จิตแพทย์ผู้เคยต่อต้านนางงาม โพสต์ให้ร่วมเชียร์ "เกรซ นรินทร" คว้ามงกุฎ Miss World 2019

จิตแพทย์ผู้เคยต่อต้านนางงาม โพสต์ให้ร่วมเชียร์ "เกรซ นรินทร" คว้ามงกุฎ Miss World 2019

เตรียมลุ้นกันอีกรอบสำหรับมงกุฎ ส่งท้ายปี ซึ่ง เกรซ-นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 สาวงามตัวแทนประเทศไทย ได้เข้าร่วมประกวดเวทีระดับโลก มิสเวิลด์ 2019 ที่จะจัดขึ้น ณ Excel Arena London ประเทศอังกฤษ

สำหรับสาวเกรซนั้นเธอเป็นนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เอกจิตวิทยา การประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 นั้นเป็นการประกวดนางงามครั้งแรกของเธอ โดยเธอได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว เพราะมองว่าการประกวดนางงามนั้นเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ดี นอกจากความสนใจในเรื่องการเข้าใจมนุษย์ซึ่งเป็นเหตุผลให้เธอเลือกเรียนจิตวิทยาแล้ว เธอยังมีโครงการจิตอาสาชื่อว่า Let me hear you ให้คำปรึกษาในด้านจิตวิทยา โดยเฉพาะโรคซึมเศ้รา โดยมีการทำงานร่วมกับจิตแพทย์ เพื่อนำโครงการนี้ไปบอกเล่าต่อชาวโลกบนเวทีประกวด Miss World 2019 หรือมิสเวิลด์ 2019

ส่วนหมอแนท นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์  จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นกรมสุขภาพจิต ที่ได้มีโอกาสร่วมทำงานกับน้องเกรซนั้นก็ได้โพสต์ในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า Varoth Chotpitayasunondh ชวนให้คนไทยร่วมเชียร์ และให้กำลังใจน้องเกรซคว้ามงกุฎ Miss World 2019 มาให้คนไทย ทั้งๆ ที่ตนเองเคยเป็นคนต่อต้านนางงามมาก่อน โดยมีข้อความต่อไปนี้

"ผมเคยต่อต้านนางงามมาก่อน"

1. ผมเคยเป็นคนหนึ่งที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนางงามใกล้เคียงกับศูนย์ รู้คร่าวๆ ประมาณว่า เออ มันมีประกวดนางสาวไทย แล้วมีประกวดอีก 2-3 เวที ที่ไม่รู้ทำไมแมร่งจะต้องมีหลายๆ เวที นางงามในความทรงจำที่นึกชื่อได้ คือ พี่ปุ๋ย พรทิพย์ พี่หมอเบิร์ด น้องหมอเจี๊ยบ ไม่รู้เลยว่าแต่ละคนประกวดอะไรมา คงน่าจะมาจากเวทีเดียวกัน

2. ผมใช้ชีวิตแต่ละวันทำงานเป็นโฆษก จิตแพทย์ และตอนเย็นทำงานในทีมฟุตบอล โลกแห่งนางงามคือสิ่งที่อยู่สุดอีกด้านของการใช้ชีวิต ไม่มีวันที่จะมาพาดผ่านกันได้แม้แต่น้อย เอาจริงๆ ตอนนั้นผมก็รู้สึกต่อต้านนางงามลึกๆ ด้วยแหละ รู้สึกว่ามันเป็นการประกวดความสวยความงาม ในขณะที่ผมพยายามเน้นเรื่องคุณค่าที่อยู่ภายในของคนไข้ และให้มองข้ามสิ่งที่อยู่ภายนอกไปซะ การประกวดนางงามเลยออกจะ against ความเชื่อของผมด้วยซ้ำไป

3. ผมงุนงงกับครั้งแรกที่ได้คุยกับทีมงานของมิสเวิล์ด Thitipan Rak ผมไม่รู้ว่าเราจะมาคุยอะไรกัน ผมพูดสลับไปสลับมาด้วยซ้ำระหว่างคำว่า นางสาวไทย มิสยูนิเวิร์ส มิสเวิลด์ ซึ่งน่าชื่นชมทีมงานที่อดทนกับความไร้มารยาทของผมที่ไม่ได้เตรียมข้อมูลมาก่อน ทำให้ผมเริ่มได้เริ่มซึมซับข้อมูลมากขึ้นว่า เขาคือทีมงาน Miss World ที่ต้องไปลอนดอน เพื่อไปชิงมงฟ้า มีนักศึกษาจิตวิทยาชื่อเกรซ เป็นตัวแทน อยากให้กรมสุขภาพจิตช่วยดูทิศทางของโครงการ Beauty with a purpose

4. 3 วัน 3 คืน ที่ผมจมอยู่กับข้อมูลเป็นตั้งๆ เพื่อหาข้อมูลว่าอะไรคือ Beauty with a purpose และได้รู้ว่ามันเป็นโครงการเพื่อสังคมของคนที่จะไปประกวด โดยเกือบทั้งหมดในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเป็นโครงการแนว เพื่อนหญิง พลังหญิง เพศเท่าเทียม ไม่รุนแรง ลดเหยียด แนวๆ นี้ซ้ำไปซ้ำมาเกือบทุกประเทศ แขก ลาติน ยุโรป เอเชีย มาแนวนี้หมด และแน่นอนโครงการด้านสุขภาพจิตอย่าง “Let me hear you” นี่มันกระโดดหลังกาหลังสองรอบแหกคอกออกมาชัดๆ

5. วันที่ต้องประชุมกับทีมกองประกวดและน้องเกรซ ผมตั้งธงไว้ในใจเลยว่า “ไม่เอานะ ถ้าผักชี” ผมกลัวมาก กลัวว่าเค้าเอาแค่ถายทำเป็นซีนๆ เพื่อส่งประกวด อันนั้นผมขอบายแน่ๆ !! …ซึ่งทีมงานก็ยืนยันเสียงแข็ง แต่ผมก็ยังไม่สบายใจต้องหันไปถามน้องเกรซเพื่อความชัวร์ น้องเกรซกำลังนั่งก้มหน้าจดยิกๆๆ ในสิ่งที่ผมพูดจนเต็มแผ่นกระดาษ

6. น้องเกรซบอก “ไม่ได้คิดว่าทำแค่เพื่อประกวดเลยค่ะ หนูอยากทำโครงการนี้ต่อไปจริงๆ ค่ะ” โอเคครับน้อง ใจมันได้ ...ผมยังขู่ต่อไปอีกว่า “เราต้องใช้เวลาตรงนี้ให้คุ้มค่า มันต้องเกิดอีก 4-5 โครงการต่อยอด และทั้งทีมต้องลงพื้นที่กับผมด้วยนะ !” แต่นั่นแหละ ดูไม่มีใครมีท่าทีหวั่นเกรงงานหนักที่ผมคิดในหัวเลย กลับทำตาเป็นประกายปิ๊งๆ ใส่ผมอีก

7. โครงการแล้ว โครงการเล่าผ่านไป ...ความพยายามและไม่ย่อท้อของตัวแทนคนไทยคนนี้เริ่มชัดเจนในสายตาผม น้องบอกเสมอว่า “หนูไม่เหนื่อยเลยค่ะ สนุกมาก” ให้เธอพูดบนเวทีคนเดียว 9.55 นาที เธอก็พูด ทำได้ เอาอยู่ เกรซบอก “กดดันกว่านี้หนูก็ผ่านมาได้ค่ะ”

งง กดดันไรของน้องวะ?

8. ผมสายเผือก ก็ตามไปค้นหาข้อมูลว่าน้องเคยกดดันเรื่องอะไร แล้วทำไมมีชื่อแป้นอีกชื่อด้วย คนบ้าไรมี 2 ชื่อเล่น เลยตามเข้าไปในเพจต่างๆ กลุ่มต่างๆ ย้อนไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงประกวด แล้วก็พบกับความจริงที่ว่า น้องผ่านการถูก bully มาโคตรหนักเลย เอาเป็นว่าโดนหนักกว่าคนไข้ที่ต้องมารักษากับผมเพราะถูก bully ซะอีก ...ความจริงนี้ทำให้ผมสะอึก...มองย้อนตัวเองกลับไปตอนนั้น ผมเองก็เคยต่อต้านนางงามเหมือนกันนี่หว่า ซึ่งมันก็พื้นฐานเรื่อง stereotyping, discrimination เหมือน bully นั่นแหละ

9. หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ที่ อ.วาริน ที่ยังต้องฟื้นฟูตัวเองจากอุทกภัย ภาพที่ผมเห็นน้องเกรซกางแขนกว้างให้คุณยายท่านนึง คุณยายมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ก่อนที่น้ำตาของยายจะไหลลงมาอาบตรงแก้มทั้งสองข้างและรับอ้อมกอดของน้องเกรซ ... “หนูมาให้กำลังใจคุณยายค่ะ” “ขอบคุณที่มานะหนู ยาย ดี ใจ”

ในใจผมตอนนั้นอยากเขกหัวตัวเองหนักๆ 3 ที กับการต่อต้านสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เข้าใจอย่างแท้จริงๆ ผมมองภาพที่เกิดขึ้นแล้วมองธงชาติไทยบนเสื้อกั๊ก MCATT (หน่วยวิกฤติสุขภาพจิต) ที่น้องใส่อยู่ ผมพูดกับตัวเองในใจว่า “เอ้อ ก็เหมาะแล้วจริงๆนั่นแหละ”

10. สุดท้ายแล้ว เป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับตัวผมเองที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Let me hear you การที่น้องได้นำเรื่องสุขภาพจิตที่น้องได้ลงมือทำจริงๆ ไปฉายให้คนทั่วโลกเห็นนั่นก็เป็นกำไรเหมือนที่น้องเคยพูด แต่ถ้าเราส่งกำลังใจให้น้องเกรซชิงมงฟ้ามาได้ เรื่องสุขภาพจิตไทยจะกลายเป็นเรื่องสุขภาพจิตโลกทันที .....เราทุกคนต่างสูญเสียเพื่อน สูญเสียครอบครัว ให้กับโรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายมามากมาย สำหรับผมเรื่องนี้มันได้เลยขอบเขตของการประกวด Miss World ไปแล้ว เพราะนี่ คือการช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างแท้จริง

เชียร์เถอะครับ โหวตเถอะครับ พลังโหวตที่จะทำให้โลกมันดีขึ้น ผมรู้ว่า Mobstar มันโหวตยาก แต่เชื่อซิ ..ไม่มีอะไรเกินพลังใจคนไทยหรอก