ย้อนยลเสน่ห์สุดงดงามของ ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5

ย้อนยลเสน่ห์สุดงดงามของ ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5
S! Women (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา



วันปิยมหาราช
ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของพสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ พระองค์จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช" ซึ่งมีความหมายว่า "พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน" ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็น "วันปิยมหาราช"

เพื่อเป็นการย้อนรำลึกถึงความสำคัญของรัชกาลที่ 5 Sanook! Women จะพาไปย้อนยลโฉมเสน่ห์สุดงดงามของ ชุดไทยในสมัยนั้นกันค่ะ 

ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5

สมัยรัชกาลที่ 5 ระยะเวลา 42 ปี (พ.ศ. 2411-2453)
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ถือเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงการแต่งกายของคนไทย เนื่องจากรัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสยุโรป และมีการนำแบบอย่างการแต่งกายของชาวยุโรปกลับมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย อีกทั้งในสมัยนี้ยังมีกำเนิดชุดชั้นในรุ่นแรกที่ดัดแปลงจากเสื้อพริ้นเซส ซึ่งต่อมาได้พัฒนาให้เป็นเสื้อชุดชั้นในที่เรียกว่า เสื้อคอกระเช้า ที่ยังคงเป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันนี้

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้มีการประกาศสวมเสื้อเข้าเฝ้า แต่ในเวลาปกติแล้วบรรดาขุนนาง เจ้านาย และเสนาบดียังนุ่งผ้าผืนเดียว ไม่สวมเสื้อ

การที่ไม่นิยมสวมเสื้อเพราะเสื้อผ้าหายากมีราคาแพงและทำความสะอาดลำบาก เนื่องจากไม่มีสบู่ใช้อย่างปัจจุบัน การทำความสะอาดต้องใช้ขี้เถ้ามาละลายน้ำซึ่งเรียกว่าด่างและใช้น้ำนี้มาซักผ้า น้ำด่างนี้ยังกัดเสื้อผ้าให้เปื่อย ขาดง่าย ไม่ดีเหมือนใช้สบู่อย่างสมัยต่อๆ มา ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ สบู่หายาก จึงได้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ผงซักฟอกเข้ามาแทนที่และเป็นที่นิยมใช้กันเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักดีว่า การแต่งกายดังกล่าวย่อมเป็นดูหมิ่นเหยียดหยามของชาวต่างประเทศที่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ และเป็นเวลาที่จะเสด็จประพาสต่างประเทศ(สิงคโปร์และชวา) เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๔๑๓ จึงมีพระราชดำริที่จะเปลี่ยนแปลงเครื่องแต่งกายตามแบบฝรั่ง เพื่อแสดงความเป็นอารยประเทศ 

ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5

สมัยรัชกาลที่ 5 ตอนต้น
การแต่งกายของหญิง: ผู้หญิงจะนุ่งผ้าลายโจงกระเบน เสื้อกระบอก แขนยาว ผ่าอก ห่มผ้าแพร จีบตามขวาง สไบเฉียงทับบนเสื้ออีกชั้นหนึ่ง ถ้าอยู่บ้านจะห่มแต่สไบ ไม่สวมเสื้อ เมื่อมีงานพิธีจะนุ่งห่ม ผ้าตาด เลิกไว้ผมปี และหันมาไว้ผมยาวประบ่า

ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5

สมัยรัชกาลที่ 5 ตอนกลาง
การแต่งกายของหญิง: ผู้หญิงจะนุ่งผ้าจีบไว้ชายพกแต่หากมีงานพิธีก็ยังคงให้นุ่งโจงกระเบนอยู่ สวมเสื้อแบบตะวันตกแขนยาว ต้นแขนพองแบบหมูแฮม ปกคอตั้ง มีผ้าแพรหรือผ้าห่มสไบเฉียงทับตัวเสื้ออีกที ไว้ผมยาวเสมอต้นคอ สตรีชาววังจะมีผ้าแพรชมพูปักดิ้น มีลวดลายตามยศพระราชทาน สวมรองเท้าบูทและถุงเท้า

ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5ชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5

สมัยรัชกาลที่ 5 ตอนปลาย
การแต่งกายของหญิง: ผู้หญิงจะนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อแพรไหม ลูกไม้ ตัดแบบตะวันตก แขนยาว พองฟู เอวเสื้อเข้ารูป มีการคาดเข็มขัดหรือสายห้อยนาฬิกา มีสายสะพายผ้าแพร สวมถุงเท้ามีลวดลายและรองเท้าส้นสูงให้ไว้ผมทรงดอกกระทุ่ม และมักนิยมเครื่องประดับมุกสายสร้อยหลายชั้น

สตรีสมัยนี้เริ่มใช้เครื่องสำอางอย่างชาวตะวันตกบ้าง นิยมใช้เครื่องประดับสร้อยข้อมือ สร้อยคอ สร้อยตัว (สร้อยเฉลียงบ่า) แหวน กำไล ใส่ตุ้มหูบ้างแต่มักไม่ค่อยใส่กัน เข็มขัดทอง เงิน นาก ถ้าเป็นคนชั้นสูงที่นุ่งจีบจะต้องใช้เข็มขัดคาด ก็มักจะใช้เข็มขัดทองทำหัวมีลวดลายงดงามลงยาประดับเพชรพลอย 

แม้การแต่งกายด้วยชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5 หรือในอดีตกาลที่ผ่านมาจะไม่ค่อยเห็นมากเท่าไหร่นัก แต่ ณ ปัจจุบันก็ได้รับความนิยม ถูกนำมาประยุกต์ใส่ตามงานสำคัญต่างๆ ที่เห็นได้มากก็ "งานแต่งงาน" เพื่อเป็นการอนุรักษ์ในความเป็นไทย ให้ถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน มาใส่ชุดไทย หรือผ้าไทยกันค่ะ ^^

ขอบคุณข้อมูลประกอบhttp://www.silpathai.net/, http://www.human.cmu.ac.th/

ขอบคุณภาพประกอบhttp://tj-james.weloveshopping.com/http://www.weweddingguide.com/http://www.lorrabymso.com/