รู้จักกันหรือยังกับ Multi Screen

รู้จักกันหรือยังกับ Multi Screen

รู้จักกันหรือยังกับ Multi Screen
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ในยุคที่การติดต่อสื่อสารไร้พรมแดน การสื่อสารกันผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ก็เรียงกันขึ้นเป็นดอกเห็ด ยิ่งมีช่องทางในการติดต่อสื่อสารมากขึ้นเท่าไหร่ การกระจายข้อมูลข่าวสารก็ยิ่งรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น จะเร็วมากหรือน้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประชากรที่เลือกแพลตฟอร์มสำหรับรับส่งข้อมูลข่าวสารต่างๆ

ทีนี้ถ้าถามว่า Multi Screen คืออะไร เฉลยเลยค่ะว่า มันคือการใช้งานสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 1 จอนั่นเองค่ะ ซึ่งจากการสำรวจนะคะ พบว่าช่วงอายุ 25-34 ปี จัดอยู่ในกลุ่มของผู้ใช้ Multi Screen มากที่สุดค่ะ เช่นว่า ดูทีวีไปด้วย อัพสเตตัสในโลก Social ไปด้วย สำหรับผลสำรวจผู้ชมที่ชมโทรทัศน์ทั้งหมด 94% มีผู้ที่รับชมโทรทัศน์จริงๆ 24% ค่ะ ที่เหลืออีก 70% จะดูโทรทัศน์ไปด้วย ทำอย่างอื่นไปด้วยค่ะ


คุณสร เกียรติคณารัตน์ กรรมการผู้จัดการ Strategy & Innovation ในเครือ ไอพีจีมีเดียแบรนด์ส ได้กล่าวไว้ว่า “ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ทำให้แพลตฟอร์ม และระบบสื่อสารไม่ว่าจะเป็นจากการขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือระบบ 3G ต่างส่งผลให้ผู้บริโภคคนไทยมีพฤติกรรมการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยรอดูละครแบบสดๆ ผ่านช่องฟรีทีวีในโทรทัศน์ แต่ในปัจจุบันผู้บริโภคบางส่วนหันไปเลือกดูผ่านแพลตฟอร์มอื่นๆ ในเวลาและสถานที่ที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่นักวางแผนโฆษณา และนักการตลาด รวมถึงผู้ผลิตสื่อจะต้องร่วมกันศึกษา และรับทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อกำหนดวิธีการ ทิศทาง รวมถึงเนื้อหาสาระที่จะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีที่สุด”

นางสาวกนกกาญจน์ ประจงแสงศรี ผู้อำนวยการสมทบ Strategy & Innovation ในเครือไอพีจี มีเดียแบรนด์ส กล่าวถึงผลที่ได้จากการวิจัยในเรื่อง Boundless Platforms พบว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาคนไทยมีอัตราการครอบครองแพลตฟอร์มในรูปแบบต่างๆ อาทิ สมาร์ทโฟน, แท็บเลต, โน้ตบุ๊ค, เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และสมาร์ททีวี กันมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริโภคสื่อผ่านโทรทัศน์แบบสดๆ ที่เริ่มมีจำนวนที่ลดลง แล้วหันไปบริโภคความบันเทิงที่สนใจผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ โดยขึ้นกับความเหมาะสมของเวลาและสถานที่แทน

“จากผลสำรวจพบว่า คนไทยไม่ได้เสพความบันเทิงน้อยลงหากแต่เสพความบันเทิงผ่านสื่อโทรทัศน์น้อยลงในทุกๆ ช่วงอายุ แล้วหันไปเสพความบันเทิงผ่านแพลตฟอร์มอื่นๆ ทดแทน ทั้งแบบออนแอร์ในขณะนั้นหรือจากการดูรายการย้อนหลัง ซึ่งจากการกระทำดังกล่าวได้ส่งผลโดยตรงต่อการวัดความนิยมหรือเรตติ้งของรายการต่างๆ ทางฟรีทีวีที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และทำให้เกิดผลกระทบต่อการวางแผนงานโฆษณาของเอเยนซี่ ที่ยังต้องอาศัยเรตติ้งเป็นตัวกำหนดค่าความคุ้มค่าในการเข้าถึงผู้บริโภคหรือ CPRP และการกำหนดราคาค่าโฆษณาของรายการโทรทัศน์”

ในเมื่อเทคโนโลยีเดินทางมาถึงขั้นนี้แล้ว การบ้านเพิ่มเติมของนักการตลาดก็คือ ทำอย่างไรจะให้คอนเทนต์เข้าถึงผู้บรโภคได้จากทุกแพลตฟอร์ม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล