สูตรลับ "แกงเขียวหวาน" ทำแกงเขียวหวานเนื้อให้หอมอร่อยแบบต้นตำรับ

สูตรลับ "แกงเขียวหวาน" ทำแกงเขียวหวานเนื้อให้หอมอร่อยแบบต้นตำรับ

สูตรลับ "แกงเขียวหวาน" ทำแกงเขียวหวานเนื้อให้หอมอร่อยแบบต้นตำรับ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แกงเขียวหวานเป็นหนึ่งในอาหารไทยที่ขึ้นชื่อไปทั่วโลก ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม หอมเครื่องแกง และความเผ็ดร้อนที่ลงตัว แต่การจะทำแกงเขียวหวานให้อร่อยถูกใจและได้รสชาติต้นตำรับนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เคล็ดลับไม่ได้อยู่ที่แค่การใช้พริกแกงสำเร็จรูป แต่ยังรวมถึงเทคนิคการทำ การเลือกวัตถุดิบ และการเคี่ยวที่ถูกต้อง Sanook แกะรอยสูตรลับของ แกงเขียวหวาน ซึ่งจะพาคุณไปเจาะลึกทุกขั้นตอนการทำอย่างละเอียด เพื่อให้คุณได้แกงเขียวหวานที่อร่อยล้ำลึกและน่าประทับใจ

วัตถุดิบและส่วนผสม: หัวใจสำคัญของความอร่อย

การเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพคือจุดเริ่มต้นของการทำ แกงเขียวหวาน ที่สมบูรณ์แบบ วิดีโอนี้เลือกใช้เนื้อวัวเป็นส่วนผสมหลัก แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นเนื้อไก่หรือเนื้อหมูได้ตามความชอบ

  • วัตถุดิบหลัก:
    • เนื้อวัวติดมัน: ควรเลือกใช้เนื้อวัวที่มีไขมันแทรกเพราะไขมันจะช่วยให้รสชาติของแกงเข้มข้นและนุ่มละมุนลิ้น
    • หัวกะทิและหางกะทิ: การแยกใช้หัวกะทิ (ส่วนที่ข้น) และหางกะทิ (ส่วนที่เจือจาง) เป็นเทคนิคสำคัญในอาหารไทย โดยหัวกะทิจะใช้ในการผัดพริกแกงให้แตกมัน ส่วนหางกะทิจะใช้ในการเคี่ยวเนื้อให้เปื่อยนุ่ม
    • พริกแกงเขียวหวานแบบโขลกเอง: เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมแบบต้นตำรับ ควรโขลกพริกแกงเอง ซึ่งส่วนประกอบหลัก ได้แก่ พริกชี้ฟ้าเขียว พริกขี้หนูสวนสีเขียว (เพิ่มความเผ็ด) ตะไคร้ ข่า กระเทียมไทย หอมแดง ผิวมะกรูด ลูกผักชีและยี่หร่าคั่วป่น กะปิ  ใบโหระพา (เพื่อเพิ่มสีเขียว) 
  • เครื่องปรุงรสและผักอื่น ๆ:
    • น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว: ใช้เพื่อปรับรสชาติของแกงให้กลมกล่อมและไม่หวานจนเกินไป
    • น้ำปลา: ใช้สำหรับปรุงรสให้มีความเค็มและเพิ่มความหอม
    • ใบมะกรูด: ควรฉีกเอาเส้นกลางออกก่อนใส่ เพื่อให้กลิ่นหอมและไม่ขม
    • ผักอื่น ๆ: ใช้มะเขือเทศพวง และพริกหวานสีเหลือง เพื่อเพิ่มสีสันและรสชาติ

ขั้นตอนการทำแกงเขียวหวาน: จากการเคี่ยวเนื้อสู่การปรุงรส

การทำแกงเขียวหวานตามแบบฉบับนี้มีลำดับขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อให้ได้รสชาติที่นุ่มนวลและเข้มข้น

  • ขั้นตอนที่ 1: เคี่ยวเนื้อให้เปื่อยนุ่ม (เป็นวิธีดั้งเดิม):
    • เริ่มจากการนำเนื้อที่หั่นเป็นชิ้นหนา ๆ ไปเคี่ยวในหางกะทิ เพื่อให้เนื้อนุ่มและมีกลิ่นหอม
    • การเคี่ยวเนื้อด้วยหางกะทิจะช่วยให้เนื้อไม่แห้งและซึมซับรสชาติได้ดีขึ้น
    • ในระหว่างการเคี่ยวให้ใส่เกลือลงไปด้วย เพื่อให้รสชาติซึมเข้าเนื้อตั้งแต่ต้น
  • ขั้นตอนที่ 2: ผัดพริกแกงให้หอมและแตกมัน:
    • ตั้งกระทะให้ร้อน จากนั้นใส่หัวกะทิลงไปเคี่ยวจนแตกมัน การ "แตกมัน" คือการที่กะทิเดือดจนน้ำมันจากกะทิแยกชั้นออกมา ซึ่งจะทำให้แกงมีรสชาติเข้มข้นและหอมขึ้นอย่างมาก
    • ใส่พริกแกงเขียวหวานที่โขลกไว้ลงไปผัดกับหัวกะทิที่แตกมันแล้ว ผัดให้หอมเข้ากัน
    • ใส่ใบโหระพาที่ลวกแล้วลงไปโขลกกับพริกแกงในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเพิ่มสีเขียวของแกงให้สวยงาม 
  • ขั้นตอนที่ 3: ปรุงรสและใส่เนื้อ:
    • เมื่อพริกแกงหอมได้ที่แล้ว ให้ใส่เนื้อที่เคี่ยวไว้ลงไปผัด 
    • ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว เพื่อให้รสชาติเผ็ดเค็มมีความหวานมาตัดเล็กน้อย
    • ใส่มะเขือพวงและพริกหวานลงไป 
    • ปรุงรสด้วยน้ำปลาเพื่อให้ได้รสเค็มที่กลมกล่อม 
    • วิดีโอแนะนำว่าควรใส่น้ำปลาขณะแกงเดือดเพื่อให้กลิ่นหอมของน้ำปลาอบอวลไปในแกง

เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อแกงเขียวหวานที่สมบูรณ์แบบ

การทำแกงเขียวหวานให้อร่อยยังต้องอาศัยเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยยกระดับรสชาติให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

  • การใช้เครื่องปั่นช่วยโขลกพริกแกง: หากไม่ต้องการโขลกพริกแกงด้วยมือ สามารถใช้เครื่องปั่นได้ โดยอาจเติมหางกะทิหรือน้ำสต็อกที่ได้จากการเคี่ยวเนื้อลงไปเล็กน้อยเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันได้ง่าย
  • การเพิ่มความหอมด้วยใบโหระพา: นอกจากการใส่ใบโหระพาลงในพริกแกงแล้ว ควรใส่ใบโหระพาในขั้นตอนสุดท้ายก่อนปิดไฟ จะช่วยให้ใบโหระพายังคงสีเขียวสดและกลิ่นหอม
  • การชิมและปรับรสชาติ: รสชาติของ แกงเขียวหวาน ที่ดีควรมีรสเผ็ดนำ เค็มตาม และมีความหวานเล็กน้อย ควรชิมและปรับรสชาติให้ถูกปากก่อนเสิร์ฟ
  • การพักแกง: หลังจากทำเสร็จแล้ว การพักแกงไว้สักครู่จะช่วยให้รสชาติซึมซาบเข้าสู่เนื้อและผักได้ดีขึ้น

การทำ แกงเขียวหวาน ไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่เป็นศิลปะที่ต้องใช้ความอดทนและความใส่ใจในทุกรายละเอียด การทำตามสูตรลับเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้แกงเขียวหวานที่รสชาติล้ำลึกและน่าประทับใจราวกับเชฟมืออาชีพ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล