สูตรลับ "แกงเขียวหวาน" ทำแกงเขียวหวานเนื้อให้หอมอร่อยแบบต้นตำรับ

แกงเขียวหวานเป็นหนึ่งในอาหารไทยที่ขึ้นชื่อไปทั่วโลก ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม หอมเครื่องแกง และความเผ็ดร้อนที่ลงตัว แต่การจะทำแกงเขียวหวานให้อร่อยถูกใจและได้รสชาติต้นตำรับนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เคล็ดลับไม่ได้อยู่ที่แค่การใช้พริกแกงสำเร็จรูป แต่ยังรวมถึงเทคนิคการทำ การเลือกวัตถุดิบ และการเคี่ยวที่ถูกต้อง Sanook แกะรอยสูตรลับของ แกงเขียวหวาน ซึ่งจะพาคุณไปเจาะลึกทุกขั้นตอนการทำอย่างละเอียด เพื่อให้คุณได้แกงเขียวหวานที่อร่อยล้ำลึกและน่าประทับใจ
วัตถุดิบและส่วนผสม: หัวใจสำคัญของความอร่อย
การเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพคือจุดเริ่มต้นของการทำ แกงเขียวหวาน ที่สมบูรณ์แบบ วิดีโอนี้เลือกใช้เนื้อวัวเป็นส่วนผสมหลัก แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นเนื้อไก่หรือเนื้อหมูได้ตามความชอบ
- วัตถุดิบหลัก:
- เนื้อวัวติดมัน: ควรเลือกใช้เนื้อวัวที่มีไขมันแทรกเพราะไขมันจะช่วยให้รสชาติของแกงเข้มข้นและนุ่มละมุนลิ้น
- หัวกะทิและหางกะทิ: การแยกใช้หัวกะทิ (ส่วนที่ข้น) และหางกะทิ (ส่วนที่เจือจาง) เป็นเทคนิคสำคัญในอาหารไทย โดยหัวกะทิจะใช้ในการผัดพริกแกงให้แตกมัน ส่วนหางกะทิจะใช้ในการเคี่ยวเนื้อให้เปื่อยนุ่ม
- พริกแกงเขียวหวานแบบโขลกเอง: เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมแบบต้นตำรับ ควรโขลกพริกแกงเอง ซึ่งส่วนประกอบหลัก ได้แก่ พริกชี้ฟ้าเขียว พริกขี้หนูสวนสีเขียว (เพิ่มความเผ็ด) ตะไคร้ ข่า กระเทียมไทย หอมแดง ผิวมะกรูด ลูกผักชีและยี่หร่าคั่วป่น กะปิ ใบโหระพา (เพื่อเพิ่มสีเขียว)
- เครื่องปรุงรสและผักอื่น ๆ:
- น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว: ใช้เพื่อปรับรสชาติของแกงให้กลมกล่อมและไม่หวานจนเกินไป
- น้ำปลา: ใช้สำหรับปรุงรสให้มีความเค็มและเพิ่มความหอม
- ใบมะกรูด: ควรฉีกเอาเส้นกลางออกก่อนใส่ เพื่อให้กลิ่นหอมและไม่ขม
- ผักอื่น ๆ: ใช้มะเขือเทศพวง และพริกหวานสีเหลือง เพื่อเพิ่มสีสันและรสชาติ
ขั้นตอนการทำแกงเขียวหวาน: จากการเคี่ยวเนื้อสู่การปรุงรส
การทำแกงเขียวหวานตามแบบฉบับนี้มีลำดับขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อให้ได้รสชาติที่นุ่มนวลและเข้มข้น
- ขั้นตอนที่ 1: เคี่ยวเนื้อให้เปื่อยนุ่ม (เป็นวิธีดั้งเดิม):
- เริ่มจากการนำเนื้อที่หั่นเป็นชิ้นหนา ๆ ไปเคี่ยวในหางกะทิ เพื่อให้เนื้อนุ่มและมีกลิ่นหอม
- การเคี่ยวเนื้อด้วยหางกะทิจะช่วยให้เนื้อไม่แห้งและซึมซับรสชาติได้ดีขึ้น
- ในระหว่างการเคี่ยวให้ใส่เกลือลงไปด้วย เพื่อให้รสชาติซึมเข้าเนื้อตั้งแต่ต้น
- ขั้นตอนที่ 2: ผัดพริกแกงให้หอมและแตกมัน:
- ตั้งกระทะให้ร้อน จากนั้นใส่หัวกะทิลงไปเคี่ยวจนแตกมัน การ "แตกมัน" คือการที่กะทิเดือดจนน้ำมันจากกะทิแยกชั้นออกมา ซึ่งจะทำให้แกงมีรสชาติเข้มข้นและหอมขึ้นอย่างมาก
- ใส่พริกแกงเขียวหวานที่โขลกไว้ลงไปผัดกับหัวกะทิที่แตกมันแล้ว ผัดให้หอมเข้ากัน
- ใส่ใบโหระพาที่ลวกแล้วลงไปโขลกกับพริกแกงในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเพิ่มสีเขียวของแกงให้สวยงาม
- ขั้นตอนที่ 3: ปรุงรสและใส่เนื้อ:
- เมื่อพริกแกงหอมได้ที่แล้ว ให้ใส่เนื้อที่เคี่ยวไว้ลงไปผัด
- ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว เพื่อให้รสชาติเผ็ดเค็มมีความหวานมาตัดเล็กน้อย
- ใส่มะเขือพวงและพริกหวานลงไป
- ปรุงรสด้วยน้ำปลาเพื่อให้ได้รสเค็มที่กลมกล่อม
- วิดีโอแนะนำว่าควรใส่น้ำปลาขณะแกงเดือดเพื่อให้กลิ่นหอมของน้ำปลาอบอวลไปในแกง
เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อแกงเขียวหวานที่สมบูรณ์แบบ
การทำแกงเขียวหวานให้อร่อยยังต้องอาศัยเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยยกระดับรสชาติให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
- การใช้เครื่องปั่นช่วยโขลกพริกแกง: หากไม่ต้องการโขลกพริกแกงด้วยมือ สามารถใช้เครื่องปั่นได้ โดยอาจเติมหางกะทิหรือน้ำสต็อกที่ได้จากการเคี่ยวเนื้อลงไปเล็กน้อยเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันได้ง่าย
- การเพิ่มความหอมด้วยใบโหระพา: นอกจากการใส่ใบโหระพาลงในพริกแกงแล้ว ควรใส่ใบโหระพาในขั้นตอนสุดท้ายก่อนปิดไฟ จะช่วยให้ใบโหระพายังคงสีเขียวสดและกลิ่นหอม
- การชิมและปรับรสชาติ: รสชาติของ แกงเขียวหวาน ที่ดีควรมีรสเผ็ดนำ เค็มตาม และมีความหวานเล็กน้อย ควรชิมและปรับรสชาติให้ถูกปากก่อนเสิร์ฟ
- การพักแกง: หลังจากทำเสร็จแล้ว การพักแกงไว้สักครู่จะช่วยให้รสชาติซึมซาบเข้าสู่เนื้อและผักได้ดีขึ้น
การทำ แกงเขียวหวาน ไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่เป็นศิลปะที่ต้องใช้ความอดทนและความใส่ใจในทุกรายละเอียด การทำตามสูตรลับเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้แกงเขียวหวานที่รสชาติล้ำลึกและน่าประทับใจราวกับเชฟมืออาชีพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

