เบื้องหลังพระรูปสุดงดงาม "ดัชเชสเคต" ทรงมีพระชันษาครบรอบ 40 ปี

เบื้องหลังพระรูปสุดงดงาม "ดัชเชสเคต" ทรงมีพระชันษาครบรอบ 40 ปี
Hello Magazine

สนับสนุนเนื้อหา

ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ‘แคเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์’ ทรงมีพระชันษาครบ 40 ปี เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2565 สำนักพระราชวังเคนซิงตันได้เผยแพร่พระรูปจำนวน 3 ภาพที่ฉายโดยช่างภาพชาวอิตาลี ‘เปาโล โรเวอซี’ (Paolo Roversi) ณ สวนพฤกษศาสตร์หลวงเมืองคิว สหราชอาณาจักร ในเดือนพฤศจิกายน 2564 ซึ่งพระรูปทั้ง 3 ภาพนอกจากสะท้อนพระสิริโฉมสุดงดงามของดัชเชสเคตออกมาได้อย่างน่าประทับใจ จนได้รับเสียงชื่นชมจากชาวสหราชอาณาจักรและแฟน ๆ ราชวงศ์ทั่วโลก ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดและเบื้องหลังสุดลึกซึ้ง


เริ่มจากรายละเอียดฉลองพระองค์ เครื่องประดับ และเมคอัพลุค ฉลองพระองค์ทั้ง 3 ชุดของดัชเชสเคตถูกรังสรรค์โดยแบรนด์ อเล็กซานเดอร์ แมคควีน ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบและตัดเย็บฉลองพระองค์ในพิธีเสกสมรส ชุดแรกเป็นฉลองพระองค์ผ้าซาตินสีแดงสุดงดงามที่ถูกตัดเย็บเป็นเดรสในรูปทรงอสมมาตร มีดีเทลคอปาดและแขนทรงบอลลูน แมตช์กับพระกุณฑลเพชรทรงหยดน้ำจากคอลเลกชั่นเครื่องเพชรในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2


พระรูปที่ 2 ดัชเชสทรงดูเป็นธรรมชาติในฉลองพระองค์เดรสที่มีความพลิ้วไหวกับดีเทลระบายบริเวณคอและแขนเสื้อ ซึ่งวัสดุที่นำมารังสรรค์ฉลองพระองค์ชุดนี้มีทั้งผ้าไหม แจ็คการ์ด ลูกไม้ ออแกนซ่า และทูลล์ ที่เป็นวัสดุเหลือใช้จากคอลเลกชั่นเก่าเพื่อสนับสนุนเรื่องความยั่งยืนในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ลงตัวด้วยพระเกศาที่ถูกดัดเป็นลอนอ่อน ๆ



ส่วนพระรูปสุดท้ายดัชเชสเคตทรงพระสิริโฉมงดงามเสมือนภาพวาด ทำให้เราหวนนึกถึงพระรูปพระบรมวงศานุวงศ์ในสมัยเก่าที่ฉายโดยเซซิล บีตัน ในพระรูปนี้ดัชเชสฉลองพระองค์เดรสเปิดไหล่สุดคลาสสิคที่มีดีเทลผูกโบว์ตรงช่วงแขน เติมเต็มความงดงามด้วยเครื่องเพชรจากคอลเลกชั่นในไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ตั้งแต่พระกุณฑลไข่มุกและเพชร และสร้อยกรไข่มุก 3 เส้น รวมถึงพระธำมรงค์หมั้นเพชรไพลินที่ทรงได้รับจากพระสวามีเจ้าชายวิลเลี่ยม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ เมื่อปี ค.ศ. 2010 ซึ่งเป็นถูกปรับปรุงจากพระธำมรงค์เดิมของเจ้าหญิงไดอาน่า

พระสิริโฉมอันงดงามแบบเป็นธรรมชาติของดัชเชสเคตถูกขับเน้นด้วยเมคอัพลุคที่ละเอียดอ่อนไม่ว่าจะเป็นบลัชออนสีสว่าง พระโอษฐ์สีชมพูกุหลาบ และการแต่งพระเนตรแบบมินิมัล ขณะที่พระเกศาสีน้ำตาลถูกจัดเป็นลอนคลื่นหลวม ๆ เน้นให้กรอบพระพักตร์เด่นชัดมากขึ้น


พระรูปทั้ง 3 ภาพจะถูกนำไปจัดแสดงในชุมชนต่าง ๆ ในย่านเบิร์กเชอร์, เซนต์แอนดรูว์ และแองเกิลซีย์  ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดัชเชสประสูติ ทรงพระอักษร และประทับในช่วงหนึ่งหลังพิธีเสกรมรส โดยจัดแสดงภายใต้นิทรรศการ Coming Home ของ National Portrait Gallery ที่ดัชเชสทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012

ด้าน เปาโล โรเวอซี ช่างภาพชาวอิตาลีผู้ฉายพระรูปในโอกาสสำคัญครั้งนี้ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อิตาลี Corriere della Sera ถึงเบื้องหลังว่า เขาได้พบกับดัชเชสเคตครั้งแรกที่พระราชวังเคนซิงตัน ทรงประทานเลี้ยงน้ำชาตามประเพณีในเวลา 17.00 น. ขณะนั้นดัชเชสรู้สึกประหม่าเพราะที่ผ่านมาเขามีแต่ผลงานถ่ายภาพนักแสดงและนางแบบมืออาชีพ แต่เขารับรองกับพระองค์ว่าเมื่อเริ่มการฉายรูปแล้วทุกอย่างจะเป็นเรื่องง่าย การฉายพระรูปใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 4 ชั่วโมง โดยดัชเชสทรงประทานความคิดเห็นพร้อมยกตัวอย่างผลงานของศิลปินมาเป็นแนวทางให้คร่าว ๆ


“พระองค์ทรงน่ารัก ไม่ถือพระองค์ ทำให้รู้สึกสบายใจ และทรงให้เกียรติงานของศิลปินทุกคน ทรงมีความร่าเริง เปิดกว้าง ใจกว้าง สดใส จนส่วนตัวคิดว่า พระองค์สามารถนำความหวังมากมายมาสู่อังกฤษและคนทั้งโลก” ช่างภาพชาวอิตาลีเผย

ก่อนเล่าอีกว่า ในท้ายที่สุดเขาฉายพระรูปออกมาประมาณ 70 ภาพ จากนั้นเขาเป็นผู้คัดเลือกพระรูปก่อน แล้วดัชเชสทรงเลือกพระรูปเหลือเพียง 10 ภาพ ต่อมาเขาเลือกพระรูปที่เขาชอบ 3 ภาพ และดัชเชสทรงโปรด 1 ภาพ ซึ่งพระรูป 1 ใน 3 ที่ถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ เป็นพระรูปที่ดัชเชสทรงโปรดและเขาชอบตรงกัน อย่างไรก็ตามในการเลือกครั้งสุดท้ายทรงยกให้เขาตัดสินใจเป็นส่วนใหญ่ การฉายพระรูปเสร็จสิ้นภายใต้แสงธรรมชาติ ทรงแต่งพระพักตร์น้อยมาก ไม่มีการจัดแต่งทรงผม พระกุณฑลเรียบง่าย และพระธำมรงค์ ความโดดเด่นของบนพระพักตร์ของดัชเชสคือดวงพระเนตรและรอยแย้มพระโอษฐ์ ส่วนตัวไม่ต้องการให้พระองค์ดูเป็นมาดามดัชเชส หรือเป็นทางการเกินไป แต่มีความบริสุทธิ์และร่วมสมัยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่งดงามเหนือกาลเวลาด้วย