5 อาหารเพื่อสุขภาพที่อาจทำร้ายลำไส้แบบไม่รู้ตัว

5 อาหารเพื่อสุขภาพที่อาจทำร้ายลำไส้แบบไม่รู้ตัว

5 อาหารเพื่อสุขภาพที่อาจทำร้ายลำไส้แบบไม่รู้ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อาหารเพื่อสุขภาพไม่ได้ดีเสมอไป โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องลำไส้หรือระบบย่อยอาหาร หากคุณกินบางอย่างแล้วรู้สึกแน่นท้องหรือท้องเสีย ลองดูว่าอาหารพวกนี้อยู่ในเมนูคุณหรือไม่

โยเกิร์ต – ดีต่อจุลินทรีย์หรือกระตุ้นอาการแพ้

แม้โยเกิร์ตจะอุดมไปด้วยโพรไบโอติกส์ ซึ่งช่วยเสริมสมดุลในลำไส้ เป็นอาหารเพื่อสุขภาพของหลายคน แต่บางคนอาจไม่สามารถย่อยแลคโตสได้ ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียหรือท้องอืด โยเกิร์ตแบบปรุงแต่งรสก็ยังมีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจทำให้จุลินทรีย์ชนิดไม่ดีในลำไส้เจริญเติบโตแทน

ผักดิบ – เสี่ยงท้องอืดในคนที่ระบบย่อยอ่อนแอ

แม้ผักจะเป็นแหล่งไฟเบอร์ชั้นดี แต่สำหรับบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการลำไส้แปรปรวน (IBS) การกินผักดิบ เช่น กะหล่ำปลี บรอกโคลี หรือถั่ว อาจกระตุ้นให้เกิดแก๊ส แน่นท้อง และระคายเคืองต่อลำไส้ได้มากกว่าผักที่ผ่านการปรุง

ถั่วและธัญพืช – ไฟเบอร์สูงแต่อาจย่อยยาก

ถั่วลันเตา อัลมอนด์ คีนัว แม้จะมีไฟเบอร์และโปรตีนสูง แต่อาหารเพื่อสุขภาพชนิดนี้ ก็มีสารที่เรียกว่าแอนตินิวเทรียนต์ (antinutrients) ซึ่งอาจไปรบกวนการดูดซึมสารอาหารและทำให้ลำไส้ทำงานหนัก คนที่มีปัญหาเรื่องท้องอืดควรแช่น้ำหรือต้มให้สุกก่อนรับประทาน

ผลไม้รสหวาน – ฟรุกโตสอาจกระตุ้นลำไส้ไวเกิน

ผลไม้รสหวาน เช่น แอปเปิล ลูกแพร์ และแตงโม มีน้ำตาลฟรุกโตสในระดับที่บางคนอาจดูดซึมได้ไม่ดี ทำให้เกิดอาการแน่นท้องหรือท้องเสียได้ การรับประทานมากเกินไปในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจทำให้ลำไส้แปรปรวน

เครื่องดื่มสุขภาพบางชนิด – น้ำผักผลไม้สกัดเย็นไม่ได้เหมาะกับทุกคน

เครื่องดื่มที่สกัดจากผักผลไม้ แม้จะดูดีต่อสุขภาพ แต่ก็มีใยอาหารน้อยและมีน้ำตาลธรรมชาติสูง ทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลเร็วเกินไป ส่งผลต่อจุลินทรีย์ในลำไส้และระดับน้ำตาลในเลือด หากดื่มบ่อยอาจทำให้ลำไส้ไม่สมดุลในระยะยาว

เคล็ดลับการเลือกอาหารที่เป็นมิตรกับลำไส้

  • เลือกผักสุกแทนผักดิบ หากคุณมีปัญหาแน่นท้องบ่อย

  • ลองจำกัดปริมาณถั่วและผลไม้หวานในแต่ละวัน

  • เลือกโยเกิร์ตที่ไม่มีน้ำตาลหรือแลคโตสต่ำ

  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้สกัดต่อเนื่องหลายวัน

  • สังเกตการตอบสนองของร่างกายหลังรับประทานอาหารแต่ละชนิด

อาหารเพื่อสุขภาพอาจไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ การฟังร่างกายตัวเองคือกุญแจสำคัญ หากรู้สึกผิดปกติหลังรับประทาน ควรปรับหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล