เมนูอาหารลูกน้อย "ต้มจืดบ๊อกฉ่อยหมูนุ่ม" เมนูง่ายๆ (อาจ)เปลี่ยนใจเด็กไม่รักผัก

เมนูอาหารลูกน้อย "ต้มจืดบ๊อกฉ่อยหมูนุ่ม" เมนูง่ายๆ (อาจ)เปลี่ยนใจเด็กไม่รักผัก

EP36 ต้มจืดบ๊อกฉ่อยหมูนุ่ม เมนู­­­ง่ายๆ (อาจ)เปลี่ยนใจเด็กไม่รักผัก แถมอร่อยได้โดยไม่ต้องง้อซอสปรุงรส

หลายครั้งเวลาไปทานข้าวพบปะเพื่อนคุณแม่ มักจะได้รับฟังปัญหาการทานผักยากจากลูกเพื่อนๆ ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ช่วยแนะนำเมนูให้ได้ไม่ยาก แต่ในความเป็นจริงแล้วต้องอาศัยหลากหลายปัจจัยเข้าช่วย ก่อนอื่นเลยคงต้องถามตัวเองก่อนว่าคุณพ่อคุณแม่ชอบทานผักกันมากแค่ไหน คือถ้าที่บ้านไม่ค่อยทานผักแล้ว ลูกก็คงไม่มีโอกาสเห็นคนทานผัก หรือรับรู้ความอร่อยของผักว่าเป็นอย่างไร ไม่มีอะไรที่พอจะเป็นตัวอย่างกระตุ้นให้ลูกทำตามได้ ปัญหานี้คงต้องร่วมมือช่วยกันทั้งครอบครัวจึงจะสำเร็จ

­­

อันที่จริงคุณแม่เชื่อว่าอาหารมื้อแรกๆ ของน้องๆ ต้องมีผักผสมอยู่แล้วแน่ๆ ตามมาตรฐานโภชนาการไทย อย่างตำลึงบด ผักโขม ปวยเล้งบด เพื่อจะได้ธาตุเหล็กที่สำคัญมากต่อการเจริญเติบโตของสมอง การสร้างเม็ดเลือด และที่สำคัญที่คนไม่ค่อยทราบกัน คือธาตุเหล็กมีส่วนในการเพิ่มความอยากอาหารอีกด้วย

วันเวลาผ่านไปพัฒนาการด้านการเคี้ยวบดดีขึ้น ช่วงตรงนี้เองที่คิดว่าเป็นจุดที่ทำให้น้องๆ เริ่มที่จะไม่ชอบทานผักกัน อาจเป็นเพราะขาดช่วงต่อยอดการทานผักบดมาเป็นผักชิ้น เนื่องจากผู้ปกครองอาจคิดไปว่า คะน้าชิ้นน้อยๆ ลูกอาจเคี้ยวไม่ได้มั้ง ทานฟักนิ่มๆ ตุ๋นกระดูกหมู หรือฟักทองผัดไข่ดีกว่า โดยที่อาจลืมคิดไปว่าการที่ได้เคี้ยวอาหารกรุบกรอบ ถือเป็นสิ่งใหม่ที่ทำให้ลูกเราตื่นเต้นและเพิ่มความอยากอาหาร หรือแทนที่จะลองให้บล็อคคอลี่นึ่งหั่นเต๋า หรือแตงกวาสดซอยบางๆ เราก็อาจตัดบทการได้ทานผักของลูกกลับไปให้มันฝรั่งทอดทานแทน เป็นต้น

จากประสบการณ์เห็นได้ว่า ตอนอายุเกือบขวบปีเป็นช่วงที่ต้องรักษาความต่อเนื่องในเรื่องของการทานผัก หากเลยจุดนี้แล้ว ชีวิตจะค่อนข้างยากทันทีที่จะกลับมาทานใหม่ (แต่อย่าท้อค่ะ ยังพอมีทางออก) ดังนั้นเมื่อลูกเริ่มหย่านม อยากให้เปิดกว้างกับความหลากหลายทางด้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นชนิดของผัก ผลไม้ เครื่องเทศ หรือ สมุนไพร สำหรับผักเอง แม่เห็นด้วยกับที่ฝรั่งบอกไว้ว่าผักควรทานให้ครบเจ็ดสี ซึ่งผักในตลาดบ้านเราก็มีให้เลือกซื้ออยู่ครบครัน อันที่จริงคุณแม่เองก็เข้าใจนะคะว่า คุณแม่ท่านอื่นก็คงไม่ได้ชอบผักครบทุกสี แต่เราจะไม่ให้โอกาสลูกในการตัดสินใจความชอบของตัวเองตั้งแต่เด็กเลยเหรอ เขาจะพลาดโอกาสได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเพียงเพราะเราไม่ทานเหรอ ถึงแม้ผักจะเป็นเพียงแร่ธาตุที่สำคัญรองลงมาจากสารอาหารหลักอย่างแป้ง ไขมันและโปรตีนที่ช่วยในการเจริญเติบโต แต่ไฟเบอร์ วิตามินและแร่ธาตุในผักก็จะเป็นตัวช่วยให้ระบบของร่างกายโดยรวมทำงานได้ดีขึ้น

วันนี้คุณแม่ปอม รัตมา พงศ์พนรัตน์ พรชำนิ เลยจะลองแนะนำเมนูที่ก็ไม่แน่ใจว่าจะช่วยได้หรือไม่ แต่อยากให้ลองมานั่งปรับความเข้าใจกับผักใหม่กับเมนูเบสิคง่ายๆ อย่าง ต้มจืดบ๊อกฉ่อยหมูนุ่ม โดยคุณแม่อยากเริ่มจาก บ๊อกฉ่อย ซึ่งเป็นผักประเภทผักกาดมีสีขาวตรงหัว ใบสีเขียวหยิก (ซึ่งคุณแม่คิดว่าทานง่ายกว่า บ๊อกฉ่อยเซี่ยงไฮ้ ที่เป็นสีเขียวทั้งต้นทั้งใบ) นอกจากจะอร่อยแล้วยังทานง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่ ไม่มีรสฝาดหรือขม แถมให้คุณค่าทางโภชนาการไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม เหล็ก วิตามินเอ และวิตามินบี 6  โดยเราจะปรุงด้วยการต้มด้วยไฟแรงเป็นเวลาสั้นเพื่อรสสัมผัสนิ่มๆ ไม่เละจนแหยะๆ และไม่แข็งสากปากจนเกินไป ทานคู่กับกับข้าวจานหลัก สูตรของคุณแม่อร่อยได้แบบไม่ปรุงเกลือ น้ำตาลและซอสปรุงรสเหมือนเดิมค่ะ ลองไปดูวิธีทำกันค่ะ

เครื่องปรุง สำหรับ หนึ่งชาม
แอปเปิ้ลบด ¼ ถ้วย
สามเกลอ 1 ช้อนชา
น้ำมัน 1 ช้อนชา
ตังฉ่ายสับ 1 ช้อนชา
หมูสับ ¼ ถ้วย
น้ำ 2 ถ้วย
บ๊อกฉ่อย 1 ½ ถ้วย


วิธีเตรียม  10 นาที
หั่นผักเป็นเส้นๆ แต่ถ้ามือใหม่หัดกินผักจริงๆ ให้หั่นตรงก้านเป็นเต๋า ผสมหมูสับ แอปเปิล สามเกลอ ตังฉ่าย และน้ำมันหมักพักไว้สักสิบนาที


วิธีทำ 10 นาที

ตั้งน้ำเปล่าไฟกลางจนเดือด ปั้นหมูเป็นก้อนกลมๆ ใส่ลงไปจนหมด เมื่อหมูนุ่มของเราลอยขึ้นมาปุ๊บ ใส่ผักลงไปพร้อมปิดฝา ประมาณหนึ่งนาทีผักจะได้ไม่นิ่มเกินไป เปิดฝา ดับไฟ พร้อมเสิร์ฟค่ะ

หวังว่าจานนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของมือใหม่หัดผักนะคะ ขอให้มีความสุขกับการทำอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเป็นพื้นฐานที่ดีในการรับประทานอาหารอย่างยั่งยืนของลูกน้อยในอนาคตนะคะ แล้วพบกันใหม่เดือนหน้าค่ะ