กลิ่นบำบัดกับกรุ๊ปเลือด

กลิ่นบำบัดกับกรุ๊ปเลือด
www.appeal-magazine.com

สนับสนุนเนื้อหา

กลิ่นต่างๆ ไม่ว่าจะกลิ่นของสมุนไพร ดอกไม้ หรือผลไม้ มีประโยชน์ในเรื่องของอารมณ์ ระบบไหลเวียนเลือด และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ด้วย คนเรานั้นมีกรุ๊ปเลือดที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกกลิ่นบำบัดที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือดของตัวเองก็จะสามารถช่วยเสริมสุขภาพ สร้างสมดุลย์แห่งชีวิตได้อีกทางหนึ่ง

มนุษย์เรามีกลิ่นกายที่ธรรมชาติให้มาอยู่แล้ว กลิ่นกายของคนเรานั้นมาจาก ‘เลือด' เป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักซึ่งมีกลิ่นเฉพาะตัวของแต่ละคน แต่ละกรุ๊ปเลือด ในร่างกายเรามีเลือดอยู่ประมาณ 3.8 - 4.9 ลิตร หรือคิดเป็น 7 % ของน้ำหนักตัว ‘พลาสม่า' เป็นส่วนประกอบที่มีปริมาณถึง 55 % ของเลือด มีลักษณะเป็นของเหลวสีเหลือง ทำหน้าที่ช่วยให้เม็ดเลือดไหลเวียนไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย ส่วนเม็ดเลือดมีอยู่ 3 ชนิด ได้เกร็ดเลือด ช่วยให้เลือดจับตัว เป็นลิ่มปิดที่ปากบาดแผล เม็ดเลือดขาว ช่วยกำจัดแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และศัตรูต่างๆ ของร่างกาย เป็นภูมิคุ้มกันที่บทบาทสำคัญต่อสุขภาพ เม็ดเลือดแดง ที่เราเห็นเป็นสีแดงของเลือดนั้น คือ Hemoglobin (ฮีโมโกบิน) เม็ดสีที่ประกอบด้วยธาตุเหล็ก ทำหน้าที่จับโมเลกุลของออกซิเจน ช่วยลำเลียงออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆ และถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี้

เลือดแต่ละกรุ๊ปมีสารเคมีในเลือดต่างกัน ในเม็ดเลือดแดง จะมีโปรตีนสำคัญชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Antigen (แอนติเจน) เป็นตัวกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งอาหารทุกชนิดล้วนมีโปรตีนซึ่งเป็นอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติเหนียว และจับเกาะติดเลือดเรียกว่า ‘เล็คติน' ถ้าการกินอาหารที่มีเล็คตินไม่เหมาะสมกับเลือดเรา เล็คตินเหล่านั้นยังเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร การสร้างอินซูลิน การเผาผลาญอาหาร และความสมดุลของฮอร์โมน


เช่นเดียวกับการบำบัดด้วยกลิ่นที่เหมะสมตามกรุ๊ปเลือดไม่ว่าจะเป็นการนวดอโรม่า หรือการบำบัดด้วยกลิ่น การผสมใช้ในเครื่องสำอางล้วนส่งผลต่อระบบไหลเวียนของเลือด ช่วยปรับสมดุลย์ ฟื้นฟูสุขภาพกาย ใจ และช่วยเสริมสร้างแอนติบอดี้ภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายเป็นอย่างดี เมื่อร่างกายได้รับกลิ่นบำบัดที่เหมาะกับตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นทางจมูก หรือทางผิวหนัง กลิ่นเหล่านี้จะถูกส่งผ่านเข้าไปยังสมองส่วนลิมบิค (Limbic) สมองส่วนนี้จะทำงานเกี่ยวกับอารมณ์ต่างๆ ความรัก ความเศร้า ความโกรธ รวมไปถึงความจำ นอกจากนั้นสมองส่วนนี้ยังสื่อสารกับร่างกายผ่านสมองส่วน ไอโปธาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการให้ร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล ผ่านต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) ซึ่งเป็นต่อมไร้ท่อที่สำคัญของร่างกาย ดังนั้นปฏิกิริยาของร่างกายที่ได้รับกลิ่นบำบัดที่เหมาะสมกับกรุ๊ปเลือดจะส่งผลให้ เซลล์ทุกเซลล์ กระแสเลือด อวัยวะทุกระบบ ระบบประสาททุกเส้นถูกกระตุ้นส่งสัญญาณเคมีไปที่ระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งผลิตฮอร์โมนที่สำคัญๆ และจำเป็นของร่างกาย ได้แก่ ช่วยควบคุมพลังงาน การเจริญเติบโตและระบบสืบพันธุ์ของร่างกาย เป็นต้น


กรุ๊ป O
กรุ๊ปโอ เป็นกรุ๊ปที่ย่อยอาหารเนื้อสัตว์ได้ดี เพราะเป็นกรุ๊ปเลือดที่เก่าแก่ที่สุด โดยมาจากมนุษย์กลุ่มแรกของโลก ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และกินเนื้อสัตว์เป็นอาหาร น้ำย่อยในกระเพาะอาหารของคนกรุ๊ป O มีความเป็นกรดสูงอยู่แล้ว จึงต้องหลีกเลี่ยงกลิ่นบำบัด หรือน้ำมันหอมระเหยตระกูลส้ม มะนาว มะกรูด เกรปฟรุต

กลิ่นเหมาะกับคนกรุ๊ป O จึงเน้นไปที่กลิ่นใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยอยู่บนดินเป็นหลัก เช่น กลิ่นของต้นไทม์ ราสเบอร์รี่ ซีดาร์วู้ด แฟรงคินเซนส์ เปปเปอร์มินท์ กำยานไทย โกศกระดูก

กรุ๊ป A
เมื่อหมดยุคล่าสัตว์ ก็เริ่มต้นตั้งถิ่นฐาน และรู้จักการเพาะปลูกพืช กินผัก ผลไม้ เป็นอาหารหลักแทนเนื้อสัตว์ น้ำย่อยในกระเพาะอาหารจะมีความเป็นกรดต่ำ หากกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์เข้าไปมากๆ จะทำให้ย่อยยาก ระบบการย่อยไม่ค่อยดี การนวดตัวด้วยน้ำมันจากตระกูลธัญพืช โดยเฉพาะน้ำมันงาม่อน ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนที่ร่างกายสามารถดูดซึมชดเชยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดี คนกรุ๊ปนี้จะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดสูงมาก เนื่องจากร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาในปริมาณสูง แต่ฮอร์โมนดังกล่าวสามารถลดลงถ้าได้รับกลิ่นบำบัดที่เหมาะสมในการผ่อนคลายทางกายและใจ ควรหลีกเลี่ยง กลิ่นกระดังงา มะลิ หรือกลิ่นโทนต่ำ เพราะจะกดระบบประสาทและการไหลเวียนของเลือด

กลิ่นที่เหมาะกับคนกรุ๊ป A กลิ่นเลือดของคนกรุ๊ป A จะมีกลิ่นธรรมชาติของสีเขียวคล้ายกับกลิ่นสดชื่นของสมุนไพร กลิ่นที่เหมาะก็คือกลิ่นของต้นไม้ในสวน ชาเขียว ใบมะเขือเทศ ใบโหระพา และยี่หร่า

กรุ๊ป B
หลังจากมนุษย์ได้ตั้งถิ่นฐานและเพาะปลูกแล้ว ก็เริ่มเลี้ยงสัตว์เอง กินเนื้อและนมของสัตว์ที่เลี้ยงไว้ ร่างกายได้มีวิวัฒนาการมากขึ้น คนเลือดกรุ๊ปนี้สามารถกินอาหารได้หลากหลาย หากคนกรุ๊ปเลือด B ร่างกายอยู่ในสภาวะสมดุล ก็จะสามารถขจัดความเครียด และความวิตกกังวลได้ แต่เมื่อใดขาดสมดุลระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลจะเพิ่มสูงขึ้น เมื่อขาดสมดุลมักมีปัญหาเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบกพร่องและไวรัส จะเกิดอาการเหนื่อยล้าง่าย จิตใจมัวหมอง สิ่งที่ต้องทำคือ ขจัดความเครียดเพื่อลดฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ร่างกายหลั่งออกมาเพื่อตอบสนองต่อสภาวะเครียด ควรหลีกเลี่ยงโทนกลิ่นต่ำเช่นเดียวกับกรุ๊ปเอ แต่กลิ่นเหล่านี้เมื่อมีการผสมปรุงแต่งกลิ่นให้หอมสดชื่นก็สามารถใช้ได้ดี

กลิ่นที่เหมาะกับคนเลือดกรุ๊ป B กลิ่นธรรมชาติของคนกรุ๊ปนี้ จะเป็นธาตุไม้ กลิ่นที่เหมาะคือ กลิ่นร้อนแรงของเนื้อไม้ กลิ่นเผ็ดร้อน ขิง เปปเปอร์มิ้นต์ โสม ชาเขียว ชาดำ แอปเปิ้ลแดง เชอร์รี่ดำ ทับทิม พริกไทย พิมเสน และไม้สัก

กรุ๊ป AB
เป็นกลุ่มที่มีวิวัฒนาการซับซ้อนมากขึ้น ค้นพบเมื่อประมาณ 1,000 - 1,500 ปีมานี้เอง กรุ๊ปนี้เป็นการผสมผสานระหว่างกรุ๊ปเลือด A กับ B รวมกัน ดังนั้นวิธีการกินที่เหมาะสมกับคนกรุ๊ปนี้เป็นการผสมผสานการกินมังสวิรัติหน่อยๆ กับการกินแบบกรุ๊ป B นิดๆ คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้มีจุดอ่อนเรื่องสุขภาพอยู่ที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และกรดในกระเพาะต่ำ โปรตีนกรุ๊ป AB จะมีกลิ่นใกล้เคียงกับสารเคมีที่ประกอบกันขึ้นมาจากส่วนต่างๆ ของพืช จึงออกสีเงิน

กลิ่นบำบัดที่เหมาะกับคนกรุ๊ป AB จะมีกลิ่นที่เป็นส่วนประกอบของแร่หลากหลายชนิดมารวมกัน เช่น แอลดีไฮด์ (ยูคาลิปตัส มะนาว ตะไคร้ ใบส้ม เกรปฟรุต และซีดาร์วู้ด) อะลูมิเนียม หินชนวน ก้อนกรวด และน้ำ

ขอบคุณข้อมูลจาก
คุณธันยวัลย์ สุนทรนนท์ ผู้เชี่ยวชาญการใช้กลิ่นบำบัดอโรมาเธอราพี ศูนย์ไทยเมดิคอลสปา ร.พ.นครธน และ น.พ.ชัชดนัย มุสิกไชย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือก รพ.นครธน

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!