โลกแฟชั่น ผู้นำหญิง สีสันบนรันเวย์การเมือง

โลกแฟชั่น ผู้นำหญิง สีสันบนรันเวย์การเมือง
นสพ.ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

ในยุค "สตรี" ครองตำแหน่ง "ผู้นำ" ในหลายประเทศทั่วโลก นับรวมทั้งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีเป็นสตรีอยู่ในอำนาจขณะนี้ถึง 17 คน  แน่นอนว่าแสงสปอตไลต์ที่ฉายลงมาบนผู้นำหญิงย่อมมีแสงสะท้อนกลับมากกว่าผู้นำบุรุษ นอกจากถูกจับจ้องเรื่องการบริหารงานแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้นำหญิงทั่วโลกเผชิญไม่ต่างกัน  นั่นก็คือ เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ทั้งแง่บวกและลบ แบบไม่มีข้อยกเว้นไม่ว่าจะสาวหรือแก่ อันเป็นส่วนประกอบสำคัญนำไปสู่ "ภาพลักษณ์" ที่จะเสริม "ภาพพจน์" ดูดีด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่มีความสัมพันธ์ทางอำนาจ ทอดสะพานให้ "แฟชั่น" เข้ามามีนัยแฝงในทางการเมืองเชิง "สัญญะ" ของผู้นำแต่ละบุคคลที่ใช้เป็นภาษาสื่อสารตัวตนให้โลกรับรู้

ดังที่หนังสือ "Dress for Success" ของ John T. Molloy เขียนไว้ว่า "พลังการแต่งตัว" มีผลต่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน เป็นกระแสที่เริ่มเกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษที่ 1970

จวบจนถึงปัจจุบันการแต่งกายของผู้นำหญิงก็ยังเป็นโจทย์ใหญ่สำคัญ เพียงแต่ไม่ได้แต่งเพื่อเสริมพลังหรืออำนาจเท่านั้น แต่จะแต่งอย่างไรไม่ให้ถูกกล่าวขวัญถึงในทางที่เสื่อมเสีย หรือกลายเป็นตัวตลก นั่นดูจะยากกว่า

ยกตัวอย่าง ผู้นำสตรีที่ทรงอำนาจมากที่สุดในโลกที่เหล่าสไตลิสต์อยากเข้าไปจัดตู้เสื้อผ้าให้ใหม่ นั่นคือ "อังเกลา แมร์เคิล" พญาอินทรีเหล็กเยอรมัน

ด้วยเอกลักษณ์ของ "บิสมาร์กหญิง" ผู้ไม่พิสมัยการแต่งตัว เอาเสียเลย โดดเด่นจนติด "แบล็กลิสต์" ผู้นำโลกแต่งกายสุดเฉิ่มจากโผของหลายสำนัก เธอจะเลือกใส่แต่สูทสไตล์เชย ๆ ตัวโคร่ง ๆ แบบเดิม ติดกระดุม 3-4 เม็ด ไล่เฉดสีให้ดูไม่ซ้ำกัน สวมทับเสื้อคอกลมข้างใน แม้จะนำสร้อยไข่มุกหวาน ๆ มาสวมแต่ก็เบรกความห้าวไม่อยู่

รูปร่างอวบสันทัด และคอค่อนข้างสั้น ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่มาสวมเสื้อคอกลมบวกสร้อยคอกลม ๆ ก็ยิ่งทำให้นางพญาแมร์เคิลดูอ้วนกลมเข้าไปใหญ่ จนแอบเห็นเธอนำผ้าพันคอมาช่วยอำพรางในบางครั้ง

ใช่ว่าท่านผู้นำหญิงจะไม่พยายามปรับลุกตัวเอง แต่ยิ่งพยายามกลับยิ่งถูกโจษจันกันไปทั่ว เมื่อครั้งลองแหกกฎเหล็กแปลงโฉมเป็นสาวเปรี้ยวในชุดเดรสคว้านคอลึกสุดใจ โชว์หน้าอกของท่านผู้นำวัยใกล้ 60 กลับเรียกเสียงในเชิงขวัญผวา ถึงขนาดบางคนพิพากษาห้ามให้แมร์เคิลแต่งตัวหวือหวาอีกเลย

แม้จะแต่งตัวสุดเฉิ่ม หน้าตาไร้สีสัน แต่พอผู้นำหญิงสวนกลับด้วยคำพูดประมาณว่า "คนฉลาดมีกึ๋น มีเรื่องจะพูด ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอางมาเรียกความสนใจ...!" แค่นี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว เสาหลักที่ยันไม่ให้วิกฤตยูโรล้มระเนระนาดก็มีชื่อ "อังเกลา แมร์เคิล" ติดอยู่ด้วย

อีกหนึ่งสตรีที่สปอตไลต์ฉายส่องคนล่าสุด ผู้นำหญิงใหม่แกะกล่อง "ปาร์ก กึน เฮ" ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ ลูกสาวคนโตของ "ปัก จุง ฮี" อดีตผู้นำจอมเผด็จการที่สร้างประเทศให้เป็นเสือเศรษฐกิจถึงทุกวันนี้

สีสันแฟชั่นของท่านผู้นำโสมขาวเปล่งประกายโดดเด่นทันทีในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ด้วยการเลือกเสื้อผ้าถึง 5 ชุดใส่ออกงานเพียงวันเดียว เพียงเปิดตัวก็แรงแบบไม่ธรรมดาแล้ว

ปาร์ก กึน เฮ แปลงโฉมเป็น "หญิงชุดดำ" ทั้งเสื้อโค้ต กางเกงสแล็ก ผ้าพันคอ และรองเท้าส้นสูง เป็นชุดค่อนข้างลำลองที่ใส่ออกมาเดินโบกมือทักทายประชาชนในสีหน้ายิ้มแย้ม บ่งบอกบุคลิกผู้นำในลุกสบาย ๆ ด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง สื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย

ก่อนจะสลัดเสื้อคลุมดำมาสวม "เสื้อโค้ตสีเขียวทหาร" ยาวเกือบถึงเข่า ติดเข็มกลัดรูปผีเสื้อแสนธรรมดาด้านซ้ายของเสื้อ ผ้าพันคอสีม่วงอ่อนๆ ตอนเดินขึ้นบัลลังก์กล่าวสุนทรพจน์สาบานตนต่อหน้าประชาชน 7 หมื่นคน

จากนั้นเปลี่ยนเป็นอีกชุดเข้าพิธีเก่าแก่ที่จัตุรัสคังฮวามุน ประกาศความเป็นชาตินิยมในชุด "ฮันบก" ที่เรียกว่า "ดูรูมากิ" เสื้อคลุมตัวนอกของบรรดาขุนนางสมัยโบราณ เป็นชุดสีแดงแซมสีทอง สวมทับชุดสีน้ำเงินสด

จนถึงเวลากลับเข้าทำเนียบบลูเฮาส์อีกครั้งในรอบ 33 ปี เปลี่ยนชุดที่ 4 มาใส่สูทสีเขียวเข้มทับเสื้อสีดำ สวมสร้อยไข่มุก ออกมารับผู้นำต่างชาติและแขกสำคัญที่มาร่วมงาน รวมถึงหารือแบบทวิภาคีกับนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ปิดท้ายด้วยการประกาศ "ความเป็นเกาหลี" ราวกับกำลังนั่งดูซีรีส์ย้อนยุค เมื่อเลดี้ปาร์ก กึน เฮ เดินออกมาในชุด "ฮันบกสีแดงสด" ตอนช่วงงานเลี้ยงอาหารค่ำ สังเกตว่าจะเลือกใส่ "ชุดสีแดง" ซึ่งเป็นสีประจำพรรคของเธอในงานนี้

สื่อเกาหลีใต้เผยว่า มาดามปาร์กไม่เคยใส่ชุดฮันบกให้สาธารณชนเห็นอย่างน้อย 15 ปีแล้ว

วิเคราะห์จากการแต่งกายของผู้นำหญิงวัย 61 ปี ในพิธีสาบานตน กำลังส่งสารให้โลกเห็นทั้ง "ความชาตินิยม" วางคู่ขนานกับ "ความสากล" อย่างไม่เคอะเขิน  นั่นอาจมีนัยบอกถึงความเป็นเกาหลีใต้ในยุคของ "ปาร์ก กึน เฮ" สตรีตัวเล็กที่ดูสง่างามสมกับตำแหน่งผู้นำประเทศ เลือกหยิบสีชุดที่สื่อถึงพลังและอำนาจ

เช่นเดียวกับ "จูเลีย กิลลาร์ด" นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของออสเตรเลีย ที่เลือกใช้สีแดงมาประดับศีรษะ โดดเด่นด้วย "สีผมแดงเพลิง" เอกลักษณ์ประจำตัว ที่มาพร้อม "แจ็กเกต" ประจำกาย ในพิธีทางการ กิลลาร์ดจะหยิบสูทลายทางสีดำมาเสริมความเคร่งขรึม ส่วนแจ็กเกตสีขาวจะใส่ต้อนรับอาคันตุกะคนสำคัญ จนได้รับฉายา "สูทการทูต" แม้จะปลื้มสูทขาวเพียงใด แต่ "สูทสีส้มสด" ต่างหากที่ถูกโฉลกเข้ากับบุคลิกของเธอ

ล่าสุดก่อนจะออกสร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศจะยุบสภาในอีก 6 เดือนข้างหน้า และจัดเลือกการเลือกตั้งใหม่ในเดือนกันยายนปีนี้ กิลลาร์ดโมดิฟายตัวเองใหม่ ทั้งรูปร่างที่เพรียวบางลง ใส่แว่นตาสร้างจุดเด่นบนใบหน้า แถมยังได้แรงบันดาลใจปรับทรงผมใหม่จากแฟนหนุ่ม "ทิม แมทธีสัน" ช่างทำผมมืออาชีพอีกด้วย

ด้านประธานาธิบดีคนสวยแห่งอาร์เจนตินา "คริสติน่า เฟอร์นันเดซ เดอ เคิร์ชเนอร์" ยังคงรักษาทรวดทรงองค์เอว และหน้าตาเป๊ะ สวนทางสังขารวัย 60 ปี พร้อมรับฉายาว่า "ควีน คริสติน่า" จากบุคลิกอันสง่างาม ภายใต้เสื้อผ้าแฟชั่นดูเนี้ยบตลอดเวลา และไลฟ์สไตล์ดูไฮโซหรูหรา

เลดี้เคิร์ชเนอร์ ถือเป็นหนึ่งในผู้นำหญิงที่กล้าสลัดกรอบการแต่งตัวแบบเดิม ๆ ไม่เดินตามแฟชั่นเสื้อผ้าผู้ชาย แต่เธอกลับดึง "ความเป็นหญิง" สื่อสารผ่านแฟชั่นแบบของเธออย่างลงตัว ไม่ต้องมัดผมตึงให้ดูทะมัดทะแมง แต่เลือกปล่อยผมยาวม้วนเป็นลอนคลาย ๆ และไม่เคยเปลือยหน้าเปล่าออกสื่อ

จนต้องยกตำแหน่ง "ผู้นำหญิง สาขาแฟชั่นนิสต้า" ให้เธอไปครอง การปรากฏตัวของเธอไม่เคยทำให้เหล่าดีไซเนอร์ผิดหวัง เปลี่ยนสีชุดเป็นว่าเล่น แต่ไม่เลอะเทอะเกินงาม เน้นชุดเดรสสีเดียวกับเสื้อโค้ตตัวยาว เช่น ชุดสีม่วงจดปลายเท้า  เพียงแค่ภาษาแฟชั่นหรูหราฟู่ฟ่าบนตัวเคิร์ชเนอร์ กลับทำให้พลังการประกาศ "นโยบายต่อสู้ความยากจน" ไม่ค่อยขลังนัก

กลับมาที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้มีสรีระทางร่างกายที่สมสัดส่วนเสริมให้บุคลิกภาพดูดี แถมยังอ่อนวัยกว่าผู้นำหญิงทั้งหมด ด้วยวัยย่าง 46 ปี ส่วนสูง 169 เซนติเมตร จึงเข้าได้กับทุกชุด ใส่ได้ทุกสี

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!