ตัดไขมันหน้าท้อง และแก้ไขหน้าท้องลาย

ตัดไขมันหน้าท้อง  และแก้ไขหน้าท้องลาย
โรงพยาบาลยันฮี

สนับสนุนเนื้อหา

มีคนไข้มาหาหมอพร้อมกับหน้าท้องห้อยย้อย แถมแตกลายอีกต่างหาก เธอมาให้ดูไขมันครับ และมีอีกคนหนึ่งเป็นผู้ชาย มาพร้อมกับพุงอันมหึมาหากางเกงใส่ยากมาก มาให้หมอดูดไขมันเช่นกัน หมอเห็นแล้วก็ถึงกับอึ้ง และค่อย ๆ อธิบายให้เค้าเข้าใจว่า อย่างนี้ดูดไขมันอย่างเดียวไม่ได้หรอกครับต้องใช้ วิธีผ่าตัดไขมันหน้าท้องครับผม ทำไมถึงกับต้องตัดไขมันหน้าท้องเชียวหรือหมอ? ใช่ครับ ต้องตัด แต่ก่อนตัดหมอจะอธิบายให้คุณเข้าใจก่อนนะครับคือ ลักษณะของผู้ที่มีหน้าท้องยื่น หย่อนยาน หรือห้อยย้อยนั้น เนื่องจากส่วนไขมันใต้ผิวหนัง และพังผืดระหว่างกล้ามเนื้อหน้าท้องหย่อนยาน และที่สำคัญ ไขมันใต้ผิวหนังและพังผืดระหว่างกล้ามเนื้อนี้ จะไม่มีการหดตัว และไม่มีการสูญหายไปไหน ไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ ก็จะมีสภาพหย่อนอยู่นั่นเอง ดังนั้นวิธีผ่าตัดไขมันหน้าท้องจงเป็นวิธีที่ดีที่จะจัดการปัญหานี้ได้ นอกจากนี้ การผ่าตัดเอาไขมันหน้าท้องออกจะช่วยให้ทรวดทรงกระชับขึ้นมาอีกครั้ง และแก้ปัญหาหน้าท้องลาย หรือผิวแตกลายสำหรับผู้ที่เคยตั้งครรภ์ และยังแก้ไขแผลเป็นสำหรับผู้ที่มีแผลผ่าตัดเดิมที่อยู่ต่ำกว่าสะดือให้ดูดีขึ้นได้ด้วยครับ สำหรับผู้ที่ผ่านการลดความอ้วนมา แล้วมีปัญหาหน้าท้องหย่อนมาก ๆ ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้เช่นกัน ทีนี้เรามาดูกันว่า ลักษณะของผู้ที่มีปัญหาเรื่องหน้าท้องเป็นแบบใดกันบ้าง เป็นรูปแบบต่าง ๆ ของลักษณะหน้าท้องที่มักมาปรึกษาแพทย์เพื่อผ่าตัดแก้ไข แบบ A หน้าท้องแบนราบ มักพบในผู้ที่ออกกำลังกายอย่างดี ไม่อ้วนแต่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังหย่อนหรือแตกลาย แบบ B ไม่ค่อยมีไขมันแต่มีลักษณะท้องป่องเวลายืนและแบนราบเวลานอน เนื่องจากผนังหน้าท้องหย่อน พังผืดระหว่างกล้ามเนื้อยานจนเสียรูป แบบ C ไขมันสะสมมาก อาจต้องดูดไขมันร่วมด้วย แบบ D หย่อนยาน ห้อยย่อยมาก มักเกิดจากการลดน้ำหนัก หรือเมื่อมีอายุมากขึ้น แล้วเนื้อเยื่อหย่อนยาน ลักษณะต่าง ๆ เป็นลักษณะที่ต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดหน้าทอง และก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการผ่าตัดหมอขอบอกก่อนนะว่า จุดประสงค์ของการผ่าตัดอยู่ที่การตัดผิวหนังส่วนเกิน หรือแตกลาย, ตัดไขมันส่วนที่อยู่ใต้สะดือ กระชับพังผืดระหว่างกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ยืดหย่อนยาน สำหรับผู้ที่ผนังหน้าท้องมีไขมันสะสมมาก บริเวณเหนือสะดือ สะโพก เอว อาจต้องมีการดูดไขมันร่วมด้วย ซึ่งอาจทำไปพร้อม ๆ หรืออาจเว้นระยะ 3 - 6 เดือน ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ว่ามีความเหมาะสมต่อการผ่าตัดหรือไม่ ในผู้ที่อ้วนมาก ๆ การลดน้ำหนักก่อนผ่าตัดมีประโยชน์ทั้งช่วยให้กระชับได้มากขึ้น และลดโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนทั่วไปที่มักเกิดกับคนอ้วนได้ด้วย หลังผ่าตัดไม่มีข้อห้ามในการตั้งครรภ์อีก แต่ควรจะทอดเวลาให้รอยแผลหายเต็มที่ น่าจะ 1 2 ปี แต่ผลของการตั้งครรภ์อีกก็จะทำให้เกิดหย่อนหรือแตกลายอีกตามธรรมชาติ และต้องเสียเวลามาผ่าตัดใหม่ และบางครั้งก็ตัดแต่งหน้าท้องได้ไม่ดีเท่ากับการผ่าตัดครั้งแจึงอยากแนะนำให้ผ่าตัดเมื่อมีบุตรเพียงพอแล้ว และในปัจจุบันเราสามารถผ่าตัดไปพร้อม ๆ กับการคลอดบุตรได้ ถ้าการคลอดไม่มีปัญหา ซึ่งขึ้นกับดุจลยพินิจและความพร้อมของทีมแพทย์ด้วยครับ รอยผ่าตัดมักจะเป็นที่ยอมรับได้ เมื่อเทียบกับความหย่อนยาน และผิวที่แตกลายที่มีอยู่โดยแผลผ่าตัดจะวางไว้ต่ำที่สุดที่จะเป็นไปได้ เพื่อซ่อนไว้ใต้ขอบกางเกงในโค้งตามแนวธรรมชาติของลายผิว ซึ่งระยะแรกอาจมีสีชมพูอมม่วง 3 - 6 เดือน ตามธรรมชาติของแผลใหม่ และจะค่อย ๆ จางลงไปใน 1 - 2 ปี หมอต้องบอกไว้ก่อนนะว่า การผ่าตัดนี้จะไม่ได้ผลกับผู้ที่มีความอ้วนมาจากอวัยวะภายใน เช่น ไขมันที่สะสมอยู่ตามลำไส้ เป็นต้น ซึ่งมักเป็นกับผู้ชาย เนื่องจากการผ่าตัดนี้ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับอวัยวะภายใน ทีนี้เรามาดูวิธีผ่าตัดกัน ผิวหนังส่วนเกิน (ส่วนใหญ่จะแตกลายด้วยที่อยู่ใต้สะดือ รวมทั้งไขมันใต้ผิวหนัง จะถูกตัดออก ผิวหนังส่วนที่เหลือจะถูกดึงมาชนกัน โดยให้รอยแผลผ่าตัดอยู่ต่ำที่สุด ความหย่อนของผิวหนังเนื่องจากเคยตั้งครรภ์ หรืออ้วนมาก ๆ มาก่อน จะทำให้สามารถดึงผิวหนังมาชนกันได้แทบจะทุกราย ส่วนสะดือที่ถูกปกคลุมจะได้รับการเจาะรูที่ผิวที่มาคลุมทำให้ได้สะดือในตำแหน่งเดิม และตกแต่งเล็กน้อยให้ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งมักจะเรียกกันว่า ทำสะดือใหม่ ผนังหน้าท้องที่ยืด หย่อนยาน เนื่องจากการตั้งครรภ์ ทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องที่เป็นมัดคู่กันด้านหน้ายื่นห่างจากกันพังผืดที่เชื่อมกล้ามเนื้อนี้ไม่มีความยืดหยุ่น ไม่สามารถฟิตตัวได้เหมือนกล้ามเนื้อ ทำให้ไม่มีทางใดเลยนอกจากการผ่าตัดที่จะกระชับพังผืดส่วนนี้ได้ และเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สตรีที่มีครรภ์แล้วไม่สามารถกลับไปมีหุ่นเพรียว ๆ ได้อีก ภายหลังจากการกระชับกล้ามเนื้อที่แยกห่างจากการตั้งครรภ์เข้าด้วยกันทำให้เอวกระชับอีกครั้งหนึ่ง หมอเคยบอกข้างต้นว่าวิธีการผ่าตัดมี 2 วิธี คือ แบบย่อ (minilipectomy) และแบบเต็ม (Total lipectomy) ซึ่งอาจร่วมกับการดูดไขมันหรือไม่ก็ได้ เรามาดูว่าแพทย์เขาทำกันอย่างไร การผ่าตัดแบบย่อ คุณอาจไม่ต้องนอนพักฟืนในโรงพยาบาลก็ได โดยแพทย์อาจใช้ยาชาเฉพาะที่ ซึ่งการผ่าตัดนี้อาจเป็นการผ่าตัดเน้นกระชับเฉพาะส่วนล่าง ต่ำกว่าสะดือ ใช้ได้ดีในผู้ที่ไม่เคยตั้งครรภ์มาก่อน หรือหย่อนเนื่องจากการลดความอ้วน มีเฉพาะผิวหนัง และไขมันที่ต้องตัดออก รอยแผลผ่าตัดจะสั้นกว่าแบบเต็ม ไม่ต้องตกแต่งสะดือให้ใหม่ ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง วิธีนี้ถ้าใช้กับผู้ที่มีพังผืดระหว่างกล้ามเนื้อหน้าท้องยืดยานจะทำให้กระชับได้ เฉพาะส่วนล่างของท้อง ส่วนบนบริเวณลิ้นปี่จะยังป่อง ๆ อยู่ ทำให้ได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร หลังผ่าตัดไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ สามารถยืดตัวตรงได้ การผ่าตัดแบบเต็ม คุณต้องพักในโรงพยาบาล 2 - 3 วัน อาจเป็นการดมยาสลบหรือการใช้ยาชาครึ่งตัวก็ได้ เป็นการแก้ปัญหาทั้งหมด ผู้ที่เคยตั้งครรภ์มักต้องใช้วิธีนี้จึงจะได้ผลดี รอยแผลผ่าตัดเหนือวเหน่าจะยาวกว่าแบบย่อ และต้องตกแต่งสะดือให้ เนื่องจากผิวหนังเดิมที่อยู่เหนือสะดือจะถูกดึงข้ามสะดือมาที่หัวเหน่า ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2 - 4 ชั่วโมง หลังผ่าตัดต้องเดินตัวงอ ๆ ประมาณ 7 วัน ค่อย ๆ ยืดตัวตรงวันละหน่อยจนยืดตรงได้หลังสัปดาห์แรก การยืดตัวที่ ช้าเกินไปอาจด้วยความกลัวว่าแผลยังไม่หาย จะทำให้มีอาการปวดหลังได้ เนื่องจากอยู่ในอิริยาบถที่ผิดธรรมชาติ ดังนั้นแพทย์จะให้คุณพยายามยืดตัวให้ได้ หลังจากยืดตัวตรงได้แล้วก็ตัดไหมได้ และกลับไปทำงานตามปกติ สามารถออกกำลังกายเบา ๆ ได้หลัง 2 3 สัปดาห์ และออกกำลังได้เต็มที่ประมาณ 2 3 เดือน อาจมีอาการชาบริเวณท้องส่วนล่างได้ ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 6 เดือน ครับ การผ่าตัดไขมันหน้าท้องเป็นการผ่าตัดเพื่อกระชับรูปร่างที่นิยมทำกันทั่วไป เนื่องจากได้ผลแน่นอน คาดคะเนผลได้ ผลข้างเคียงที่พบได้ก็ไม่บ่อยนัก และมักจะแก้ไขได้ เช่น บาดแผลติดเชื้อ แผลแยก เป็นต้น และการผ่าตัดไขมันหน้าท้องสามารถทำร่วมกับการดูดไขมันบริเวณลิ้นปี่, เอว, สะโพก เพื่อช่วยให้รูปร่างกระชับกับหน้าท้องที่แฟบลงได้ดีขึ้น ได้ผลทั้งในผู้ที่มีท้องลาย, ท้องป่อง, ท้องหย่อนที่เกิดจากการตั้งครรภ์หรือลดความอ้วน ในผู้ชายก็สามารถทำได้นะครับ แต่มีข้อเสียที่ต้องทำความเข้าใจก่อนอย่างเดียวคือ รอยแผลผ่าตัด ซึ่งถึงแม้ว่าจะซ่อนไว้ต่ำที่สุด ต่ำกว่าขอบกางเกงใน เป็นแนวโค้งตามธรรมชาติ และจะจางลงไปเรื่อย ๆ จนจางเต็มที่ในระยะ 1-2 ปี แต่ก็ยังสามารถสังเกตเห็นได้ คุณคงต้องชั่งน้ำหนักในใจว่า การมีรอยผ่าตัดใต้ขอบกางเกงใน แต่หน้าท้องเรียบ กับการไม่มีแผลผ่าตัด แต่หน้าท้องห้อยย้อยหรือแตกลาย คุณจะพอใจอย่างไหนมากกว่ากัน ก็ขึ้นอยู่ที่คุณจะพิจารณาเลือกละครับ การตัดไขมันหน้าท้อง และแก้ไขหน้าท้องลายเป็นการผ่าตัดใหญ่ ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นหลังผ่าตัดนานพอสมควร ดังนั้น หากคุณเลือกที่จะผ่าตัดเอาไขมันหน้าท้องออก คุณต้องวางแผนลางานบ้าน และงานออฟฟิศไว้ล่วงหน้าเสียก่อน และคุณควรเลือกโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ทันสมัย มีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผลการผ่าตัดก็จะออกมาเป็นที่พอใจครับ

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!