ไลฟ์สไตล์ออร์แกนิกพิชิตภูมิแพ้

ไลฟ์สไตล์ออร์แกนิกพิชิตภูมิแพ้
นิตยสาร ชีวจิต

สนับสนุนเนื้อหา

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่กินยาแก้แพ้เป็นประจำ วันไหนไม่ได้กิน อาการผื่นคันหรือน้ำมูกไหลจะตามติดประชิดตัว จนไม่มีจิตใจอยากจะทำงาน หากรู้สึกเบื่อหน่ายการกินยาและไม่อยากทรมานกับอาการภูมิแพ้ เรามีผู้ป่วยตัวจริงเสียงจริงที่สามารถพิชิตโรคร้ายนี้ได้จนอยู่หมัด โดยปรับไลฟ์สไตล์มาเป็นแนวทางออร์แกนิกแบบเต็มร้อย ซึ่งนอกจากทำให้โรคนี้หายไป ยังทำให้เธอสวย อ่อนวัยจนใครๆอิจฉา

โตแล้วก็แพ้ได้
นับตั้งแต่จำความได้ คุณปอน-วิตราภรณ์ พิมพลา อายุ 36 ปี ไม่เคยมีอาการแพ้อาหารทะเลเลย แต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ขณะทำงานด้านบัญชีคอมพิวเตอร์อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เธอกลับป่วยด้วยโรคนี้

"หลังกินอาหารทะเลแล้ว มีอาการคันและผื่นขึ้นทั่วตัว ทั้งแขน ขา ลำตัว ยกเว้นใบหน้า กลางคืนนอนไม่ได้เลย เพราะคันมาก โดยเฉพาะแผ่นหลังที่ถูกกดทับ ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นเลย ตอนเช้าจึงไปพบคุณหมอด้านผิวหนัง คุณหมอบอกว่าเป็น โรคภูมิแพ้ และให้ทำสกิน เทสต์ (Skin Test) ปรากฎว่า เราแพ้อาหารแทบทุกอย่าง โดยเฉพาะกุ้งแห้ง ก็งงว่า เราไม่ค่อยได้กินกุ้งแห้ง แล้วจะแพ้ได้อย่างไร แต่หมอบอกว่า อาจจะแพ้ซัลเฟอร์ หรือกำมะถันในกุ้งแห้ง สารนี้เป็นตัวช่วยดูดซับความชื้นช่วยให้อาหารแห้ง พบทั่วไปในอาหารแห้ง"

แม้จะปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดคือ กินยาและหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มที่แพ้ แต่ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ทำการรักษา อาการคันและเห่อบวมทางผิวหนังกลับไม่หายไป

"เรากินยาจนถึงโดสสูงสุดที่ร่างกายรับได้แล้ว แต่ก็ยังมีอาการคันอยู่ คุณหมอเลยบอกว่า ต้องเปลี่ยนจากกินยาเม็ด เป็นฉีดยาแทน เพราะเรามีภาวะดื้อยา ต้องมาฉีดทุกอาทิตย์ นาทีนั้นเอง ที่รู้สึกว่า รับไม่ได้ เรากำลังจะกลายเป็นคนป่วยเต็มขั้น"

สู้ภูมิแพ้ด้วยวิถีออร์แกนิก
นอกจากนี้ การฉีดยาต้องฉีดติดต่อกันถึง 5 ปี และระหว่างฉีดยายังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ เพราะจะทำให้ทารกในครรภ์พิการ ซึ่งคุณปอนเองก็วางแผนว่าจะมีลูก และที่สำคัญเมื่อเธอถามคุณหมอว่า ถ้าฉีดยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น จะมีวิธีรักษาอย่างไรต่อไป คุณหมอตอบกลับว่า "หมอก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว" จึงเป็นที่มาให้เธอเลือกการรักษาด้วยแนวทางอื่นๆ

คุณปอนตั้งต้นด้วยการอ่านหนังสือสุขภาพหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น นิตยสารชีวจิตโดยฝากให้คุณแม่ซื้อแล้วส่งมาให้ที่สหรัฐอเมริกา อาหารแมคโครไบโอติกส์ รวมถึงวิถีออร์แกนิกซึ่งเป็นแนวทางการผลิตอาหารที่คำนึงถึงธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และไม่ใช้สารเคมีทุกชนิดในกระบวนการผลิต จึงทำให้ได้อาหารและผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย

เริ่มต้นจากอาบน้ำเปล่าแบบไร้สารเคมี
การอ่านหนังสือสุขภาพทำให้คุณปอนทราบว่า การกิน การใช้ ผลิตภัณฑ์หรืออาหารที่มีสารเคมี แม้มีปริมาณสารเคมีเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อได้รับหลายๆชนิดร่วมกันจะกลายเป็นพิษที่รุนแรง ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคภูมิแพ้ เธอจึงลองหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่ทำจากสารเคมีตามคำแนะนำของผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง

"ลองอาบน้ำด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียว แล้วใช้ใยบวบถูตัว ระหว่างนั้นก็ลดการกินยาลง ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ก็ไม่เกิดอาการแพ้ เลยทดลองอาบน้ำเปล่าเหมือนเดิม แต่ค่อยๆลดปริมาณยาลง จนไม่กินเลย ครบหนึ่งเดือน ไม่มีอาการแพ้เลย ทั้งๆที่เมื่อก่อนถ้าไม่กินยาแค่มื้อเดียว อาการมาเลย"

เมื่ออาการภูมิแพ้ดีขึ้น คุณปอนด์จึงเชื่อมั่นว่า อาการภูมิแพ้ของเธอน่าจะเกิดจากการได้รับสารเคมีในชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน จึงมุ่งมั่นที่จะใช้ชีวิตตามวิถีออร์แกนิกอย่างเต็มขั้นซึ่งมาเริ่มต้นเมื่อกลับมาถึงเมืองไทย

กินเปลี่ยนโรค
เพราะเป็นคนชอบทำอาหารและไปเรียนด้านนี้เพิ่มเติมมา คุณปอนจึงพิถีพิถันในการเลือกซื้อและปรุงอาหารมากเป็นพิเศษ

"จะให้ความสำคัญกับการซื้อข้าวมากค่ะ เพราะเป็นอาหารที่เราต้องกินทุกวัน จะเลือกซื้อข้าวอินทรีย์ รวมถึงผัก ผลไม้ และเครื่องปรุงรส เช่น ซีอิ๊ว น้ำตาล ด้วยนะคะ ซึ่งทุกชนิดจะมีที่ผลิตแบบอินทรีย์ แต่ไม่ว่าจะเลือกซื้ออะไร สิ่งสำคัญคือ ควรจะพลิกอ่านฉลากด้านหลังเพื่อดูว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง มีการใส่สารกันบูด หรือสารสังเคราะห์ใด ๆ เป็นส่วนผสมหรือเปล่า ซึ่งสารพวกนี้เป็นอันตรายมาก"

การกินอาหารออร์แกนิกนั้น นอกจากจะปราศจากสารเคมีตกค้างแล้ว คุณปอนยังเล่าว่ามีงานวิจัยหลายเรื่องยืนยันว่า ผักผลไม้ออร์แกนิกมีสารอาหารและรสชาติที่ดีกว่าผักผลไม้ทั่วไป โดยเธอมีแหล่งช็อปประจำอยู่ที่ เลมอนฟาร์ม และตลาดนัดสีเขียวซึ่งกระจายอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ นอกจากนี้ เธอยังบอกเคล็ดลับกินให้อร่อยและสลายโรคภูมิแพ้ของครอบครัวว่า

" ควรทำอาหารแบบวันต่อวัน เน้นทำสด ใหม่ สะอาด และต้องปรุงให้สุก ถึงจะเป็นอาหารออร์แกนิกส์หรือเกษตรอินทรีย์ก็ตาม ไม่ควรเก็บค้างคืน เพราะเวลาเราเก็บเข้าตู้เย็น แม้จะมิดชิดขนาดไหน เชื้อโรคก็สามารถสอดแทรกเข้าไปได้ "

ฉลาดใช้ ฉลาดทำผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก
นอกจากเลือกกินอาหารแล้ว คุณปอนยังดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากสารเคมี ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมาดูแลสุขภาพตนเองด้วย อย่างเช่น การล้างหน้า คุณปอนจะล้างหน้าด้วยผัก ผลไม้ออร์แกนิกที่ซื้อมา

"ตอนเย็นจะฝานส้มเขียวหวานเป็นแว่นบางๆ แช่ตู้เย็นไว้ พอตอนเช้าตื่นมา ใบหน้าเราไม่ได้สกปรกมาก ก็จะใช้ส้มเขียวหวานมาถูหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า แค่นี้จะทำให้หน้าใสขึ้นมาได้ เพราะผิวเราได้ดูดซับวิตามินจากผลไม้สดๆ ไปด้วย แต่ถ้าเป็นคนผิวมัน เปลี่ยนมาใช้มะเขือเทศก็จะช่วยให้ผิวใสได้เหมือนกัน"

ส่วนการอาบน้ำ คุณปอนแนะนำว่า สามารถใช้น้ำมะขามเปียกชโลมตัว จากนั้นใช้ใยบวบค่อยๆขัดตัว แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าก็สะอาดเกลี้ยงเกลาได้เหมือนกัน นอกจากนี้ คุณปอนยังแนะนำวิธีล้างห้องน้ำ อ่างอาบน้ำ หรือห้องครัวให้สะอาด เธอเล่าว่า

"จะใช้เบคกิ้งโซดาหรือน้ำส้มสายชูผสมน้ำอุ่น เช็ดถูห้องครัว ช่วยกำจัดคราบได้ดีมาก และยังทำน้ำหมัก ใช้เศษผัก เศษอาหารในครัวมาหมักกับน้ำตาลทรายแดง หมักทิ้งไว้ ประมาณ 2-3 เดือน น้ำหมักที่ได้จะมีฤทธิ์เป็นกรด เอาน้ำหมักมาเทล้างห้องน้ำ อ่างล้างหน้า อ่างล้างจาน ท่อน้ำอุดตัน ก็สามารถทำความสะอาดได้เหมือนกัน"

ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหันมาใช้วิถีชีวิตแบบออร์แกนิกส์ ผลลัพธ์ที่ได้นอกจากช่วยให้เธอมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้ว เธอยังค้นพบคำตอบของชีวิตจากเรื่องนี้

"อยากบอกว่าดีใจมากที่ป่วย เพราะถ้าไม่ป่วย ก็จะไม่เกิดการปรับเปลี่ยนชีวิต ซึ่งเราอาจจะกลายไปเป็นโรคอื่น ๆ ไปแล้ว ซึ่งหลังจากการปรับเปลี่ยนตอนนี้สุขภาพแข็งแรงมาก นานๆครั้งจึงจะเป็นหวัดสักที ที่เป็นอย่างนี้ เราเชื่อว่า เพราะได้กินอยู่แบบธรรมชาติ แบบออร์แกนิกซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของปู่ ย่า ตา ยาย เราเอง"

นี่คือแง่งามจากการใช้ชีวิตตามแนวทางออร์แกนิก นอกจากชนะโรคภัยอย่างภูมิแพ้แล้ว ยังทำให้จิตใจสงบสุข เพราะเมื่อใดที่เราพาชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติแล้ว ธรรมชาติจะช่วยเยียวยาจิตใจและร่างกายเราได้อย่างน่ามหัศจรรย์
ใครไม่เชื่อต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า วิถีออร์แกนิกหรือการพาชีวิตเข้าใกล้ชิดธรรมชาติซึ่งเป็นกฎข้อหนึ่งในบัญญัติ 5 ประการของชีวจิต สามารถทำให้เรามีสุขภาพกายและใจแข็งแรงได้

ล้อมกรอบ
ภูมิแพ้เกิดขึ้นเพราะอะไร
อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต อธิบายไว้ในหนังสือ ปั้นชีวิตใหม่ด้วยชีวจิต เล่ม 4 ถึงสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้ว่า อาจเกิดจากร่างกายได้รับท็อกซินคือ สารปรุงแต่งในอาหาร เช่น สารกันบูด สีผสมอาหาร ผงชูรส และสารเคมีอื่นๆจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อเข้าไปในร่างกายแล้ว ภูมิต้านทานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอิมมูนซิสเต็ม (Immune System) หรือภูมิชีวิตจะทำปฏิกิริยากับเม็ดเลือดขาวโดยตรงเพื่อต่อต้านหรือขับสารเหล่านี้ออกมา และแสดงอาการคันและบวมทางผิวหนัง

ขอบคุณภาพประกอบจาก photos.com

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!