เตรียมตัวอย่างไร เมื่อเดินทางช่วงตั้งท้อง

เตรียมตัวอย่างไร เมื่อเดินทางช่วงตั้งท้อง
GM group

สนับสนุนเนื้อหา

ในช่วงตั้งท้อง คุณแม่หลายท่านอาจมีโอกาสได้ไปเที่ยวพักผ่อนตามต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ การเดินทางไกลในช่วงตั้งท้องเป็นสิ่งที่คุณแม่สามารถทําได้ แต่ต้องระมัดระวังและดูแลสุขภาพมากกว่าปกติด้วยค่ะ

เตรียมตัวอย่างไร เมื่อเดินทางช่วงตั้งท้อง

เตรียมตัวก่อนการเดินทาง แม่ท้องควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลในช่วงไตรมาสแรก ของการตั้งท้อง เพราะเป็นช่วงที่ต้องปรับตัวทั้งทางร่างกายและจิตใจและเสี่ยงต่อการแท้งได้ง่าย ส่วนการเดินทางไกลในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งท้อง นับว่าเป็นระยะที่ปลอดภัย ที่สุดสําหรับคุณแม่ แต่หากต้องเดินทางในช่วงไตรมาสที่ 3 จนถึงก่อนคลอด คุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอก่อน เพราะหากมีการคลอดก่อนกําหนด จะได้ปรึกษาคุณหมอได้ทันที เมื่อวางแผนท่องเที่ยวแล้ว คุณแม่ก็เตรียมตัวออกเดินทาง ได้เลยค่ะ ปรึกษาคุณหมอก่อนออกเดินทาง ก่อนการเดินทางคุณแม่ ควรให้คุณหมอตรวจสุขภาพก่อน หากคุณแม่เจ็บป่วยก็ควรพักผ่อนและรักษาให้หายก่อนเดินทาง และเตรียมยาไปด้วย จดบันทึกย่อๆ เกี่ยวกับสุขภาพระหว่างตั้งท้อง ยาที่ใช้ และปัญหาที่มีในการตั้งท้อง รวมถึงชื่อและเบอร์โทรติดต่อของคุณหมอที่ดูแล พร้อมทั้งตรวจสอบรายชื่อสูติแพทย์หรือโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับสถานที่ที่จะไปท่องเที่ยว จดชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทรติดต่อไว้เผื่อในกรณีฉุกเฉิน วางแผนท่องเที่ยวแบบสบายๆ ควรไปที่ใดเพียงแห่งเดียว เช่น ไม่เที่ยวหลายจังหวัดภายในเวลา 3 วัน เพราะจะทําให้ร่างกายของคุณแม่อ่อนล้า ควรใช้เวลาสบายๆ เที่ยว 2-3 ชั่วโมง สลับกับนั่งหรือนอนพัก ไม่ใช้เวลาตลอดวันในการเดินทาง เตรียมของกินและของใช้ที่จําเป็นไปด>คุณแม่ควรเตรียมยา นมที่ดื่มเป็นประจํา รวมถึงน้ำดื่มติดไปด้วย เพราะบางที่น้ำดื่มอาจไม่สะอาด หากไม่ได้พกไปด้วย คุณแม่อาจเลือกดื่มน้ำแบบบรรจุขวดแทน สําหรับของใช้ที่คุณแม่ควรนําติดตัวไปด้วยนอกจากของใช้ส่วนตัว คือรองเท้าที่ใส่สบาย และยาฆ่าเชื้อโรค เดินทางอย่างปลอดภัย เดินทางด้วยรถยนต์ ในการเดินทางด้วยรถ หากต้องนั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรหาโอกาสเปลี่ยนท่านั่งหรือยืนบ้าง อาจหยุดรถเพื่อลงเดินทุก 2 -3 ชั่วโมง แม่ท้องจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาที่นั่งรถ ซึ่งวิธีคาดเข็มขัดนิรภัยสําหรับคนท้องจะต้องพาดผ่านระหว่างอกพอดีและพาดเลยต่อไปที่ด้านข้างของลําตัว ห้ามพาดผ่านส่วนท้อง และเข็มขัดนิรภัยส่วนล่างจะต้องพาดผ่านบริเวณส่วนบนของขา ไม่เลยขึ้นไปพาดที่ท้องเด็ดขาด โดยจะต้องพาดยาวจากสะโพกข้างหนึ่งไปยังสะโพกอีกข้าง เนื่องจากบริเวณนี้เป็นบริเวณที่สามารถรองรับและปกป้องแรงกระแทกจากการชนได้มากที่สุด เตรียมอาหารว่าง น้ำดื่มและนมกล่องติดตัวไปด้วย เพื่อแก้หิวระหว่างเดินทาง เตรียมหมอนอิงสําหรับหนุนหลังและหมอนรองคอ ถ้าเป็นรถส่วนตัวควรปรับเก้าอี้ให้อยู่ในลักษณะกึ่งเอนนอน เดินทางด้วยเครื่องบิน คุณแม่ท้องควรเตรียมใบรับรองแพทย์ไปด้วยหรือบอกทางสายการบินว่าตั้งท้อง เพื่อทางสายการบินจะได้เลือกที่นั่งที่สบายสําหรับคนท้องให้ ถ้านั่งเครื่องบินควรลุกขึ้นเดินบ้างและควรเลือกที่นั่งที่สามารถ ยืดตัวได้มาก ดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ คุณแม่อาจเตรียมอาหารส่วนตัวไปด้วย เผื่อกินอาหารบนเครื่องไม่ได้ ในการเดินทางไกลข้ามทวีป ควรใช้เกผ่อนหลังการเดินทาง 2-3 วัน เพื่อให้หายเหนื่อยและหายเครียดจากการเดินทาง และให้ร่างกายได้ปรับตัวกับสถานที่และเวลาที่แตกต่าง เดินทางด้วยรถไฟ ตรวจสอบว่ามีบริการอาหารบนรถไฟหรือไม่ หรือเตรียมอาหารไปด้วย การเดินทางในช่วงกลางคืน ควรเตรียมที่นอนเพื่อคุณแม่จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในการเดินทาง เดินทางครั้งนี้..แม่ท้องต้องระวัง การเดินทางขึ้นที่ที่สูงมาก เช่น ภูเขา ยอดดอย ไม่เหมาะกับคุณแม่ท้อง เนื่องจากสถานที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากจะมีปริมาณ ออกซิเจนในอากาศน้อย เป็นอันตรายต่อสุขภาพของแม่ท้องและทารก หากจําเป็นต้องเดินทางไปในที่สูง คุณแม่ควรเตรียมร่างกายให้พร้อมและพยายามใช้แรงให้น้อยที่สุดเมื่ออยู่บนพื้นที่สูง แต่หากพบความผิดปกติให้รีบกลับสู่พื้นราบโดยเร็ว คุณแม่ต้องงดการเดินทางไปในที่ที่มีการระบาดของโรค เพราะร่างกายของแม่ท้องจะเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรคสูงกว่าคนทั่วไป ............................................................................... Mother&Care VOL.4 NO.46 October 2008

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!