การดูแลผิวพรรณขณะตั้งครรภ์

การดูแลผิวพรรณขณะตั้งครรภ์
โรงพยาบาลยันฮี

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อผู้หญิงเริ่มตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านสรีระ และอารมณ์ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนหลายชนิดผิวพรรณที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมักก่อให้เกิดความกังวลใจกับคุณผู้หญิงไม่น้อย ดังนั้นเรามารับรู้ถึงภาวะปกติ และไม่ปกติที่เกิดขึ้นกับผิวพรรณขณะตั้งครรภ์เพื่อจะได้รับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยไม่ต้องกังวลกันอีกต่อไปค่ะ รอยคล้ำ จะสังเกตได้ว่าบริเวณข้อพับของร่างกายมีสีเข้มขึ้นตั้งแต่รักแร้ ขาหนีบ ต้นขาด้านใน รวมถึงหัวนมและอวัยวะเพศ แต่ที่กลัวกันมากที่สุด คือ มีฝ้าขึ้นที่หน้า โดยเฉพาะคนที่ถูกแสงแดดเป็นประจำ กระที่เป็นอยู่แล้วก็มักสีเข้มและเพิ่มจำนวนมากขึ้นแต่อย่าเพิ่งกังวลไปค่ะ รอยคล้ำต่าง ๆ เหล่านี้จะค่อย ๆ จางลงอย่างช้า ๆ ภายหลังคลอดได้ค่ะ สิว เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างตั้งครรภ์ มีผลต่อการทำงานของต่อมไขมันทำให้บางคนเกิดเป็นสิวเห่อขึ้นที่หน้าและตัวได้แต่กับบางคนก่อนตั้งครรภ์เป็นสิวง่าย พอตั้งครรภ์แล้วสิวหายหน้าผ่องก็มีนะคะ รอยแตกลาย เกิดขึ้นจากการยืดตัวของผิวหนังขณะตั้งครรภ์มักพบบริเวณหน้าท้อง สะโพก ก้น หน้าอกต้นขา อาจเป็นสีชมพู ม่วง หรือดำในคนผิวคล้ำ บางคนอาจมีอาการคันร่วมด้วยหลังคลอดอาจจางลงได้เล็กน้อย ติ่งเนื้อสีน้ำตาล ดำ มักเกิดขึ้นที่คอ รักแร้ อันนี้หลังคลอดก็ไม่ยอมหายไปไหนคะ การติดเชื้อรา ที่ผิวหนังบริเวณที่มีการอับชื้น เนื่องจากคนท้องมักขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย จึงเกิดจุดอับชื้นบริเวณซอกพับที่สรีระมีการเปลี่ยนแปลงไป เช่น ใต้ราวนมรักแร้ขาหนีบเป็นสาเหตุของการติดเชื้อราแคนดิดาได้ง่าย โรคผื่นคันในคนท้อง มีลักษณะเป็นผื่นลมพิษตุ่มแดง คัน ที่ไม่ได้เกิดจากการแพ้อาหารหรือสารเคมีมักเป็นเมื่อครรภ์แก่ (3 เดือนก่อนคลอด) ผื่นคันนี้อาจลามกระจายทั้งตัวได้ แต่หลังคลอดผื่นก็จะค่อย ๆ จางหายไป แนวทางการดูแลรักษาผิวพรรณขณะตั้งครรภ์ รอยคล้ำที่หน้า กระ ฝ้า สามารถดูแลได้โดยการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด การใช้ Whitening บางชนิดก็พอช่วยได้บ้าง เช่น ยาในกลุ่ม Vitamin C หรือ AHA แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาลดรอยดำที่มีกรด Vitamin A เป็นส่วนประกอบ ส่วนรอยคล้ำที่ผิวตัว อย่าพยายามไปขัดหรือถูแรง ๆ เลยค่ะ ไม่ออกแน่ ๆ ซ้ำยังมีโอกาสเกิดผื่นแพ้จากสมุนไพรที่ใช้พอกด้วย สิว เมื่อมีสิวเห่อที่หน้า ปรึกษาคุณหมอผิวหนังดูแลดีกว่าค่ะ ซึ่งคุณหมอนิยมให้แต่ยาทา ไม่ค่อยจ่ายยารับประทาน และงดยาทาสิวบางชนิด รวมถึงการทำไอออนโตโฟโน หรือเครื่องมือต่าง ๆ ที่สำคัญเมื่อมีสิวขึ้น อย่าแกะหรือบีบสิวนะคะ เพราะเมื่อสิวหายแล้วจะทิ้งรอยดำ หรือรอยแผลเป็นไว้อีกนาน รอยแตกลาย สามารถดูแลด้วยการใช้ครีมบำรุงให้ความชุ่มชื้นกับผิวเป็นประจำ ไม่เกาและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ โปรตีน ส่วนแป้งของหวานและไขมัน ควรทานแต่พอประมาณ ดูแลน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นให้เป็นไปตามมาตรฐานที่คุณหมอแนะนำ ติ่งเนื้อ ยังไม่ต้องไปทำอะไรนะคะ หลังคลอดค่อยให้คุณหมอตัดออก หรือจี้ออกด้วยเลเซอร์ก็ได้ค่ะ เชื้อรา ควรดูแลรักษาความสะอาด อย่าให้เกิดการอับชื้นและหลีกเลี่ยงสารระคายเคืองต่อผิวหนัง เมื่อเกิดผื่นคันควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม ไม่ควรซื้อยาทา หรือยารับประทานเองค่ะ ถ้าปฏิบัติตามที่หมอแนะนำแล้ว แต่ฝ้าก็ยังคงขึ้น รอยแตกก็ยังเกิด ผิวก็ยังคล้ำไขมันก็ขยันมาเกาะตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ก็อย่าเพิ่มวิตกกันไป มันเป็นไปตามธรรมชาติเดี๋ยวหลังคลอดฮอร์โมนลดลง ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ก็ค่อย ๆ ลดลงเอง คุณควรจะดูแลสุขภาพกายใจของคุณ และลูกน้อยในครรภ์อย่างดีที่สุดจะดีกว่า ปัจจุบันวิวัฒนาการของยาและเครื่องมือต่าง ๆ สามารถลดรอยหมองคล้ำ รอยแตก และเซลลูไลท์อย่างได้ผลเดี๋ยวหลังคลอดค่อยมาสวยกันใหม่ก็ยังไม่สายค่ะ

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!