10 ข้อควรรู้ก่อนซื้อ “หุ่นยนต์ดูดฝุ่น” พร้อมเคล็ดลับการใช้งานให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน “หุ่นยนต์ดูดฝุ่น” ได้กลายเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดอัจฉริยะที่หลายบ้านให้ความสนใจ ด้วยความสามารถในการทำความสะอาดพื้นได้เองโดยที่คุณไม่ต้องลงแรง ทำให้มีเวลาไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เหมาะสมกับความต้องการและบ้านของคุณนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในตลาดมีตัวเลือกมากมายหลายรุ่น Sanook จะพาคุณไปดู 10 ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น พร้อมเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
10 ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น
การลงทุนกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นสักตัว ควรพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้ เพื่อให้ได้เครื่องที่ตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุด:
-
ประเภทพื้นผิวในบ้าน:
-
พื้นไม้/กระเบื้อง: หุ่นยนต์ดูดฝุ่นส่วนใหญ่ทำงานได้ดีบนพื้นผิวเรียบ
-
พรม: หากบ้านมีพรม ควรเลือกรุ่นที่มีแรงดูดสูง (High Suction Power) และแปรงที่ออกแบบมาสำหรับพรมโดยเฉพาะ บางรุ่นมีฟังก์ชัน "Carpet Boost" ที่จะเพิ่มแรงดูดอัตโนมัติเมื่อตรวจจับพรม
-
-
ระบบนำทางและแผนที่ (Navigation System & Mapping):
-
Random: เคลื่อนที่แบบสุ่ม เหมาะกับห้องเล็ก ๆ
-
Smart Navigation (Gyro/VSLAM): เคลื่อนที่แบบมีระบบ แต่ยังไม่สร้างแผนที่ที่แม่นยำมาก
-
LiDAR/vSLAM (Laser/Visual SLAM): ระบบนำทางขั้นสูง สร้างแผนที่บ้านได้อย่างแม่นยำ สามารถกำหนดเขตห้ามเข้า (No-Go Zones) หรือเลือกพื้นที่ทำความสะอาด (Zone Cleaning) ได้ เหมาะสำหรับบ้านหลายห้อง หรือพื้นที่ซับซ้อน
-
-
แรงดูด (Suction Power):
-
หน่วยเป็น Pa (Pascal) ยิ่งค่า Pa สูง ยิ่งมีแรงดูดมาก เหมาะสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ขนเยอะ หรือบ้านที่มีพรม
-
สำหรับใช้งานทั่วไป 2000 Pa ขึ้นไปถือว่าใช้ได้ดี
-
-
ฟังก์ชันถูพื้น (Mopping Function):
-
ดูดฝุ่นอย่างเดียว: สำหรับผู้ที่ต้องการแค่ดูดฝุ่น
-
ดูดฝุ่นและถูพื้น (Hybrid): สะดวกสบายในเครื่องเดียว แต่ประสิทธิภาพการถูอาจไม่เท่าการถูด้วยมือ
-
ถูพื้นแบบสั่น/แรงกด: บางรุ่นมีแผ่นถูที่สั่นได้ หรือมีระบบที่กดแผ่นถูลงไปกับพื้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการถู
-
-
ขนาดของกล่องเก็บฝุ่น (Dustbin Capacity):
-
ยิ่งมีขนาดใหญ่ ยิ่งไม่ต้องเทฝุ่นบ่อย เหมาะสำหรับบ้านขนาดใหญ่หรือบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
-
บางรุ่นมาพร้อมแท่นเก็บฝุ่นอัตโนมัติ (Auto-Empty Dock) ที่จะดูดฝุ่นจากตัวเครื่องไปเก็บในถุงเก็บฝุ่นขนาดใหญ่ ทำให้คุณไม่ต้องเทฝุ่นบ่อยถึง 1-2 เดือน
-
-
อายุแบตเตอรี่และการชาร์จอัตโนมัติ (Battery Life & Auto-Recharge):
-
ควรเลือกรุ่นที่แบตเตอรี่ใช้งานได้เพียงพอต่อขนาดบ้านของคุณ โดยเฉลี่ย 90-180 นาที
-
ฟังก์ชันชาร์จอัตโนมัติและกลับไปทำงานต่อ (Resume Cleaning) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบ้านขนาดใหญ่
-
-
ระดับเสียง (Noise Level):
-
สำคัญสำหรับผู้ที่ทำงานที่บ้าน หรือต้องการความสงบ
-
หน่วยเป็น dB (Decibel) ยิ่งค่าน้อยยิ่งเงียบ โดยทั่วไปประมาณ 50-70 dB
-
-
การเชื่อมต่อแอปพลิเคชันและการควบคุม (App Connectivity & Control):
-
แอปพลิเคชันช่วยให้คุณตั้งเวลา ดูแผนที่ ควบคุมการทำงานจากระยะไกล และตรวจสอบสถานะเครื่องได้
-
รองรับคำสั่งเสียง (Voice Control) ผ่าน Google Assistant หรือ Alexa ก็เป็นอีกหนึ่งความสะดวก
-
-
ความสูงของตัวเครื่อง:
-
สำคัญสำหรับบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์เตี้ย เช่น ใต้โซฟา ใต้เตียง ควรวัดความสูงของช่องว่างใต้เฟอร์นิเจอร์ก่อนตัดสินใจ
-
-
งบประมาณและแบรนด์:
-
ตั้งงบประมาณที่เหมาะสม และเลือกแบรนด์ที่มีชื่อเสียง มีรีวิวที่ดี และมีบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้
-
เคล็ดลับการใช้งานหุ่นยนต์ดูดฝุ่นให้ได้ประโยชน์สูงสุด
การมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอยู่ในบ้านก็เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว แต่จะใช้ให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุดต้องมีเคล็ดลับ:
-
เตรียมพื้นที่ก่อนใช้งาน: เก็บสายไฟ ของเล่นชิ้นเล็ก ๆ หรือสิ่งกีดขวางอื่น ๆ ออกจากพื้น เพื่อให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานได้อย่างราบรื่นและลดโอกาสการติดขัด
-
ตั้งเวลาทำความสะอาดเป็นประจำ: ใช้ฟังก์ชันตั้งเวลา (Scheduling) ในแอปพลิเคชัน เพื่อให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานอัตโนมัติในเวลาที่คุณไม่อยู่บ้าน หรือช่วงที่คุณสะดวก
-
ทำความสะอาดแปรงและกล่องเก็บฝุ่นบ่อย ๆ: หมั่นนำแปรงหลัก แปรงด้านข้าง และกล่องเก็บฝุ่นออกมาทำความสะอาด เพื่อรักษาประสิทธิภาพการดูดและป้องกันการอุดตัน
-
กำหนดเขตห้ามเข้า (No-Go Zones): หากบ้านมีพื้นที่ที่ไม่อยากให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเข้าไป เช่น บริเวณที่มีสายไฟเยอะ ๆ หรือมุมอับที่อาจติดขัดได้ ให้ใช้ฟังก์ชัน No-Go Zones ในแอปพลิเคชัน
-
อัปเดตเฟิร์มแวร์อยู่เสมอ: ผู้ผลิตมักจะออกอัปเดตเฟิร์มแวร์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ เพิ่มฟังก์ชันใหม่ ๆ หรือแก้ไขข้อผิดพลาด ควรหมั่นตรวจสอบและอัปเดตอยู่เสมอ
-
เปลี่ยนอะไหล่ตามระยะเวลา: เช่น แปรงกรอง HEPA หรือแปรงด้านข้าง ควรเปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน
การเลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งาน รวมถึงการดูแลรักษาและใช้งานอย่างถูกวิธี จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและแรงงานในการทำความสะอาดบ้านได้อย่างแท้จริง ทำให้บ้านของคุณสะอาดอยู่เสมอโดยที่คุณไม่ต้องเหนื่อย!
อ่านเพิ่ม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

