"ผักเคล" ซูเปอร์ฟู้ดมากประโยชน์ แต่ก็มีโทษที่ต้องระวัง
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/wo/0/ud/52/264209/health-2025-11-06t113858.20.jpg"ผักเคล" ซูเปอร์ฟู้ดมากประโยชน์ แต่ก็มีโทษที่ต้องระวัง

"ผักเคล" ซูเปอร์ฟู้ดมากประโยชน์ แต่ก็มีโทษที่ต้องระวัง

แชร์เรื่องนี้

ข้อควรระวังในการบริโภค "ผักเคล" ราชินีแห่งผักใบเขียว ที่คนรักสุขภาพควรรู้

ผักเคล (Kale) ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ราชินีแห่งผักใบเขียว" เพราะอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระมากมายจนเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสุขภาพ อย่างไรก็ตาม การบริโภคผักเคลในปริมาณที่มากเกินไป หรือในผู้ที่มีภาวะสุขภาพบางอย่าง อาจก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อร่างกายได้เช่นกัน

เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและสามารถหลีกเลี่ยงผลเสียที่อาจเกิดขึ้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อควรระวังในการบริโภคจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโทษของผักเคล ที่คุณควรทราบก่อนตัดสินใจเพิ่มผักชนิดนี้เข้าสู่เมนูอาหารเป็นประจำ

ภัยเงียบที่อาจมาพร้อมกับผักเคล

แม้ผักเคลจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ก็มีสารบางชนิดที่หากได้รับในปริมาณมาก อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ ดังนี้:

  • สารออกซาเลตสูง เสี่ยงนิ่วในไต: ผักเคลมีสารออกซาเลต ซึ่งสามารถจับตัวกับแคลเซียมและอาจตกตะกอนกลายเป็นก้อนนิ่วในไตได้ ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคนิ่วหรือมีความเสี่ยงควรจำกัดการบริโภค การปรุงผักเคลให้สุกจะช่วยลดปริมาณสารออกซาเลตลงได้ และควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันการสะสม
  • กระทบการทำงานของต่อมไทรอยด์: ในผักเคลดิบมีสารกอยโตรเจน (Goitrogen) ที่อาจขัดขวางการดูดซึมไอโอดีนของต่อมไทรอยด์ และลดการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ สำหรับผู้ที่มีภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ การบริโภคแบบดิบเป็นประจำอาจทำให้อาการแย่ลงได้ แต่สารกอยโตรเจนจะถูกทำลายได้เมื่อนำไปปรุงให้สุก
  • วิตามินเคสูง รบกวนยาละลายลิ่มเลือด: ผักเคลเป็นแหล่งวิตามินเคชั้นยอด ซึ่งมีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือด สำหรับผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาวาร์ฟาริน การได้รับวิตามินเคสูงเกินไปอาจลดประสิทธิภาพของยาลงได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภคในปริมาณมาก

ข้อจำกัดด้านสุขภาพและการบริโภคผักเคล

ผู้ที่มีภาวะสุขภาพบางอย่างควรระมัดระวังเป็นพิเศษในการบริโภคผักเคล เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่ออาการที่เป็นอยู่ได้:

ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไต

ผักเคลมีปริมาณโพแทสเซียมค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง เพราะไตอาจไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกไปได้เต็มที่ การมีโพแทสเซียมในเลือดสูงเกินไปเป็นอันตรายต่อการทำงานของหัวใจได้ ผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อหาปริมาณที่ปลอดภัยในการบริโภค

อาจทำให้ท้องอืด

เนื่องจากผักเคลมีใยอาหารสูง การบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่ได้ทานผักใยอาหารสูงเป็นประจำ อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง และมีแก๊สในกระเพาะอาหารตามมาได้ ควรเริ่มจากการบริโภคทีละน้อยและค่อยๆ เพิ่มปริมาณ

ความเสี่ยงจากสารเคมีตกค้าง

ผักเคลเป็นหนึ่งในพืชที่อาจมีการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลง หรือดูดซึมโลหะหนักจากดินได้ง่าย การสะสมของสารเหล่านี้ในร่างกายในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อจากแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือ หรือเลือกผักเคลออร์แกนิก และต้องล้างทำความสะอาดให้ดีก่อนนำมาปรุงอาหาร

บริโภคผักเคลอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

แม้ว่าผักเคลจะเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่เปี่ยมด้วยคุณประโยชน์ แต่การบริโภคที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเพื่อความปลอดภัย

การรู้จักทั้งประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค ผักเคล จะช่วยให้คุณได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ และสามารถบริโภคได้อย่างมีความสุขโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว