อันตรายจากการ "แชร์ลิปสติก" รู้ทันความเสี่ยง ปกป้องสุขภาพคุณ

อันตรายจากการ "แชร์ลิปสติก" รู้ทันความเสี่ยง ปกป้องสุขภาพคุณ

อันตรายจากการ "แชร์ลิปสติก" รู้ทันความเสี่ยง ปกป้องสุขภาพคุณ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ลิปสติกคือไอเท็มความงามชิ้นโปรดของสาวๆ หลายคน และบ่อยครั้งที่เราอาจเผลอหยิบยืม หรือแบ่งปันลิปสติกกับเพื่อนสนิท เพื่อลองสีใหม่ๆ หรือในยามที่ลืมพกมา แต่ภายใต้ความปรารถนาดีหรือความสะดวกสบายนี้ คุณรู้หรือไม่ว่าการ "ใช้ลิปสติกร่วมกัน" กำลังนำพาความเสี่ยงของการติดเชื้อโรคต่างๆ มาสู่คุณและคนรอบข้างได้อย่างง่ายดาย? มาดูกันว่ามีโรคอะไรบ้างที่คุณอาจไม่คาดคิด

ทำไมการใช้ลิปสติกร่วมกันถึงเสี่ยงต่อโรค?

ริมฝีปากของเรามีเยื่อบุที่บอบบาง และในน้ำลายมีเชื้อโรคมากมายอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อรา เมื่อลิปสติกสัมผัสกับริมฝีปากและน้ำลายของเรา เชื้อโรคเหล่านี้ก็จะติดไปกับแท่งลิปสติกหรือแปรงทาลิปทันที และเมื่อลิปสติกนั้นถูกนำไปใช้กับคนอื่น เชื้อโรคก็จะถูกส่งผ่านไปยังอีกคนหนึ่งได้อย่างง่ายดาย

โรคที่มาพร้อมกับการใช้ลิปสติกร่วมกัน

  1. โรคเริม (Herpes Simplex Virus - HSV-1) 
    นี่คือโรคติดต่อทางผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุดจากการใช้ลิปสติกร่วมกัน เชื้อไวรัสเริมสามารถอาศัยอยู่บนริมฝีปากและรอบๆ ปาก แม้จะไม่มีอาการตุ่มใสหรือแผลให้เห็นก็ตาม เมื่อมีการแชร์ลิปสติก เชื้อก็สามารถแพร่กระจายไปได้ง่ายๆ อาการคือ มีตุ่มน้ำใสๆ ขึ้นบริเวณริมฝีปาก รู้สึกเจ็บ คัน และอาจมีไข้ร่วมด้วย เริมเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด เมื่อติดเชื้อแล้ว เชื้อจะซ่อนตัวอยู่ในร่างกายและสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกเมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ
  2. โรคติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่ผิวหนัง:
    ผิวหนังบริเวณริมฝีปากและรอบปากของเรามีแบคทีเรียและเชื้อราอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เมื่อมีการใช้ลิปสติกร่วมกัน อาจทำให้เกิดการปนเปื้อนของแบคทีเรียหรือเชื้อราที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวหนังได้ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ หรือการติดเชื้อราที่ริมฝีปาก (เช่น เชื้อราแคนดิดา) ทำให้มีอาการคัน เป็นผื่นแดง หรือมีอาการมุมปากเปื่อย
  3. ไวรัสตับอักเสบ B: แม้ว่าความเสี่ยงจะต่ำ แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ B ผ่านการใช้ลิปสติกที่มีเลือดปนเปื้อน

วิธีป้องกันความเสี่ยง

สิ่งที่ดีที่สุดคือการ "ไม่แชร์ลิปสติก" กับผู้อื่นไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ในบางสถานการณ์ หรือเผลอใช้ไปแล้ว มีข้อควรปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกันโดยเด็ดขาด: นี่คือวิธีป้องกันที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด
  • ใช้แปรงทาลิปแยกกัน (หากจำเป็น): หากต้องใช้ลิปสติกร่วมกันในกรณีฉุกเฉินจริงๆ ให้ใช้แปรงทาลิปแยกคน และทำความสะอาดแปรงด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาทำความสะอาดแปรงทุกครั้งก่อนและหลังใช้
  • ทำความสะอาดลิปสติก (สำหรับแท่งลิป): ใช้ทิชชูสะอาดเช็ดผิวหน้าของลิปสติกชั้นบนออกเล็กน้อย หรือใช้แอลกอฮอล์ล้างแผลเช็ดทำความสะอาดแท่งลิปสติกก่อนและหลังใช้งาน แต่ก็ไม่ได้ช่วยป้องกันได้ 100%
  • สังเกตอาการ: หากคุณหรือเพื่อนที่ใช้ลิปสติกร่วมกันมีอาการผิดปกติที่ริมฝีปากหรือสุขภาพ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษา
  • ล้างมือให้สะอาด: ก่อนและหลังการแต่งหน้า หรือการสัมผัสกับใบหน้าและริมฝีปาก ควรล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ

ลิปสติกเป็นเครื่องสำอางที่ใช้สัมผัสกับริมฝีปากโดยตรง ซึ่งเป็นช่องทางที่เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย การแบ่งปันลิปสติกกับผู้อื่นจึงไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้อย่างไม่คาดคิด ตั้งแต่โรคเริม ไข้หวัด ไปจนถึงการติดเชื้อที่ผิวหนัง เพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดีของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ลิปสติกร่วมกับผู้อื่นโดยเด็ดขาด และหมั่นดูแลความสะอาดของเครื่องสำอางส่วนตัวอยู่เสมอ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล