ทำรังแต่พอตัว จะได้ไม่หัวบาน

ทำรังแต่พอตัว จะได้ไม่หัวบาน

ทำรังแต่พอตัว จะได้ไม่หัวบาน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"นกน้อยทำรังแต่พอตัว" คำนี้ยังใช้ได้และเป็นเรื่องจริง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน อยู่ที่ใครจะตระหนักและสำนึก สำเหนียกแค่ไหน!!!

คนเราต้องรู้จักประมาณตัว ประเมินตน และตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

มันมีเหตุการณ์และตัวอย่างให้เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ตอนคนเราเฟื่องฟูรุ่งเรือง เราจะลำพองตัวและคิดว่าตัวเองเจ๋งและอยู่ค้ำฟ้า ชื่อเสียง เงินทอง หน้าที่การงานที่หลั่งไหลกันเข้ามา ก็คิดว่ามันจะมีเยอะอย่างนั้น และตลอดไป...

นี่คือความประมาทในชีวิต ใครจะไปรู้ว่าคนที่กำลังดังอย่างสุดขีด หรือถ้้าไม่ใช่คนดัง แต่อาจจะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงานที่รุ่งสุดๆ วันหนึ่งจะตกลงมาไม่ได้ วันหนึ่งจะไม่มีอุบัติเหตุกับชีวิต วันหนึ่งจะไม่เกิดการสะดุด

มันอาจจะไม่ได้เกิดเพราะเราทำตัวเอง แต่ใครจะรู้ว่าคนอื่นอาจจะมาทำเรา หรืออาจจะเพราะปัจจัยอื่นๆที่เราคาดเดาไม่ได้ อย่าง น้ำท่วม การเมือง กระแสความนิยม ข่าวฉาว หรืออะไรก็แล้วแต่

ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เราเองยังเปลี่ยนนับประสาอะไรกับสิ่งรอบตัว!!

เอาล่ะ ! ถ้ารู้แล้วว่าอะไรก็ไม่ใช่สิ่งแน่นอนของชีวิต เราไม่ได้เป็นเจ้าของอะไรตลอดไป เพราะฉะนั้นเราควรต้องวางแผนชีวิต เพื่อรองรับกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตเราไหม ไม่ใช่หลงระเริงไปกับสิ่งรอบตัวที่มันไม่แน่นอน

คนเรามาถึงจุดสูงสุดหรือบินขึ้นที่สูงๆ จากไม่มีอะไร ชีวิตก็เปลี่ยนเพียงข้ามคืน สมัยนี้เห็นได้บ่อยมาก จากคนธรรมดาเดินอยู่ข้างทาง อีกวันเป็นซุปเปอร์สตาร์ไปแล้ว คนรู้จักไปทั่วประเทศ ลองคิดดูว่า ชีวิตมันเปลี่ยนแค่ไหน ใครมีวุฒิภาวะ ใครรู้เท่าทัน ใครมีพ่อแม่ คนรอบข้างที่เป็นหลักได้ คอยเตือนสติได้ก็ดีไป แต่ถ้าไม่มีหรือคนรอบข้างก็หยิ่งผยองพองขน เยินยอให้พองหนักขึ้นไปอีก จนลืมไปว่า สิ่งรอบๆ ตัวไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นหัวโขน และมันเป็นโลกมายาเท่านั้น

นี่อาจเป็นในแง่ความรู้สึก จับต้องไม่ได้ แต่มันเจ็บปวดกว่าตรงที่มันรู้สึกได้ทางจิตใจและมันอาจจะเจ็บปวดไปตลอดชีวิต ถ้าเราไม่รู้เท่าทันมันให้ได้

และสำหรับในแง่การดำรงชีวิต คนเราพอได้เงินมาเยอะๆ ถ้าไม่มีสติ ไม่มีความยับยั้งชั่งใจ อยากได้อะไรก็ซื้อแมร่งให้หมด สมัยเด็กมีปมอะไร ไม่เคยได้อะไร จะซื้อให้สะใจ ซื้อน่ะซื้อได้ แต่ต้องรู้จักคำว่า "พอดี" ป่ะ!!

ทำรังแต่พอตัว จะได้ไม่หัวบาน

เพราะคิดอยู่เสมอว่า เดี๋ยวก็หาเงินได้ใหม่ ได้ง่าย ได้ไว ได้ตลอด หมดวันนี้พรุ่งนี้ก็ยังมีงาน เดือนหน้าก็มี ปีหน้าก็ยังมี แต่ขอให้ย้อนกลับไปอ่านก่อนหน้านี้ว่า "ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน" ไม่ต้องมีใครมากลั่นแกล้ง ขัดขา ใส่ร้ายหรอก เอาแค่วันหนึ่งขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุ พิการไม่เหมือนเดิม หน้าตา ร่างกาย สติปัญญา ความสามารถไม่ได้เหมือนเก่า ถามหน่อยใครเขาจะเอาเรา งานที่เคยมี คนที่เคยจ้างอาจไม่จ้างแล้ว

เงินที่คิดว่าจะหาได้ในอนาคตหายวับไปกับตา ไอ้ที่คิดว่าจะมี มันไม่มีแล้ว ชีวิตมันโบยตีให้เราเจ็บปวดแบบนี้ แต่เพื่อให้เราสะดุ้งตื่นจากภาพฝันที่เราวาดไว้ไง

ดังนั้นในวันที่มีงานทำ หาเงินได้ รู้จักเก็บเงินบ้าง มันไม่ใช่ของเน่าเสีย เก็บแล้วงอกเงยด้วยซ้ำ หรือถ้าเราเอาไปซื้ออะไรให้คิดให้ดีๆ หรือถ้าจะซื้อของใหญ่ๆอย่าง "บ้าน" ก็ซื้อให้พอประมาณกับตัวเอง ไม่ใช่หน้าใหญ่ใจโต โอ้อวดตัว ซัดไปหลายสิบล้าน (แต่ผ่อนเอานะ) แล้วความไม่แน่นอนก็เกิดขึ้นกับชีวิตจนแม้แต่เจ้าตัวยังตั้งตัวไม่ทัน งานหด งานหาย ไม่มีเงินผ่อนบ้านต้องการ ขายทัพย์สินอื่นๆที่มี พ่อแม่ที่เคยอยู่สบาย ต้องลำบากกว่าเดิม เพราะต้องประหยัดที่สุดเพื่อหาเงินมาผ่อนบ้านในแต่ละเดือนให้ได้!!

สำหรับบางคนที่อยากได้นั่นได้นี่ เริ่มทำงานก็อยากมีรถกับเขาบ้าง ทั้งๆที่แต่ละเดือนยังไม่ค่อยจะพอกิน อย่าลืมว่า ต้องจ่ายค่าน้ำมัน ประกัน ค่าทางด่วน ค่าบำรุงรักษา ซ่อมนี่นั่นสารพัด คิดเผื่อไว้ด้วย ไม่อย่างนั้นก็เตรียมรอรับชะตากรรมให้ไฟแนนซ์มายึดรถได้เลย แล้วเงินที่ผ่อนมาก็หายวับไปกับตา

หรือถ้าเราเห็นตัวอย่างของดาราอาวุโสหลายๆ คน บั้นปลายชีวิตน่าสงสารจับใจ งานไม่มี เงินก็ไม่มี แถมเจ็บป่วยอีก เราอาจเคยตั้งคำถามในใจว่า แล้วตอนที่ท่านเหล่านี้รุ่งโรจน์ เงินมันหายไปไหนหมด

ตัวอย่างมีให้เห็น เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้วยตัวเอง ถ้าตอนนี้ดูชีวิตมันฟุ้งๆ เฟ้อๆ เพ้อๆ ไปตามคนอื่น อยากได้นั่นได้นี่ตามคนอื่น ก็ให้หันกลับมาย้อนดูตัวเอง อยู่กับตัวเองนิ่งๆตามลำพัง มีสติและพิจารณาว่าเราคือใคร มาจากไหน ทำอะไรอยู่ ประเมินชีวิตของตัวเองแบบซื่อสัตย์ไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป และที่สำคัญไม่ประมาทกับชีวิต

คุณก็จะพบคำตอบ...ที่ตัวเองต้องการ

Kalamare

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล