แมวเปรอะคืออะไร? ทำไมน้องถึงมีลายหลากหลายสี
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/wo/0/ud/51/259941/health-2025-07-08t103254.65.jpgแมวเปรอะคืออะไร? ทำไมน้องถึงมีลายหลากหลายสี

แมวเปรอะคืออะไร? ทำไมน้องถึงมีลายหลากหลายสี

แชร์เรื่องนี้

เมื่อพูดถึง "แมวเปรอะ" หลายคนอาจนึกถึงแมวสามสีที่มีสีขาวเป็นองค์ประกอบหลัก แต่แท้จริงแล้ว แมวเปรอะยังมีอีกหนึ่งรูปแบบที่โดดเด่นไม่แพ้กัน นั่นคือ "แมว Tortoiseshell" หรือที่คนไทยบางครั้งก็เรียกว่า "แมวเปรอะ" หรือ "แมวกระดองเต่า" เนื่องจากมีลวดลายคล้ายกระดองเต่า แมว Tortoiseshell โดดเด่นด้วยขนสองสีหลักคือ สีดำ (หรือน้ำตาลเข้ม/เทาเข้ม) และสีส้ม (หรือแดง/ครีม) ที่ผสมผสานกันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีสีขาวเป็นปื้นใหญ่ ๆ ทำให้เกิดลวดลายที่ซับซ้อนและไม่ซ้ำกันในแต่ละตัว บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับแมวเปรอะ Tortoiseshell ให้มากยิ่งขึ้น

ทำความรู้จัก "แมวเปรอะ Tortoiseshell" คืออะไร

แมวเปรอะ หรือแมว Tortoiseshell (ทอร์ทอยซ์เชลล์) ไม่ใช่ชื่อสายพันธุ์ แต่เป็นลักษณะของ สีและลวดลายขน ซึ่งสามารถพบได้ในแมวหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นแมวบ้านทั่วไป (Domestic Shorthair/Longhair) หรือแมวสายพันธุ์แท้ เช่น American Shorthair, British Shorthair, Maine Coon, Persian และอื่นๆ สิ่งที่ทำให้แมว Tortoiseshell มีเอกลักษณ์:

  • สีหลักสองสี: คือ สีดำ (Black) และ สีส้ม (Orange/Red/Cream) โดยไม่มีสีขาวเป็นปื้นใหญ่ๆ (หากมีสีขาวเป็นปื้นใหญ่ๆ จะเรียกว่า Calico Cat)
  • ลวดลายที่ซับซ้อน: สีทั้งสองจะผสมผสานกันเป็นลายจุด ลายปื้นเล็กๆ ลายทาง หรือลายคล้ายหินอ่อน กระจายทั่วทั้งลำตัว ทำให้แต่ละตัวมีลวดลายที่ไม่ซ้ำกันเลยแม้แต่น้อย
  • ความแตกต่างของเฉดสี: สีดำอาจปรากฏเป็นสีเทาเข้ม (Blue/Grey Tortie) หรือสีน้ำตาลช็อกโกแลต (Chocolate Tortie) ส่วนสีส้มก็อาจเป็นสีแดงเข้ม สีครีม หรือสีแอปริคอตได้เช่นกัน

ทำไมแมวเปรอะมีหลากสี และส่วนใหญ่เป็นเพศเมีย

กลไกการเกิดสีหลากหลายในแมว Tortoiseshell นี่คือเหตุผลว่าทำไมแมวเปรอะถึงมีหลายสี และส่วนใหญ่เป็นเพศเมียเกือบทั้งหมด

  1. ยีนสี 2 แบบในตัวเดียว เนื่องจากแมวเพศเมียมีโครโมโซม X สองตัว พวกเขาจึงสามารถมียีนควบคุมสีขน ทั้งสีส้ม (จาก X ตัวหนึ่ง) และสีดำ (จาก X อีกตัวหนึ่ง) อยู่ในร่างกายพร้อมกันได้
    สมมติให้โครโมโซม X ตัวแรกมียีนที่ทำให้ขนเป็นสีส้ม (เราจะเรียกง่ายๆ ว่า Xส้ม) และโครโมโซม X อีกตัวมียีนที่ทำให้ขนเป็นสีดำ (Xดำ) แมวเพศเมียตัวนั้นก็จะมีโครโมโซมเป็น Xส้มXดำ

  2. สุ่มปิดการทำงานของโครโมโซม X (X-inactivation)
  • ในระหว่างที่แมวเพศเมียยังเป็นตัวอ่อน เซลล์แต่ละเซลล์ในร่างกายจะทำการ "ปิด" การทำงานของโครโมโซม X ตัวใดตัวหนึ่งแบบสุ่ม
  • บางเซลล์จะเลือกปิด Xส้ม: ทำให้เซลล์นั้นแสดงออกเป็นสี ดำ
  • บางเซลล์จะเลือกปิด Xดำ: ทำให้เซลล์นั้นแสดงออกเป็นสี ส้ม
  • กระบวนการสุ่มนี้เกิดขึ้นทั่วร่างกาย และเซลล์เหล่านี้จะแบ่งตัวเพิ่มขึ้น เกิดเป็นกลุ่มเซลล์ที่แสดงออกสีต่างกัน
  • เมื่อเซลล์เหล่านี้พัฒนาไปเป็นผิวหนังและเส้นขน เราจึงเห็นเป็น ลายปื้นๆ หรือลายจุดๆ สีดำและสีส้มสลับกัน ไปทั่วทั้งตัวของแมวเปรอะ Tortoiseshell

ทำไมแมวเปรอะเพศผู้ถึงหายาก

  • แมวเพศผู้มีโครโมโซม X เพียงตัวเดียว (XY) ดังนั้น พวกเขามียีนสีขนหลักได้แค่ สีเดียว เท่านั้น คือ ไม่ส้ม ก็ดำ จะมีทั้งสองสีในลักษณะลายเปรอะไม่ได้
  • ข้อยกเว้นที่หายากสุดๆ: แมว Tortoiseshell เพศผู้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น มีโครโมโซม X เกินมาหนึ่งตัว กลายเป็น XXY (ซึ่งเรียกว่าภาวะ Klinefelter Syndrome) ทำให้พวกเขามีโครโมโซม X สองตัวเหมือนเพศเมียและสามารถเกิดลายหลายสีได้ ซึ่งพบได้น้อยมาก (ประมาณ 1 ใน 3,000 ตัว) และแมวเพศผู้กลุ่มนี้มักจะเป็นหมัน

แมวเปรอะ Tortoiseshell คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของความงามตามธรรมชาติที่เกิดจากความมหัศจรรย์ของพันธุกรรม น้อง ๆ ไม่ได้มีเพียงแค่ลวดลายขนที่สวยงามและไม่ซ้ำใคร แต่ยังมาพร้อมกับบุคลิกที่ชัดเจนและเสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนหลงรัก หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังพิจารณาจะรับแมวเปรอะ Tortoiseshell มาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้าน คุณจะได้สัมผัสกับความพิเศษและความรักที่ไม่เหมือนใครจากเจ้าเหมียวหลากสีเหล่านี้อย่างแน่นอน

อ่านเพิ่ม