หมอกินอะไร : หมอด้านสมองเปิดเมนูอาหารเช้า-เย็น พร้อมเผยเหตุโรคสมองจากอาหารที่ควรใส่ใจ

การมีสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการใส่ใจในเรื่องอาหารการกิน และหลายคนเชื่อว่าหมอเป็นต้นแบบที่ดีด้านการดูแลสุขภาพ นพ.ภีมณพัชญ์ ธนชาญวิศิษฐ์ หรือหมอภีม อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านสมองและระบบประสาทประสาทวิทยา โรงพยาบาลวิมุต หมอด้านสมอง ได้เปิดเผยเมนูอาหารในแต่ละวัน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ โดยเน้นหลักการง่ายๆ คือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละวัน และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

มื้อเช้า: มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด คุณหมอเน้นย้ำว่าไม่ควรข้ามมื้อเช้า เพราะหลังจากที่ร่างกายอดอาหารมาทั้งคืน ร่างกายต้องการพลังงานเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ โดยมื้อเช้าของหมอภีมจะประกอบด้วยไข่ต้ม 2 ฟอง ขนมปังโฮลวีท 1-2 แผ่น และกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ทานอาหารเช้าประมาณ 7:30 น. เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างโปรตีน และคาร์โบไฮเดรตที่เพียงพอ
มื้อกลางวัน: มื้อกลางวันส่วนใหญ่หมอภีมจะทานอาหารที่โรงพยาบาล ซึ่งมีสวัสดิการอาหารสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อยู่แล้ว ข้อดีคืออาหารที่โรงพยาบาลจะเน้นเรื่องโภชนาการครบถ้วนตามหลัก 5 หมู่ เมนูอาหารก็หลากหลาย เช่น ข้าวกับกุ้งผัดผัก ก๋วยเตี๋ยว หรือบางวันก็มีไก่ทอด ข้าวมันไก่ แต่ปริมาณที่ทานก็จะขึ้นอยู่กับกิจกรรมในแต่ละวัน
มื้อเย็น: มื้อเย็นค่อนข้างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าทานคนเดียว ทานกับครอบครัว หรือมีนัดกับเพื่อนๆ พยายามใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป ไม่เคร่งครัดเรื่องอาหารมากจนเกินไป แต่จะพยายามไม่ทานอาหารดึกจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการจุกเสียด กรดไหลย้อน และนอนไม่หลับได้ พยายามทานมื้อเย็นให้เสร็จก่อน 2 ทุ่ม
ข้อมูลเพิ่มเติม
- กาแฟ: กาแฟดำดื่มไม่เกินบ่าย 2 โมง เพราะอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ
- บุฟเฟ่ต์: ถ้าไปทานบุฟเฟ่ต์ จะบอกตัวเองว่าทานเพราะอยากทาน ไม่ได้ทานเพื่อความคุ้มค่าหรือความอิ่ม เพราะสุดท้ายแล้วจะทรมานหลังทาน
- การออกกำลังกาย: พยายามออกกำลังกาย 3-4 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 1-1.30 ชั่วโมง ส่วนตัวชอบวิ่ง คาร์ดิโอ ปั่นจักรยาน และเวทเทรนนิ่ง หากใครมีเวลาแนะนำให้ออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์
บทสรุปคือการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละวัน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

นอกจากนี้หมอภีมยังเผยถึงโรคทางสมองที่มาจากอาหาร ดังนั้นอาหารที่เราบริโภคในชีวิตประจำวัน หากไม่ใส่ใจในความสะอาดและวิธีการปรุงอย่างถูกต้อง อาจนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บที่ร้ายแรง โดยเฉพาะโรคทางสมองที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก
1.พยาธิ: ภัยเงียบจากผักสด และเนื้อสัตว์ไม่สุก
พยาธิเป็นตัวอยู่ในลำไส้เรา อันนี้เราจะได้พยาธิตัวเต็มวัยจากในลำไส้เราด้วยจากเนื้อหมูที่มีเม็ดสาคูอยู่ นั่นคือตัวอ่อนหรือซีสต์ของพยาธิ เรากินเนื้อหมูที่สุกๆ ดิบๆ ซีสต์มันไม่ตาย แล้วพอเราทานเข้าไป ซีสต์มันก็โตกลายเป็นพยาธิในลำไส้ของพวกเรา ทีนี้เรามีพยาธิในลำไส้ พยาธิมันก็ออกไข่ไปกับอุจจาระ มันก็ถูกปนเปื้อนไปในดิน
ผักปลูกอยู่ในดิน ไข่พยาธิมันก็ติดมาที่ผักสด ผักสดที่ล้างไม่สะอาด ไข่พยาธิกลับมาสู่ตัวเรา แล้วไข่พยาธิจะกลายไปเป็นซีสต์หรือเม็ดสาคูในตัวเรา เป็นที่กล้ามเนื้อ ปอด หรือแม้แต่ในสมองทำให้ปวดหัว มีเลือดออกในสมองเกิดอาการชัก และอาจถึงแก่ชีวิตได้ในกรณีเป็นมาก สมองบวม หรือบางคนอยู่ดีๆ ก็ช็อกขึ้นมาเพราะมีรอยเดิมอยู่นานแล้วแม้ซีสต์มันจะตายไปแล้วแต่มันเกิดการกระตุ้นกลับมา
2.หูดับจากหมูกระทะ
เชื้อแบคทีเรีย สเตร็พโตค็อกคัส ซูอิสเป็นเชื้อที่พบได้ในเนื้อหมูทุกตัว แต่จะแพร่กระจายมากขึ้นเมื่อสัตว์เกิดความเครียด ดังนั้นการเลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่ได้มาตรฐานและปรุงสุกอย่างทั่วถึงจึงเป็นสิ่งสำคัญ การรับประทานหมูกระทะเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อสเตร็พโตค็อกคัส ซูอิส เนื่องจากความเร่งรีบในการรับประทาน และการปนเปื้อนของเชื้อจากเนื้อหมูดิบไปยังเนื้อหมูที่ปรุงสุก หากเชื้อนี้เข้าสู่ร่างกาย อาจทำให้เกิดไข้ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และทำลายประสาทการได้ยิน นำไปสู่ภาวะหูดับ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี