่าควรเปลี่ยนปลั๊กไฟทันที

หากพบอาการเหล่านี้กับปลั๊กไฟในบ้าน ควรหยุดใช้งานและดำเนินการเปลี่ยนใหม่ทันที เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ ปลั๊กไฟ ที่ชำรุด:

1. เสียบแล้วหลวม หรือขาปลั๊กไม่แน่น

ถ้าเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าแล้วรู้สึกว่าปลั๊กไม่แน่นหนาเหมือนเดิม แสดงว่าหน้าสัมผัสภายในอาจเริ่มสึกหรอหรือหลวม การสัมผัสที่ไม่ดีจะทำให้เกิดความร้อนและเสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟได้ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตัวบ้านเอง

2. มีกลิ่นไหม้ หรือมีรอยดำรอบเต้าเสียบ

การมีกลิ่นไหม้ หรือการปรากฏของรอยดำรอบ ๆ เต้าเสียบเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ปลั๊กไฟ ภายในเกิดความร้อนสูงจากการลัดวงจร หรือการใช้ไฟเกินกำลังอย่างต่อเนื่อง หากยังคงใช้งานต่อก็อาจทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้นได้

3. ได้ยินเสียง "เปรี๊ยะ" ขณะเสียบปลั๊ก

เสียง "เปรี๊ยะ" หรือเสียงคล้ายไฟช็อตเบา ๆ ในขณะที่กำลังเสียบปลั๊ก แสดงว่ามีการอาร์กไฟ หรือไฟฟ้ากระโดด ซึ่งมักเกิดจากหน้าสัมผัสภายในหลวม หรือมีสิ่งสกปรกเข้าไปขวางอยู่ ควรหยุดใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวทันที เพื่อความปลอดภัย

4. ตัวปลั๊กละลายหรือบิดงอ

เมื่อวัสดุพลาสติกที่ห่อหุ้มเริ่มมีร่องรอยการละลายหรือบิดงอ นั่นหมายถึงมีการสะสมความร้อนสูงภายในตัวปลั๊กมาเป็นเวลานาน ถือเป็นสภาพที่ไม่ปลอดภัยอย่างมาก และจำเป็นต้องเปลี่ยน ปลั๊กไฟ ใหม่โดยเร็วที่สุด

5. ใช้งานมานานเกิน 3–5 ปี

แม้ว่าปลั๊กไฟจะยังดูใช้งานได้ปกติ แต่การใช้งานเป็นประจำทุกวันย่อมทำให้มีการสึกหรอภายใน ดังนั้น ควรพิจารณาเปลี่ยนปลั๊กไฟตามอายุการใช้งานที่เหมาะสม เพื่อเป็นการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในระยะยาว

เคล็ดลับการใช้ปลั๊กไฟอย่างปลอดภัย

เพื่อให้ ปลั๊กไฟ ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้อย่างเคร่งครัด:

  • อย่าเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าเกินกำลังวัตต์ที่ปลั๊กพ่วงนั้นระบุไว้
  • ห้ามใช้ปลั๊กพ่วงเสียบต่อกันหลายชั้นโดยเด็ดขาด เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดไฟไหม้
  • หลีกเลี่ยงการติดตั้งหรือใช้งานในบริเวณใกล้แหล่งน้ำ หรือบริเวณที่มีความเปียกชื้นสูง
  • หมั่นตรวจเช็กสภาพสายไฟว่าไม่มีรอยแตกหักหรือฉีกขาด
  • ควรเลือกซื้อปลั๊กไฟที่มีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. เท่านั้น

สรุป: การเปลี่ยนปลั๊กไฟคือการป้องกันอุบัติเหตุที่ดีที่สุด

การตรวจสอบและเปลี่ยน ปลั๊กไฟ ที่เริ่มเสื่อมสภาพถือเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ไฟดูดหรือไฟไหม้ การใส่ใจสังเกตสัญญาณเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบบ้าน จึงเป็นวิธีง่าย ๆ แต่สำคัญอย่างยิ่งในการช่วยรักษาความปลอดภัยของครอบครัวและทรัพย์สินของท่านได้อย่างมาก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล