รู้ทันภาวะนอนกรน อาการที่แฝงไปด้วยอันตรายมากกว่าที่คิด

รู้ทันภาวะนอนกรน อาการที่แฝงไปด้วยอันตรายมากกว่าที่คิด
S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

ทราบหรือไม่ว่าการนอนกรนนั้น ถือเป็นอาการหลักของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยมีสาเหตุมาจากการที่อวัยวะในระบบหายใจส่วนต้นบางส่วนนั้นแคบลง ซึ่งการนอนกรนถือเป็นหนึ่งในอาการที่แฝงอันตรายมากกว่าที่คิด ดังนั้นเราจึงหยิบเอาเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนอนกรนมาแชร์ให้ทุกคนได้ทราบ เพื่อสามารถดูแลตัวเองไม่ให้เผชิญกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการนอนกรนกันค่ะ


อาการนอนกรน คืออะไร
อาการนอนกรนเป็นอาการสำคัญของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยมีสาเหตุมาจากอวัยวะในระบบหายใจส่วนต้นบางส่วนแคบลง และสามารถตรวจความรุนแรงของอาการนอนกรนได้ผ่านการทำ Sleep Test ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถหาระดับความเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้


สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนอนกรน
อาการนอนกรนมีสาเหตุมาจากการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อบริเวณคอหอยและผนังลำคอ ซึ่งจะเกิดขึ้นในขณะหลับ จึงทำให้เกิดการอุดกั้นระบบทางเดินหายใจในบางจุด และทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ เพดานอ่อน ผนังคอหอย โคนลิ้น และลิ้นไก่ ดังนั้นเมื่อระบบทางเดินหายใจแคบลง ก็จะทำให้การหายใจผ่านบริเวณดังกล่าวเกิดเสียง จนกลายเป็นการนอนกรนนั่นเอง


ผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะนอนกรน
สำหรับผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะนอนกรนและมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับนั้นมีดังนี้

1.พบได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง แต่โดยส่วนใหญ่จะพบในเพศชาย

2.พบในเพศหญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน

3.ผู้ที่มีใบหน้ารูปเบี้ยว มีคางผิดปกติ หรือมีจมูกคด

4.มีโครงสร้างของช่องจมูกที่แคบ

5.มีน้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐาน เพราะทำให้ทางเดินหายใจแคบ

6.ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคไต โรคภูมิแพ้ และโรคทางหัวใจ

7.ผู้ที่กินยาที่ส่งผลต่อการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อ


ลักษณะอาการนอนกรนที่ควรพบแพทย์

ในส่วนของอาการนอนกรนที่จำเป็นต้องพบแพทย์ คือ ผู้ที่มีอาการนอนกรนที่มีอาการสะดุ้งตื่นกลางดึกเพื่อหาอากาศหายใจ มีอาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะในตอนเช้า มีอาการง่วงระหว่างวัน และมีความต้องการทางเพศลดลง ซึ่งอาการดังกล่าวที่เกิดจากการนอนกรนนั้น ควรเข้ารับการตรวจเพื่อให้แพทย์ทำการวินิจฉัยอาการนอนกรนต่อไป


อันตรายสูงสุดจากการนอนกรน

หากพูดถึงอันตรายสูงสุดที่เกิดจากการนอนกรน ก็คงหนีไม่พ้นภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่อยู่ในระดับที่รุนแรง เพราะเป็นภาวะที่ส่งผลให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่มีความเสี่ยงต่อการทำให้เสียชีวิต เช่น การเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจวาย หรือหากผู้ที่มีอาการนอนกรนเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการเสียชีวิตขณะหลับมากขึ้น


วิธีแก้ไขการนอนกรนเบื้องต้น

การแก้ไขอาการนอนกรนที่ไม่ได้อยู่ในระดับที่อันตราย ทุกคนสามารถทำได้ด้วยวิธีแก้ไขเบื้องต้นดังนี้

1.ปรับท่านอนใหม่ โดยให้ศีรษะอยู่สูงกว่าลำตัว

2.ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับมาตรฐาน

3.งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

4.หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

5.นอนให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมง

6.หลีกเลี่ยงการกินยาที่ทำให้ง่วงนอน

จะเห็นได้ว่าแม้อาการนอนกรนจะถูกมองว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่เล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงนั้น อาการนอนกรนกลับแฝงไปด้วยอันตรายมากกว่าที่ทุกคนคิด ดังนั้นจึงไม่ควรละเลยและควรให้ความสำคัญกับลักษณะอาการที่เกิดขึ้นให้ดี เพื่อเข้าพบแพทย์และรับการตรวจรักษา พร้อมทั้งแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคต่อไปได้