Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060//s.isanook.com/wo/0/ud/52/260841/health-2025-07-30t132118.81.jpg
วิธีป้องกันการตั้งครรภ์ ทางเลือกที่หลากหลายเพื่อชีวิตที่คุณเลือกได้
การวางแผนครอบครัวและการป้องกันการตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คู่รักสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการมีบุตรได้อย่างเหมาะสมกับความพร้อมของตนเองและครอบครัว ในปัจจุบันมีวิธีการป้องกันการตั้งครรภ์ที่หลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละวิธีก็มีข้อดี ข้อเสีย และประสิทธิภาพที่แตกต่างกันออกไป การทำความเข้าใจวิธีการเหล่านี้จะช่วยให้คุณและคู่รักสามารถเลือกวิธีป้องกันการตั้งครรภ์ที่เหมาะสมที่สุดได้
3 ประเภทของวิธีป้องกันการตั้งครรภ์
1. วิธีการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว
วิธีเหล่านี้เป็นที่นิยมและสามารถหยุดใช้เมื่อต้องการมีบุตรได้
- ยาเม็ดคุมกำเนิด:
- ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม: เป็นวิธีที่แพร่หลายที่สุด มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน ช่วยยับยั้งการตกไข่ ทำให้มูกปากมดลูกข้นหนืด และทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่พร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน ประสิทธิภาพสูงถึง 99% หากรับประทานอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ
- ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (Mini Pill): มีเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสติน เหมาะสำหรับผู้ที่ให้นมบุตร หรือผู้ที่มีข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม แต่ต้องรับประทานตรงเวลาทุกวัน
- ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน: ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น ลืมกินยาคุม หรือถุงยางอนามัยแตก ไม่ใช่วิธีคุมกำเนิดประจำ เพราะมีผลข้างเคียงสูงและประสิทธิภาพต่ำกว่ายาคุมปกติ หากรับประทานภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ ประสิทธิภาพอยู่ที่ประมาณ 75-85%
- ยาฉีดคุมกำเนิด: เป็นการฉีดฮอร์โมนโปรเจสตินเข้าสู่ร่างกาย ทุก 1 หรือ 3 เดือน ตามชนิดของยา ช่วยยับยั้งการตกไข่ ประสิทธิภาพสูงถึง 99% ข้อดีคือสะดวก ไม่ต้องกินยาทุกวัน ข้อเสียคือประจำเดือนอาจมาไม่ปกติ และอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
- ยาฝังคุมกำเนิด: เป็นการฝังหลอดบรรจุฮอร์โมนโปรเจสตินขนาดเล็กไว้ใต้ท้องแขน ออกฤทธิ์ได้นาน 3-5 ปี ประสิทธิภาพสูงกว่า 99% สะดวกมากและไม่ต้องกังวลเรื่องการลืม ข้อเสียคือต้องไปพบแพทย์เพื่อทำการฝังและถอดออก
- ถุงยางอนามัย:
- ถุงยางอนามัยชาย: เป็นวิธีที่นิยมที่สุดและ ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ประสิทธิภาพประมาณ 85-98% ขึ้นอยู่กับการใช้งานที่ถูกต้อง ข้อดีคือหาซื้อง่าย ไม่มีผลข้างเคียงจากฮอร์โมน
- ถุงยางอนามัยหญิง: เป็นถุงยางที่สอดใส่เข้าไปในช่องคลอดก่อนมีเพศสัมพันธ์ ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับถุงยางอนามัยชาย และสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้เช่นกัน
- ห่วงอนามัย: เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใส่ในโพรงมดลูก มี 2 ชนิดหลักๆ คือ
- ห่วงอนามัยแบบทองแดง: ออกฤทธิ์โดยการทำให้สเปิร์มไม่สามารถปฏิสนธิกับไข่ได้ มีประสิทธิภาพสูงกว่า 99% และอยู่ได้นาน 5-10 ปี ไม่มีผลต่อฮอร์โมน
- ห่วงอนามัยชนิดมีฮอร์โมน: ปล่อยฮอร์โมนโปรเจสตินออกมาอย่างช้าๆ ช่วยให้มูกปากมดลูกข้นหนืดและยับยั้งการตกไข่ในบางราย มีประสิทธิภาพสูงกว่า 99% และอยู่ได้นาน 3-5 ปี
- แผ่นแปะคุมกำเนิด: เป็นแผ่นแปะที่ปล่อยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสตินเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนัง แปะสัปดาห์ละครั้ง ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ และเว้น 1 สัปดาห์ ประสิทธิภาพสูงถึง 99%
- วงแหวนคุมกำเนิด: เป็นวงแหวนพลาสติกที่สอดใส่ในช่องคลอด ปล่อยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน ออกฤทธิ์นาน 3 สัปดาห์ ประสิทธิภาพสูงถึง 99%
2. วิธีการคุมกำเนิดแบบถาวร
วิธีเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่มีบุตรอีก
- การทำหมันชาย (Vasectomy): เป็นการผ่าตัดเล็กเพื่อผูกและตัดท่อนำอสุจิ ทำให้ไม่มีอสุจิปะปนออกมากับน้ำอสุจิ ประสิทธิภาพสูงกว่า 99.9% เป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัยกว่าการทำหมันหญิงมาก
- การทำหมันหญิง (Tubal Ligation): เป็นการผ่าตัดผูกหรือตัดท่อนำไข่ ทำให้ไข่ไม่สามารถเดินทางไปพบกับอสุจิได้ ประสิทธิภาพสูงกว่า 99.5% มักทำหลังคลอดบุตร
3. วิธีการคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ
วิธีเหล่านี้มีประสิทธิภาพต่ำกว่าวิธีอื่นๆ มาก และต้องอาศัยความเข้าใจและวินัยสูง
- การนับวันปลอดภัย (Calendar Method): นับวันตกไข่และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีโอกาสตั้งครรภ์สูง ประสิทธิภาพต่ำ และไม่เหมาะกับผู้ที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
- การวัดอุณหภูมิร่างกาย (Basal Body Temperature - BBT): วัดอุณหภูมิร่างกายทุกเช้าเพื่อหาวันตกไข่ ประสิทธิภาพต่ำ
- การสังเกตมูกปากมดลูก (Cervical Mucus Method): สังเกตการเปลี่ยนแปลงของมูกปากมดลูกเพื่อระบุช่วงเวลาตกไข่ ประสิทธิภาพต่ำ
- การหลั่งภายนอก (Withdrawal Method): การดึงอวัยวะเพศชายออกก่อนการหลั่ง ประสิทธิภาพต่ำมาก และมีโอกาสล้มเหลวสูง เนื่องจากอาจมีอสุจิหลุดปนออกมาในน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาก่อนหน้านั้น
การเลือกวิธีป้องกันการตั้งครรภ์ที่เหมาะสมที่สุด ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น สุขภาพ อายุ ความต้องการที่จะมีบุตรในอนาคต ความสะดวกสบายในการใช้ และประสิทธิภาพของแต่ละวิธี สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุด เพราะแพทย์จะสามารถประเมินสุขภาพและช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดได้
แชร์เรื่องนี้