กำลังใจ "ยาขนานเอก" ผู้ป่วยมะเร็ง

กำลังใจ "ยาขนานเอก" ผู้ป่วยมะเร็ง
นสพ.มติชน

สนับสนุนเนื้อหา


สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง สิ่งสำคัญที่สุด นอกจากการได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างดีที่สุดแล้ว "กำลังใจ" ก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน ยิ่งขณะนี้ "มะเร็ง" เป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับ 1 โดยพบว่าผู้ชายเป็นมะเร็งที่ตับ และผู้หญิงเป็นมะเร็งปากมดลูกมากที่สุด ทั้งนี้ ประเมินว่าในปี พ.ศ.2551 จะมีคนไทยป่วยโรคมะเร็งสูงถึง 120,000 คน หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ความรู้และเสริมสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง มูลนิธิเพื่อพัฒนาการแพทย์ทางเลือก (ประเทศไทย) ร่วมกับชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง และ บริษัท เฟยดา จำกัด จัดโครงการ "ทางเลือกยุคใหม่กับการรักษาโรคมะเร็ง" ขึ้น รศ.นพ.นรินทร์ วรวุฒิ หน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า การรักษาโรคมะเร็ง ต้องรักษาแบบผสมผสาน ควบคู่ทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งขณะนี้มีศาสตร์ที่ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างกำลังใจ หรือเรียกว่า แพทย์ทางเลือก เข้ามาช่วยในการรักษาด้วย ไม่ว่าจะเป็น ดนตรีบำบัด ออกกำลังกาย หรือการใช้สมุนไพรจีน เป็นต้น หนึ่งในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่โพรงจมูก วลี เลิศวิเศษกุล ที่รักษาโรคด้วยการฉายแสง และเคมีบำบัด ควบคู่กันไปกับการรับประทานยาสมุนไพรจีน จนหายจากการเป็นโรคมะเร็งที่โพรงจมูก บอกว่า ป่วยเป็นมะเร็งเมื่อปี 2543 ขณะที่ป่วยทรมานมาก "เหมือนชีวิตเจอกับอะไรที่เลวร้ายสุดสุด รับประทานอะไรไม่ได้เลย ดิฉันต้องนอนให้อาหารทางสายยางอยู่ประมาณ 6 เดือนเต็ม จะสื่อสารกับคนในครอบครัวแต่ละครั้งก็แสนจะทรมาน ยิ่งตอนรักษาแบบฉายแสงและให้คีโม รู้สึกเหมือนคนกำลังจะตาย แย่สุดสุด ดิฉันไม่มีแรงเลยเหมือนจะหลับไปแบบไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกเลย แต่แม้ร่างกายของดิฉันจะอ่อนแอ หากจิตใจกลับเข้มแข็งมาก เพราะได้รับกำลังใจจากสมาชิกในครอบครัว" "วลี" ยังเล่าอีกว่า นอกจากจะได้ "ยาขนานเอก" ซึ่งเป็นกำลังใจจากครอบครัวแล้ว อีกกำลังใจสำคัญเธอได้รับจากชมรมฟื้นผู้ป่วยโรคมะเร็ง เจ้าหน้าที่ชมรมฯ ดูแลผู้ป่วยที่เป็นสมาชิกดีมาก ช่วงที่ป่วยทางชมรมฯจะคอยส่งเอกสารให้คำแนะนำและข้อมูลต่างๆ มาให้อ่านเป็นความรู้บ้าง โทร.มาพูดคุยด้วยบ้าง กำลังใจเหล่านี้ช่วยทำให้ยืนหยัดต่อสู้โรคร้ายได้ "นอกจากกำลังใจจากคนอื่นแล้ว ผู้ป่วยโรคมะเร็งก็ต้องให้กำลังใจตัวเองด้วย อย่างดิฉันพยายามให้กำลังใจตัวเองด้วยการดำเนินชีวิตให้เป็นปกติ หาเพลงที่ชอบมาฟัง นั่งสมาธิฝึกจิตใจให้สงบ ฟังเพลงธรรมะ รวมทั้งสนทนาธรรมกับผู้รู้ สิ่งเหล่านี้ทำให้สภาพจิตใจดีขึ้นจริง จากวันนั้นถึงวันนี้ 7 ปีผ่านไป ตอนนี้หายแล้ว รู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่" สุดท้ายแล้ว...คนเราก็อยู่ได้ด้วยกำลังใจ!