สินสอด ค่านิยมหรือความรัก ยุคนี้ยังต้องมีอยู่อีกไหม?

สินสอด ค่านิยมหรือความรัก ยุคนี้ยังต้องมีอยู่อีกไหม?

อะไร ๆ ก็ก้าวหน้าไปไกล เรื่องของความเท่าเทียมในยุคสมัยนี้ก็กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ การทำงานที่ผู้ชายหรือผู้หญิงจะเป็นหัวหน้า เป็นใหญ่กว่าก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถ ไม่ใช่เอาเพศมาขึ้นต้นเป็นเรื่องแรก ทว่า...เรื่องของ "สินสอด" ที่ยังคงอยู่เป็นส่วนหนึ่งของคนไทย พันธนาการความรักของคนสองคนเอาไว้ ถามว่าในยุคเจริญแบบนี้ควรมีอยู่หรือไม่ อาจต้องบอกว่ามีหลายคำตอบที่ต้องพิจารณา


การปรับตัวเพื่อเข้าใจสินสอดในนิยามใหม่
การแต่งงานที่ต้องใช้สินสอด บางคนที่บอกว่าไม่ควรมีแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องล้าหลังเสียเหลือเกิน แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตา และมีคุณค่าทางจิตใจ ตามประเพณีที่สืบทอดกันมา ทำให้เกิดปัญหาเรื่องของสินสอดที่ฝ่ายชายมักจะต้องปวดหัวเสียมากกว่าสำหรับวัฒนธรรมของคนไทย

แต่ด้วยยุคสมัยแบบนี้อาจจะต้องบอกว่า สินสอดเป็นเหมือนสิ่งที่มันต้องมีเพื่อความสบายใจ เป็นส่วนหนึ่งในพิธีที่สืบทอดต่อกันมา พ่อแม่และครอบครัวของฝ่ายหญิงอาจจะอยากให้คงสิ่งนี้เอาไว้เพื่อเชิดหน้าชูตา แต่ถ้ามากเกินไปก็ต้องปรับลดลงมาหรือช่วยเหลือกันและกัน ไม่ใช่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องแบกรับ และความรักไม่ได้เกิดขึ้นจากสินสอด หากไม่ปรับตัว ยังใช้สินสอดเป็นตัวตัดสินการแต่งงาน ก็เสี่ยงที่รักจะพัง การแต่งงานก็ยืดเยื้อไม่เกิดขึ้นสักที


ตกลงเรื่องสินสอดกันให้ชัดเจน
สินสอดยังไงก็เป็นเรื่องของเงิน ๆ ทอง ๆ ต้องขอเตือนก่อนเลยว่านี่คือความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดปัญหาชีวิตคู่ตามมา พอคบหากันไปได้สักพักให้เริ่มวางแผนชีวิตคู่ การแต่งงาน และแน่นอนว่าต้อง "ตกลงกันให้ชัดเจน" ไปเลย จะได้รู้ว่าตรงกลางที่เหมาะสมคือตรงไหน ถ้าจะมีสินสอด จะเรียกเท่าไหร่ หรือถ้าไม่ให้เป็นเงินทอง แล้วให้เป็นอย่างอื่นแทนได้ไหม เป็นต้น


อย่าให้ทุกอย่างพังเพราะสินสอด!
รักพัง ไปต่อไม่ได้ ก็ส่วนใหญ่มักเกิดจากครอบครัวฝ่ายหญิงที่ต้องการสินสอดมาเป็นเครื่องการันตีความรัก ซึ่งเป็นค่านิยมกันมาตั้งแต่โบราณ บางทีฝ่ายเจ้าบ่าวก็จำเป็นที่จะต้องบอกออกไปตรง ๆ ว่าตัวเองไม่พร้อมสำหรับค่าสินสอดที่แพงจนต้องขายบ้าน ขายรถ เพื่อเอามาสู่ขอ ถ้าให้ได้เท่าไหร่ก็ลองพูดคุยกับครอบครัวฝ่ายหญิงดู ห้ามไปกู้หนี้ยืมสินมาให้ปวดหัวทีหลัง


จริง ๆ ไม่มีข้อสรุปแบบตายตัวหรอกค่ะว่ายุคนี้ควรมีหรือไม่มีสินสอด เพราะค่านิยมนี้ฝังรากอยู่ในวิถีคนไทยมานานมากแล้ว ดังนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคู่ว่าจะมองสินสอดว่ามันสำคัญแค่ไหน ถ้าใครไม่มีปัญหาก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าใครอยากใช้ชีวิตคู่กันแล้ว แต่ติดแค่เรื่องสินสอดเรื่องเดียว อันนี้อาจจะต้องหาทางออกแบบช่วยกันทั้งสองฝ่าย จะได้ไม่เอาความรักผูกไว้กับแค่เรื่องเดียว จนบ่อนทำลายความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กันนั่นเองค่ะ