กินสัปปะรดแล้วลิ้นแตก แก้ยังไง วิธีง่าย ๆ หมดปัญหาลิ้นพัง!

สับปะรด ผลไม้รสหวานฉ่ำที่หลายคนชื่นชอบ แต่ปัญหาที่ตามมาคืออาการแสบปาก ลิ้นแตก หรือเจ็บลิ้นหลังจากกินเข้าไป สาเหตุเป็นเพราะอะไร และจะมีวิธีใดบ้างที่จะกินสัปปะรดแล้วไม่ใช้ลิ้นแตก อร่อย สดชื่น ลิ้นไม่พัง

กินสับปะรดแล้วลิ้นแตก เกิดจากอะไร
หลายคนคงเคยมีประสบการณ์กินสับปะรดแล้วรู้สึกเหมือนลิ้นแตก แสบลิ้น หรือเหมือนลิ้นถูกไฟลวก สาเหตุไม่ได้เกิดจากการแพ้ แต่เกิดจากเอนไซม์ธรรมชาติในสับปะรด โดยเอนไซม์ตัวนี้ชื่อว่า โบรมีเลน (Bromelain) จัดอยู่ในกลุ่มเอนไซม์ที่ช่วยย่อยโปรตีน ดังนั้น เมื่อเรากินสับปะรดเข้าไป เอนไซม์จะเริ่มย่อยโปรตีนที่อยู่ในลิ้น ริมฝีปาก และเนื้อเยื่อในช่องปาก จึงทำให้เกิดอาการแสบ ชา หรือเหมือนถูกเข็มเล็ก ๆ แทง นอกจากนี้ สับปะรดยังมีกรดอินทรีย์สูง เช่น กรดซิตริก ทำให้ความระคายเคืองมีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในส่วนแกนกลางที่มีเอนไซม์เข้มข้นกว่าส่วนอื่น
วิธีแก้ กินสับปะรดแล้วแสบลิ้น
เพื่อให้การกินสับปะรดแล้วไม่ลิ้นแตกจากเอนไซม์โบรมีเลน จึงมีวิธีป้องกัน และลดอาการลิ้นแตก ได้ดังนี้
- แช่สับปะรดในน้ำเกลืออ่อน ๆ เพราะน้ำเกลือจะช่วยลดฤทธิ์ของโบรมีเลนได้
- เลี่ยงกินส่วนแกนกลางสัปปะรด พราะเป็นส่วนที่มีโบรมีเลนมากที่สุด
- นำสับปะรดด้วยความร้อน เช่น ต้ม ย่าง หรืออบ ความร้อนจะยับยั้งเอนไซม์โบรมีเลนไว้
- กินสับปะรดพร้อมกับอาหาร หรือผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ต ไอศกรีม เพราะโปรตีนจากนมจะช่วยจับเอนไซม์และลดอาการแสบลิ้น
- ล้างปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำเย็น หลังจากกินสับปะรดจะช่วยบรรเทาอาการแสบลิ้นได้
- กินสับปะรดกระป๋องแทนผลสัปปะรดสด เพราะผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนทำให้เอนไซม์โบรมีเลนหมดฤทธิ์แล้ว
สรุป
โดยทั่วไป การกินสัปปะรดแล้วรู้สึกว่าลิ้นแตก แสบลิ้นนั้น ไม่เป็นอันตราย และจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง เพราะร่างกายสามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้เอง แต่ถ้าพบว่าอาการรุนแรงผิดปกติ หรือมีภาวะแพ้ร่วมด้วย ควรรีบปรึกษาแพทย์
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
