La vie est belle L’Eau de Toilette สู่บทใหม่อันสว่างไสวของเรื่องราวแห่งความสุข

La vie est belle L’Eau de Toilette สู่บทใหม่อันสว่างไสวของเรื่องราวแห่งความสุข

La vie est belle L’Eau de Toilette
สู่บทใหม่อันสว่างไสวของเรื่องราวแห่งความสุข

“ผลสำเร็จอันงดงาม คือรางวัลที่ได้รับนับจากการออกวางตลาดในปี 2012 ซึ่ง La vie est belle ยังคงสืบสานตำนานแห่งความรักบทแล้วบทเล่าเพื่อถ่ายทอดสู่หญิงสาว เสมือนหนึ่งการประกาศก้องถึงสิทธิของผู้หญิงที่จะรื่นรมย์กับความสุข น้ำหอมที่รัญจวนกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้จุดประกายการเคลื่อนไหวอันเป็นสากล นั่นคือการเรียกร้องเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข โดยลังโคมยังคงมุ่งหน้าไปสู่จุดหมาย ร่วมกับหญิงสาวนับพัน ผู้เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการเติมเต็มความเป็นตัวของตัวเอง ย่อมนำมาซึ่งสิ่งดีๆ ที่ยากเกินบรรยายด้วยถ้อยคำใด หรือที่เรียกในภาษาฝรั่งเศสว่า je-ne-sais-quoi อันจะนำมาซึ่งความแตกต่างและโดดเด่นกว่าสิ่งอื่นทั้งมวล

ความสุขดังว่านี้ รอเพียงการได้สัมผัสจากหญิงสาวทุกผู้ทุกนาม ที่มองเห็นตัวเองสะท้อนอยู่ในความเป็นหญิงอันแจ่มกระจ่างของ La vie est belle L’Eau de Toilette ผลงานสร้างสรรค์ของ 2 นักปรุงน้ำหอมชั้นแนวหน้าของโลก น้ำหอมกลิ่นเดิมในรูปแบบใหม่นี้ เผยให้เห็นถึงแง่มุมที่สว่างไสว แจ่มกระจ่างยิ่งกว่าเดิม รอยยิ้มอันเป็นสัญลักษณ์ที่ถูกโอบล้อมอยู่ภายในขวดแก้ว ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นจากการขยายความและตีความใหม่ทั้งหมด ราวกับการโบยบินข้ามสู่ยุคสมัยใหม่ และอีกครั้งที่ได้ จูเลีย โรเบิร์ตส์ มาเป็นผู้ถ่ายทอด เธอผู้เป็นตัวแทนของผู้หญิงในแบบของลังโคมด้วยรัศมีที่สุกสว่าง รอยยิ้มใสกระจ่างดุจแก้วเจียระไน ซึ่งบรรจุไว้ด้วยประกายแห่งความสุขอันชวนหลงใหลครั้งใหม่ ส่องประกายรายล้อมด้วยดอกแมกโนเลียอันสื่อถึงกลิ่นหอมแห่งความเยาว์วัย การประกาศก้องถึงอิสรภาพอย่างอ่อนหวาน ที่พัดพาไปด้วยสายลมอวลกลิ่นหอมของดอกไม้…

จากการรับฟังความปรารถนาของบรรดาหญิงสาวทั่วโลกมานานจากรุ่นสู่รุ่น ลังโคมยังคงรักษาความสัมพันธ์อันจริงใจและแน่นแฟ้นกับพวกเธอ ผู้ที่สามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนด้วยภาพลักษณ์ของความเป็นหญิงผู้มั่นใจในตัวเองและมีความสุข ซึ่งบ่งบอกได้ด้วยความสดใสที่เปล่งประกายออกมา: La vie est belle !”

ฟร็องซัวส์ เลห์มันน์ (Françoise Lehmann)
ผู้จัดการทั่วไป ลังโคม อินเตอร์เนชั่นแนล

ตำนานแห่งแมกโนเลีย
ดอกไม้ดอกแรกที่บานรับการตื่นขึ้นของฤดูใบไม้ผลิ

กลิ่นหอมแจ่มกระจ่างในแบบผู้หญิง เฉกเช่นคำเชื้อเชิญอันหอมหวานสู่ความรักในชีวิต ซึ่งกู่ก้องลงมาจากเบื้องบน La vie est belle ของวันนี้ เผยองค์ประกอบสู่ความหอมใหม่...สู่คุณ

รอยยิ้มที่มีดอกแมกโนเลียเป็นหัวใจ
ความงามสง่าของดอกแมกโนเลีย หนึ่งในดอกไม้ที่ผลิรับอากาศที่เริ่มอุ่นขึ้นเป็นดอกแรกๆ นำเสนอออกมาด้วยกลิ่นหอมชวนลิ้มลองในกลุ่ม gourmand accord ที่ค่อยๆ คลี่กระจายออกประหนึ่งคำสัญญาแห่งฤดูใบไม้ผลิ โอบกอดด้วยความปรารถนาอันหอมอบอวลและกระจ่างใสแห่งธรรมชาติ ที่จะได้หวลคืนสู่ความงามอันเป็นนิรันดร์อีกครั้ง

ด้วยน้ำหอมกลิ่นหลักของสุภาพสตรีกลิ่นล่าสุด La vie est belle L’Eau de Toilette ลังโคมในฐานะแบรนด์ผู้ผลิตน้ำหอมระดับตำนานนับตั้งแต่ปี 1935 ได้สร้างสรรค์กลิ่นหอม gourmand magnolia เป็นครั้งแรก ความหอมอันสดใส ราวได้อาบแสงอาทิตย์แรกแห่งฤดูใบไม้ผลิ คือการประกาศก้องถึงอิสรภาพและความสุขที่เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง

จากถิ่นกำเนิดในป่าเขตชื้นของเอเชียตะวันออก แมกโนเลียถือเป็นสัญลักษณ์ของความสูงส่งและความบริสุทธิ์ ในหลายวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ รูปลักษณ์ที่ดูบอบบางห่อหุ้มเอาความกระหายที่จะมีชีวิตที่ไม่อาจดับลงได้ไว้ภายใน กลีบรวม (เพราะดอกแมกโนเลียไม่ได้มีเพียงกลีบดอกเท่านั้น) มีหลากสีไล่เรียงตั้งแต่ขาวบริสุทธิ์ ไปจนถึงสีชมพู ดึงดูดเหล่าภมรที่พร้อมจะแพร่พันธุ์ ซึ่งจะนำพาแมกโนเลียให้เดินทางจากดินแดนหนึ่งสู่อีกดินแดนอีกแห่งหนึ่ง

ตามตำนานเล่าว่า กลีบดอกอันโดดเด่นเหล่านี้นี่เองที่ดึงดูดความสนใจจากนักพฤกษศาสตร์ในศตวรรษที่ 18 และนำพาไม้พุ่มชนิดนี้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่ชายฝั่งยุโรป แต่เมื่อนำมาปลูกในเรือนกระจกในปราสาทแห่งหนึ่ง กลับไม่ออกดอกให้เชยชม จึงถูกลืมเลือนไปในเวลาไม่นาน จนเมื่อเจ้าของปราสาทกำลังจะกำจัดมันทิ้งนั่นเอง ภรรยาของเขาได้เกิดความคิดว่าจะขอลองนำมาปลูกด้านนอกดู… แสงแดดทำให้หน่ออ่อนกลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นอีกครั้ง และในเวลาเพียงไม่กี่เดือนก็กลับเจริญเติบโตเป็นพุ่มสง่างาม ผลิดอกแรกแย้มสู้แสงตะวันขึ้นอีกครา

ดอกแมกโนเลียอันงามล้ำ จึงพ้องความหมายกับการเผยให้เห็น เช่นมหัศจรรย์แห่งฤดูใบไม้ผลิที่ถูกเผยออกมายามกลีบงาม แต่ละกลีบค่อยๆ คลี่แย้มบาน… หนึ่งในดอกไม้ชนิดแรกๆ ที่ตื่นขึ้นภายใต้แสงตะวันอันอบอุ่น กิ่งก้านอันว่างเปล่าของแมกโนเลียพลันประดับประดาด้วยดอกอันงามล้ำ พุ่มไม้สีอ่อนหวานค่อยๆ โชยกลิ่นหอมหวานชวนลิ้มลองอันสดชื่นทว่าเด่นชัด – คือคำเชิญชวนสู่ความรื่นรมย์กับสัมผัสอันละเอียดอ่อนของชีวิตที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครา

Gourmand อันน่าลิ้มลองของดอกแมกโนเลีย กลิ่นแรกจากลังโคม:

ดุจดั่งเอิบอาบด้วยแสงตะวัน…

ด้วย La vie est belle L’Eau de Toilette ลังโคมได้สร้างสรรค์กลิ่นหอมหวานแนว gourmand ของดอกแมกโนเลีย ผลงานสร้างสรรค์อันละเอียดอ่อนและสว่างไสวนี้ ถือกำเนิดจากความเชี่ยวชาญอันโดดเด่นของ 2 นักปรุงน้ำหอมผู้ยิ่งใหญ่แห่งฝรั่งเศส หลอมรวมความเป็นหญิงอันแจ่มกระจ่างโดย อานน์ ฟลิโป (Anne Flipo) ที่สื่อถึงความรื่นรมย์แห่งการใช้ชีวิตอย่างสดใสเข้ากับความเหนือชั้นด้านเทคนิคของโดมินีค รอปียง (Dominique Ropion) เพื่อสะท้อนประกายแห่งชีวิตผ่านทางความสง่างามของดอกไม้

อีกแนวทางหนึ่งของการตีความจากความหอมหวานในแบบเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ไปก่อนหน้านี้ โดยมีแก่นอยู่ที่ดอกไม้อันงามเลิศ เจ้าของกลิ่นหอมอ่อนบางทว่าเย้ายวนใจ ผสานกับวัตถุดิบอื่นๆที่เป็นหัวใจแห่งความสูงส่งจากธรรมชาติ น้ำมันหอมระเหยจากแมกโนเลีย จึงเติมแต่งความสดชื่นให้กับความแจ่มกระจ่างอย่างที่สุดของไอริส แพลลิดา (Iris Pallida) ผสานเข้ากับความสมบูรณ์ของหัวน้ำหอมจากบรรดาดอกไม้สีขาว และน้ำมันหอมระเหยจากพิมเสนใบ (patchouli) หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีชีวิตชีวา

คือสัญลักษณ์แห่งความอ่อนเยาว์ ความงาม และความสูงส่ง แมกโนเลีย หนึ่งในดอกไม้ที่บานเป็นดอกแรกของฤดูใบไม้ผลิ ถูกเลือกเก็บอย่างพิถีพิถันก่อนจะผ่านกระบวนการกลั่นด้วยไอน้ำ เพื่อให้ได้น้ำมันหอมระเหยอันล้ำค่า เมื่อนั้นเองที่ความเป็นหญิงอันสูงส่งจะได้ถูกเผยออกมาทั้งหมดในรูปของน้ำหอมที่เข้มข้นเป็นพิเศษ* อาบไล้ผิวด้วยม่านแห่งแสง แก่นแท้ของความหอมของมวลดอกไม้ โอบล้อมด้วยรอยยิ้มอันงดงามของความหวานหอมจากอัลมอนด์ แต่งแต้มด้วย วานิลลา (vanilla) ถั่วเคลือบคาราเมล (praline) และน้ำตาลสายไหมที่สอดประสานด้วย ตองกาบีน (tonka bean)

คือคำเชื้อเชิญให้สัมผัสกับห้วงเวลาแห่งความสุขอย่างเต็มที่ La vie est belle L’Eau de Toilette ทิ้งไว้ซึ่งความทรงจำอันยากจะทัดทานของความสุขที่อาบไล้ด้วยแสงอาทิตย์

*La vie est belle L’Eau de Toilette มีความเข้มข้น 18% ซึ่งตามปกติจะเป็นระดับที่สงวนไว้ใช้กับ Eau de Parfum เท่านั้น

รอยยิ้มดั่งแก้วเจียระไน
ในปี 1949 อาร์มองด์ เปอติฌอง (Armand Petitjean) มีดำริว่าจะสะกดรอยยิ้มของหญิงสาวใส่ไว้ในขวดแก้ว ราวกับได้สลักรอยยิ้มนั้นไว้ในคริสตัลเจียระไน

ภาพที่เขาคิดไว้ได้เป็นความจริงขึ้นมาหลังจากนั้นกว่า 60 ปี ด้วยการถือกำเนิดของ La vie est belle ซึ่งผ่านการตีความใหม่โดยช่างแก้วระดับปรมาจารย์ รอยยิ้มคริสตัลสำหรับน้ำหอมแห่งความสุข – ยากที่จะหาสิ่งอื่นใดที่เหมาะสมกลมกลืนกันไปกว่านี้ !

วันนี้ La vie est belle L’Eau de Toilette ผลงานสร้างสรรค์ชิ้นล่าสุดจากลังโคม เชิญคุณพบกับขวดแก้วใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ผลงานการออกแบบของ แคทเธอลีน ครูนาส (Catherine Krunas) รอยยิ้มแห่งคริสตัลในขวดดูลึกและแจ่มกระจ่างกว่าครั้งก่อนๆ ราวโฉบผ่านพร้อมกับความเปราะบางอันงดงามประณีต ที่คอของขวดใหม่ชูดความโดดเด่นด้วยริบบิ้นออร์แกนซ่าสีขาวประกายมุก ผูกเป็นรูปคล้ายปีกโปร่งบาง 2 ข้าง อันงดงามเพลินตา เมื่อมองย้อนแสง ประหนึ่งสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพ สดใสและแจ่มกระจ่าง สีกุหลาบของน้ำหอมช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับความสุขที่อัดแน่นอยู่ขวดแก้วเจียระไนนี้

จูเลีย โรเบิร์ตส์ (Julia Roberts)

อิสระ เป็นธรรมชาติ และมีความสุข

ความงามที่มีจิตวิญญาณ อาจไม่มีทางให้คำจำกัดความได้ แต่บางที จูเลีย โรเบิร์ตส์ อาจเป็นตัวแทนที่ดีที่สุด คือทูตความงามที่ไม่อาจมีผู้ใดปฏิเสธได้ รอยยิ้มอันแจ่มกระจ่างของเธอกลายเป็นนิยามที่ให้ความหมายเดียวกับฝีมือการแสดงของนักแสดงสาวผู้โดดเด่นนี้

ด้วยรัศมีที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำพูด เสน่ห์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด และแน่นอนว่ารวมถึงความสามารถล้นเหลือของเธอ นำมาซึ่งความชื่นชมยินดีจากผู้ชมที่ชื่นชอบเธอในบทบาทที่หลากหลาย ตอกย้ำฐานะการเป็นหนึ่งในดาราภาพยนตร์ผู้ยิ่งใหญ่ให้มั่นคงยากจะสั่นคลอนได้ เธอค่อยๆ ถ่ายทอดแง่มุมต่างๆ ของความเป็นหญิงออกมาทีละด้าน ด้วยความมุ่งมั่นที่มีต่อความจริงใจที่เธอแสดงออกเสมอ อิสระที่จะเลือก และการปฏิเสธที่จะเดินตามเส้นทางอาชีพที่มีผู้กำหนดไว้ให้แล้ว

เธอเติมเต็มพลังอันโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ให้กับตัวละครที่สวมบทบาทต่างๆ รวมถึงความเป็นผู้หญิงขนานแท้ พันธกิจที่เธอนำมาสู่บทบาทอันหลากหลายของเธอได้รับการนำเสนออย่างสอดคล้องกันในชีวิตจริงด้วย ในฐานะนักแสดงนำหญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง เธอทำงานช่วยเหลือองค์กรการกุศลอย่างสม่ำเสมอ และใช้ชื่อเสียงของเธอเพื่อยกระดับเรื่องราวที่อยู่ในความสนใจของเธอ ให้ได้รับการรับรู้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

ฤดูหนาวนี้ จูเลีย โรเบิร์ตส์ รับบทบาร์บาร่า เวสตัน (Barbara Weston) ในภาพยนตร์เรื่อง“August: Osage County” ออกฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต ปี 2013 การปรากฏตัวในเรื่องราวว่าด้วยผู้หญิง ที่กำกับโดย จอห์น เวลส์ ( John Wells) โดยดัดแปลงมากจากบทละครของ เทรซี่ เล็ตส์ (Tracy Letts) และเป็นครั้งแรกที่เธอได้ร่วมแสดงกับนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่อย่าง เมอรีล สตรีพ (Meryl Streep)

นอกจากนี้เธอยังได้ปรากฏตัวในละครโทรทัศน์ เรื่อง “The Normal Heart” ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนักเคลื่อนไหวเกย์ ผู้ต่อสู้กับเชื้อ HIV ในทศวรรษที่ 80 เขียนบทโดย ลาร์รี่ เครเมอร์ (Larry Kramer) ผู้ก่อตั้งองค์กรรณรงค์เพื่อผู้ป่วยโรคเอดส์ Act Up­ (AIDS Coalition to Unleash Power)

เพื่อเฉลิมฉลองให้กับ การประกาศถึงความสุขครั้งใหม่ของลังโคม จูเลีย โรเบิร์ตส์ จะกลับมามอบความงดงามด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวครั้งใหม่ ของ La vie est belle L’Eau de Toilette ผ่านรัศมีและรอยยิ้มอันแจ่มกระจ่างของเธอ ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านเลนส์โดย คาร์เตอร์ สมิธ (Carter Smith) ดุจการรับรู้อันสุขสันต์ถึงการกลับมาของฤดูใบไม้ผลิ ด้วยความเป็นอิสระและเป็นธรรมชาติ เธอจึงมอบรอยยิ้มอันงดงามที่สุดเพื่อประกาศก้องถึงความสุขและอิสรภาพอย่างแท้จริง

La vie est belle L’Eau de Toilette ขนาด 50 มล. ราคา 3,100 บาท และ 100 มล.ราคา 4,500 บาท

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!