รู้หรือไม่? ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ญี่ปุ่นเขาติดป้ายลดราคากันตอนไหนนะ

รู้หรือไม่? ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ญี่ปุ่นเขาติดป้ายลดราคากันตอนไหนนะ
Anngle

สนับสนุนเนื้อหา

หนึ่งในไฮไลต์ของการช็อปปิ้งที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตประเทศญี่ปุ่นก็คือ การเฝ้ารอของสด กับข้าว เบนโตะทั้งหลายติดป้ายลดราคา ซึ่งมีตั้งแต่ลดราคาไม่มาก ไปจนถึงลดแบบ 50% กันเลยทีเดียว ทั้ง ๆ ที่ยังเป็นสินค้าคุณภาพดี รับประทานได้อย่างเอร็ดอร่อย โดยเหล่าแม่บ้านญี่ปุ่นผู้ซึ่งมักเป็นคนดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านก็มักจะตั้งตารอคอยช่วงเวลาที่พนักงานจะมาติดสติ๊กเกอร์ลดราคาแบบนี้กันอย่างใจจดใจจ่อ หลายคนเข้าใจว่าป้ายลดราคาเหล่านี้จะถูกติดช่วงเวลาใกล้ ๆ ซุปเปอร์มาร์เก็ตจะปิดให้บริการ แต่ที่จริงแล้วก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไปนะคะ คราวนี้เราจึงมีความลับของช่วงเวลาการปิดป้ายลดราคาในซุปเปอร์ฯ ญี่ปุ่นมาเล่าให้ฟังกันค่ะ

 

ข้อมูลที่เรานำมาเสนอในครั้งนี้เป็นข้อมูลจากซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในจังหวัดนีงาตะ ซึ่งก็เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตตามสไตล์ซุปเปอร์ฯ ญี่ปุ่นทั่วไปที่มีทั้งเนื้อสัตว์สด ๆ ผัก ผลไม้ อาหารปรุงสำเร็จพร้อมทาน กับข้าว ซูชิ เป็นต้น วางจำหน่าย สำหรับช่วงเวลาในการติดป้ายลดราคานั้น ทางซุปเปอร์เปิดเผยว่าที่จริงแล้ว ช่วงเวลาในการติดป้ายลดราคาสินค้าในแต่ละวันนั้นไม่ได้มีการกำหนดไว้อย่างตายตัว โดยปกติแล้วการกำหนดเวลาในการติดป้ายลดราคาสินค้าในซุปเปอร์ฯนั้น จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น สภาพอากาศในวันนั้น ๆ อุณหภูมิในแต่ละวัน เป็นต้น โดยหัวหน้าสาขาของแต่ละซุปเปอร์ฯ จะทำการประเมินสถานการณ์โดยดูจากอุณหภูมิของวันนั้นและสภาพอากาศ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากวันนั้นอากาศดี อุณหภูมิค่อนข้างสูง ก็ประเมินว่าลูกค้าอาจจะไม่รีบออกจากบ้านมาซื้อของกันซักเท่าไร ก็จะตั้งเวลาการติดป้ายลดราคาช้าสักหน่อย โดยจะค่อย ๆ เริ่มจากป้ายลดราคาในอัตราต่ำ ๆ ก่อน ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึง 50%

 

ถึงแม้การกำหนดเวลาในการติดป้ายลดราคาของซุปเปอร์มาร์เก็ตจะแตกต่างกันไปในแต่ละวันโดยอ้างอิงจากสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิในแต่ละวัน รวมไปถึงฤดูกาลในตอนนั้น แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ได้มีการรับประกันช่วงเวลาอย่างแน่นอนว่าแต่ละร้านจะเริ่มติดป้ายลดราคากันตอนไหน เพราะจะขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์และตัดสินใจของหัวหน้าสาขานั่นเอง ซึ่งนอกจากจะต้องพยายามคาดการณ์เวลาเพื่อให้สินค้าขายออกให้ได้จนหมดหรือมากที่สุดแล้ว เหตุผลที่ต้องค่อย ๆ ไล่ติดป้ายลดราคาจากน้อยไปหามากก็เพราะว่าหากสินค้าขายหมดจนเร็วเกินไป ลูกค้าที่มาใช้บริการช้าอาจจะต้องผิดหวังกลับบ้านไปเสียเปล่า ๆ นั่นเอง