การเดินทางของความฝันที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิต.. เชื่อแล้วต้องลงมือทำ

การเดินทางของความฝันที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิต.. เชื่อแล้วต้องลงมือทำ
ChicMinistry

สนับสนุนเนื้อหา

เรื่องราวของความฝันที่เปลี่ยนชีวิตให้เป็นไปทางบวก..จากความรักชอบในการทำงาน marketing materials และมีความมุ่งหวังส่วนตัวให้กับประเทศไทยในการพัฒนาเด็กรุ่นใหม่ให้มีความสามารถทำงานในระดับภูมิภาค และ มีความเป็น international จนถึงวันที่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เชื่อ กับการนำบริษัทขึ้นเป็น Thailand Digital Agency of the year 2013 (Gold Awards) และ การมีสำนักงานใน 2 ประเทศคือ Thailand / Singapore และ ทำงานให้กับลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA)

ในชีวิตการทำงาน เชื่อว่าทุกๆคนที่เป็นพนักงานหรือทำกิจการส่วนตัว ใครๆ ก็คงอยากประสบความสำเร็จในการทำงาน ได้พบกับความสำเร็จในการทำงานกันทุกคน.... แต่คงไม่ใช่ทุกคน ที่ฝ่าสิ่งต่างๆ ก้าวเดินไปและพบกับสายรุ้งที่ปลายทางใช่ไหมคะ ดิฉันเองจากเจ้าของกิจการมือใหม่ ที่ไม่รู้แม้การจับลำดับความสำคัญของการ จัดตั้งบริษัท ว่าควรจะทำอะไรก่อนหลัง และไม่มีแม้แต่ประสบการณ์ตรงของการทำธุรกิจที่ตัวเอง”อยากทำ” เพราะสนใจและชอบ รู้สึกมี passion กับมันมากๆ มองย้อนกลับไป รู้สึกว่านั่นคือความกล้าบ้าบิ่นครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ถ้าให้สรุปกันตั้งแต่ก่อนจะอ่านส่วนผสมของการเดินทางของความฝัน จนถึงวันที่ก้าวยืนบนเวทีระดับนานาชาติ Campaign Asia Pacific จากเอเจนซี่เล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก ทำงานกับแบบครอบครัว หลังจากผ่านไป 5 ปี พร้อมกับความสำเร็จของบริษัท กับการเป็น Thailand Digital Agency of the Year 2013 สิ่งเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้นได้ ถ้าไม่มี ความเชื่อ ความศรัทธา ในสิ่งที่ตัวเองทำ รวมถึงบอกตัวเองเสมอว่า ... “เชื่อแล้วต้องลงมือทำ” กล้าที่จะเปลี่ยนชีวิต จะเริ่มเล่าแล้วนะคะ .... ว่าสิ่งเหล่านี้จะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง



ความเชื่อและลงมือทำ เปลี่ยนแปลงชีวิตไปอย่างไร
         จากพนักงานคนหนึ่งขององค์กรยักษ์ใหญ่ ที่มีชีวิตในแบบที่ค่อนข้างเป็นมาตรฐาน ในแบบที่คนส่วนใหญ่เป็น .. จนถึงวันที่ตัดสินใจ เดินตามสิ่งที่ใฝ่ฝันคือการพัฒนาเด็กรุ่นใหม่ให้มีความรู้ความสามารถทัดเทียมนานาชาติ โดยการพัฒนาแนวใหม่ ในการฝึกปฏิบัติเต็มรูปแบบและส่งเสริมทักษะและศักยภาพในการใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน อีกทั้งให้ความสำคัญกับการปลูกฝังทัศนคติเป็นอันดับหนึ่งในการสร้างคน และก้าวเดินตามมันมาจนวันที่เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ คือการได้รับการยอมรับจากนานาชาติให้เป็น agency of the year ของประเทศไทยและนำกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ก้าวต่อกับระดับภูมิภาคด้วยการขยายฐานบริษัทไปที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเตรียมความพร้อมของ AEC ในปี2015 สิ่งเหล่านั้น ทำให้โลกทัศน์และวิสัยทัศน์นั้นขยายตามไปในมุมมองที่กว้างขึ้น ยอมรับสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นและที่สำคัญ สามารถถ่ายทอดสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับสังคมได้มากขึ้นเช่นกัน เช่นการเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษตามสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อพัฒนาบุคลากรของประเทศไทยให้ก้าวเดินไปข้างหน้า

เริ่มลงมือทำ
         เป็นคนที่เชื่อเสมอว่า การทำอะไรสักอย่างให้ประสบความสำเร็จ ต้องกล้ารับความเปลี่ยนแปลง ต้องเริ่มลงมือทำ สัมผัสกับสิ่งต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจจากสิ่งที่ปฏิบัติจริง เพราะจะเป็นการป้องกัน “การคิดไปเอง” ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายมาก สำหรับคนทำธุรกิจ และอีกอย่างความเข้าใจงานที่ทำอย่างแท้จริง มีประโยชน์มากในเชิงวิเคราะห์และตัดสินใจ รวมถึงความเชื่อถือจากลูกค้า เพราะในทุกสถาณการณ์จะทำให้เราเล่า หรืออธิบาย จากประสบการณ์ซึ่งจะทำให้เราคิดแนวทางการแก้ปัญหา หรือการต่อยอดทางธุรกิจให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งเชื่อเสมอว่าในองค์กรนั้น นอกจากความรักที่ต้องมีต่อกัน ความเมตตาที่ต้องมีต่อลูกน้อง สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างคือ “ความเข้าใจ” ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้เข้าใจคือ “ต้องลงมือทำเอง” การที่มีแนวคิดแบบนี้ ทำให้ทุกวันนี้ ในการเปิดโปรเจ็คท์ใหม่ของลูกค้านั้น จะพยายามไปรับงานเอง และ ทำความเข้าใจ รวมถึงงานในส่วนที่เป็นรูปแบบใหม่จะลงมือทำเองในส่วนของเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า เพื่อการสื่อสารที่เข้าใจทั้งกับลูกค้าและพนักงานเพื่อให้งานออกมามีคุณภาพที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้

ถ้าลงมือทำแล้วเจอปัญหา.. จะทำอย่างไร
         ไม่มีการทำงานใดๆ ที่จะไม่มีปัญหา ไม่มีอุปสรรค.. การทำงานในสายงาน Agency นั้น ต้องใช้ความคิดตลอดเวลา โดยเฉพาะสายงาน Account Management ที่ต้องดูแลทุกเรื่องให้ลูกค้าเสมือนเป็นตัวแทน ทั้งการทำให้งานออกมาดีที่สุด มีคุณภาพที่สุด และ ประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดีที่สุด องค์ประกอบทั้งหลายในการทำงานแบบ project ที่มีผู้คนมากมาย มาร่วมกันประสานงานให้งานผ่านไปได้ด้วยดีนั้น ไม่ง่ายเลย... ยิ่งองค์ประกอบเยอะ ปัจจัยที่จะเป็นจุดเริ่มของปัญหาก็เยอะตามไปด้วย ความท้าทายก็มากขึ้นตามscale ของ project
คาถาที่ใช้ประจำ เรียกเล่นๆ กับลูกน้องว่าการ “ลงยันต์กันอุปสรรค” คือ

  1. คิดบวก : ไม่คิดในแง่ลบ ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใด กำลังใจต้องมีว่า สุดท้ายแล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี และจะเป็นอีกวันที่ได้เรียนรู้มากขึ้น และก้าวเดินไปอีกก้าวหนึ่ง

  2. ความอดทน อดกลั้น: อุปสรรคใดๆ ที่ผ่านเข้ามาแน่นอน อาจจะทำให้เราอารมณ์เสีย หรือ เครียด แต่การเป็นผู้นำขององค์กร สิ่งที่ต้องมีการเก็บความรู้สึกและไม่ทำให้บรรยากาศเสีย หรือ ถ้าจะต้องแสดงออก ก็ควรเป็นเวลาที่เหมาะสม และอธิบายผู้เกี่ยวข้องด้วยความเข้าใจ

  3. ความมานะพยายาม : จะคิดเสมอว่าไม่มีสิ่งใดที่เราจะทำไม่ได้ ขำๆ คือ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล คือ บางครั้ง system อาจจะมีปัญหาหรือสิ่งที่ไปแล้วไม่ support digital platform หรือ การทำงานที่ผิดแผนไปจากที่ตั้งใจและต้องแก้ไข ก็จะคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม ก็ต้อง “ทำให้ดีที่สุด” จะได้ไม่รู้สึกเสียใจภายหลังว่า น่าจะทำให้ดีกว่านี้ จะบอกตัวเองให้ลุยไปให้สุดทางเสมอ และสุดท้ายมันก็ผ่านไปได้ดีจริงๆ

คนที่ลงมือทำด้วยกัน ... ต้องดูแลพวกเค้าอย่างไร
         นอกจากความเข้าใจ ที่ควรมีให้กันเสมอ การใส่ใจ ในเรื่องราวเล็กๆ น้อย และจดจำ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เค้าชอบ / วันสำคัญ หรือ เรื่องราวที่เค้าชอบทำ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ ทีมงาน ไม่ได้เป็นแค่ “พนักงาน” แต่เรามีหลายบทบาทร่วมกัน ทั้งเป็นพี่น้อง เป็นครอบครัว
         การพัฒนาพนักงานอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพันธกิจสำคัญในการบริหารงาน เพราะความคิดพื้นฐานคือ ไม่มีใครไม่อยากก้าวหน้า หรือ หยุดนิ่งอยู่กับที่ ครอบครัวหรือผู้คนแวดล้อมของพนักงาน คงล้วนแต่อยากให้พวกเค้าได้ดี ไปสู่จุดที่ดีกว่าของชีวิตต่อไปเรื่อยๆ จึงทำทุกอย่างด้วยแนวทางของการพัฒนาบริษัท ให้นำพนักงานก้าวไปข้างหน้าด้วยการพัฒนาตนเอง ด้วยความหวังว่า การเติบโตและ มีความภูมิใจกับก้าวที่เดินต่อไปด้วยกัน จะทำให้เราได้อยู่ด้วยกันให้นานที่สุด ที่เราจะสามารถอยู่ด้วยกันได้
         การรับฟังความคิดเห็นและการเปิดใจ ก็ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้องค์กรเดินต่อไปได้ เพราะจะทำให้ประสานงานกันด้วยความเข้าใจ และ เดินไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งความอบอุ่นใจ ที่ทำให้ก่อเกิดกำลังใจในการทำงาน เชื่อว่า ที่ผ่านมาได้ และทุกคนร่วมกันพาบริษัทมาถึงจุดที่เรียกได้ว่า ประสบความสำเร็จสูงสุด มันคือ “แรงใจ” ของทีมงานล้วนๆ ... ดังนั้น มันสำคัญจริงๆ กับการทำอย่างไร ที่จะดูแลคนของเราให้ดี เพราะความสำเร็จขององค์กรไม่ได้มาจากคนคนเดียวแน่นอน ใช่ไหมคะ

ประสบความสำเร็จแล้ว... จะรักษาไว้ได้อย่างไร ให้นานที่สุด
         แน่นอนว่านอกเหนือไปจากเครดิตของบริษัท และความภูมิใจ สิ่งที่ติดตามมา ของการได้รับรางวัลระดับ Asia Pacific นั้นคือ การที่มีลูกค้าให้ความไว้วางใจ ให้งานมากขึ้น ซึ่งหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้น การแบ่งปันทุกอย่างด้วยความจริงใจ ให้กับทุกคนที่เดินมาด้วยกัน เป็นสิ่งสำคัญที่จะลืมไม่ได้ การใช้ชีวิตแบบ realistic คือทุกคนที่ทำงานมาเหนื่อยหนักตลอดทั้งปี จะได้รับสิ่งตอบแทน ที่พนักงานน่าจะสามารถนำไปตอบแทน บุพการี หรือ ทำอะไรเพื่อครอบครัว ซึ่งมันหมายถึงความภูมิใจที่มากกว่างาน แต่เป็นความภูมิใจในการใช้ชีวิต และการนำความสำเร็จกลับไปทำให้ครอบครัวภาคภูมิใจ
การทำความเข้าใจ เปิดใจให้ข้อมูลพนักงานอย่างต่อเนื่อง ถึงจุดที่ต้องเดินต่อ และ สิ่งที่ยังคงต้องทำต่อ และยึดถือ คืออีกปัจจัยที่สำคัญ ที่จะทำให้พนักงานเห็นภาพไปร่วมกัน เพื่อที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยกันอย่างมั่นคง ซึ่งจะนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างยั่งยืนขององค์กร ....

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้.. คงจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้ ถ้าเราไม่ลงมือทำ ในสิ่งที่เราเชื่อ และ ออกเดินเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตให้เป็นไปในทางบวก จากสิ่งที่เราเห็นและเชื่อว่าจะเป็นไปได้ค่ะ

ข้อมูลจาก https://makethedifference.org/th/inspiration/detail/12238

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!