BODY LANGUAGE การสื่อความหมายมีได้มากกว่าคำพูด

BODY LANGUAGE การสื่อความหมายมีได้มากกว่าคำพูด
สุดสัปดาห์

สนับสนุนเนื้อหา


Brassiere Beginnings จุดเริ่มต้นของการสื่อภาษาทางกาย ผ่านบราเซียตัวสวย และกางเกงในตัวจิ๋ว Mary Phelps Jacob and the Brassiere แรกเริ่มการจดลิขสิทธิ์ของชุดขั้นใน หรือ บราเซีย มีครั้งแรก โดยสาวสังคมของนิวยอร์ค ที่ชื่อ Mary Phelps Jacob ในปีค.ศ.1913 สาเหตุเริ่มมาจากวันหนึ่ง Mary ซื้อเสื้อคลุมตัวยาวไว้เพื่อออกงานสังคมหรูหรา แต่ชุดชั้นในที่มีอยู่ในขณะนั้นเป็นเพียง คอร์เซต ตัวแข็งทื่อที่มีโครงทำจากกระดูกปลาวาฬ หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้ว เธอเห็นว่าโครงของคอร์เซตโผล่ออกมาจากเสื้อคลุม ทำให้เสื้อคลุมตัวสวยด้อยความงามไปทันที เธอจึงหันมาใช้ริบบิ้นสีชมพูเป็นสายพาดกับไหล่ผูกกับผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่จับมุมเป็นเหลี่ยมใช้ประคองหน้าอก ผูกใต้หน้าอกแทนคอร์เซตแบบเดิม ซึ่งต่อมาในเวลาไม่นาน บราเซียในแบบของ Mary เป็นที่ยอมรับและกล่าวขานในวงการแฟชั่นแล้วจึงค่อยๆ พัฒนามาเป็น Backless Brassiere ในปัจจุบัน วัดขนาดจากอะไรนะ ขนาดของหน้าอกหน้าใจสาวๆ ไม่ได้เป็นขนาดเดียวเสมอไปนะจ๊ะ มีเงื่อนไขอีกมากมายที่ทำให้ขนาดและรูปทรงของหน้าอกเปลี่ยนไปเช่น น้ำหนักตัวที่ลดลงจะทำให้หน้าอกเล็กลงไปด้วย ทางที่ดีเราควรจะวัดขนาดของหน้าอกทุก 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละครั้ง ซึ่งพนักงานขายชุดชั้นในแต่ละยี่ห้อยินดีที่จะให้คำแนะนำและเลือกขนาดที่เหมาะสมกับหน้าอกของคุณ วิธีง่ายๆ ที่จะวัดขนาดของหน้าอกด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญมากที่สุดของการวัดขนาดที่แน่นอนของหน้าอกคือ การวัดขนาดหน้าอกตอนที่ไม่ได้ใส่ชุดชั้นในเสริมทรง(ชุดชั้นในที่มีฟองน้ำเสริม) ใช้สายเทปวัดใต้หน้าอกให้แนบกับรอบลำตัวช่วงใต้อก ได้ตัวเลขเท่าไหร่ให้บวกเข้าไปอีก 5 จะได้ขนาดของชุดชั้นใน เช่น 32 ,34 ส่วนขนาดของคัพ วัดด้วยการใช้สายวัดวัดรอบหน้าอก บนส่วนที่สูงที่สุดของหน้าอก ความต่างของรอบอก กับ หน้าอกจะได้ขนาดของคัพ เช่น * 1 นิ้ว = A * 2 นิ้ว = B * 3 นิ้ว = C * 4 นิ้ว = D * 5 นิ้ว = DD * 6 นิ้ว = DDD Brassiere glossary Convertible Bra เสื้อชั้นในแบบปรับสายได้ บางแบบสามารถปรับสายได้หลายแบบด้วยกัน เช่น ปรับสายให้เป็นห่วงคล้องคอ ปรับสายเป็นสายเดี่ยวไขว้พาดหลัง เป็นต้น Cookie เสื้อชั้นในที่มีซิลิโคนดันทรงและสามารถถอดออกได้ บางครั้งอาจจะไม่ใช่ซิลิโคนแต่เป็น น้ำ น้ำมัน หรือเจลก็ได้ ข้อดีของวัสดุเสริมทรงแบบนี้คือ สามารถปรับ เปลี่ยนได้ตามรูปทรงของหน้าอก Demi-bra เสื้อชั้นในแบบ Low-cut ส่วนใหญ่จะปิดแค่ครึ่งทรง เพื่อโชว์เนินอก สายเสื้อชั้นในแบบนี้มักจะกว้างออกไปด้านข้างมากกว่าแบบปกติ เพื่อที่จะใส่กับเสื้อที่คอกว้างและค่อนข้างลึก Foam cup เสื้อชั้นในแบบเสริมทรงด้วยฟองน้ำ มีไว้เพื่อเสริมหน้าอกให้ได้รูปทรงที่สวยงาม รวมถึงเวลาใส่เสื้อที่แนบลำตัวจะปลอดภัยจากการที่..................โผล่ออกมา Front cover เสื้อชั้นในแบบปิดทรงจากด้านข้างมาถึงกึ่งกลางหน้าอก เหมาะสำหรับใส่กับเสื้อคอแหลมลึกหรือคอวี Halter เสื้อชั้นในแบบที่ใช้สายเสื้อแขวนรอบคอแทนไหล่สองข้าง(ส่วนใหญ่จะเป็นแบบปรับสายได้หลายแบบ) Lined Cup เสื้อชั้นในแบบที่เพิ่มแผ่นดันทรงมากกว่าปกติ Minimizer เสื้อชั้นในที่ใส่พื่อกระชับทรวงอกทำให้หน้าอกมีขนาดเล็กลงอย่างน้อย 1.5 - 1.75 นิ้ว ข้อควรระวังของการเลือกใส่เสื้อชั้นในแบบนี้ก็คือหน้าอกของคุณจะเบียดชิดกันมากกว่าปกติ Longline เสื้อชั้นในแบบเต็มตัว (เกาะอกแบบเต็มตัว) รัดตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นมาจนถึงหน้าอก ทำให้หน้าอกดูอวบอิ่มขึ้นในขณะที่เอวดูเล็กลง Molded-cup ชุดชั้นในแบบเป็นโครงแข็งช่วงหน้าอก ชุดชั้นในประเภทนี้ใส่เพื่อสร้างรูปร่างหน้าอกขึ้นมาใหม่ด้วยแพทเทิร์นของตัวมันเอง มักจะเป็นแบบไม่มีตะเข็บและรอยต่อใดๆ Padded ชุดชั้นในแบบเสริมทรงทำให้หน้าอกดูใหญ่กว่าปกติ Push up ชุดชั้นในแบบเสริมแผ่นฟองน้ำด้านล่างของคัพเพื่อทำให้หน้าอกดูเต็มและอวบอิ่มขึ้น Racerback ชุดชั้นในแบบที่มีตะขอเกี่ยวสายเข้ามาใกล้กึ่งกลางของหน้าอกมากกว่าปกติ เพื่อให้สายเกี่ยวบนไหล่เป็นรูปตัว วี เหมาะกับคนที่ไหล่ลาดและมักจะมีปัญหาสายเสื้อชั้นในตกลงมาจากไหล่ Seamed ชุดชั้นในแบบที่เย็บตะเข็บเพื่อช่วยในการสร้างรูปทรงของหน้าอกให้ชัดเจนขึ้น ตะเข็บแนวขวางจะทำให้รูปทรงของหน้าอกดูสวยได้รูปมากขึ้น ตะเข็บที่เย็บเฉียงด้านข้างจะเหมาะกับคนที่หน้าอกค่อนข้างห่างเพราะจะช่วยเก็บเนื้อด้านข้างของหน้าอกเข้ามาทำให้หน้าอกสวยได้รูปทรงมากยิ่งขึ้นเช่นกัน Seamless ชุดชั้นในแบบที่ไม่มีตะเข็บหรือรอยเย็บใดๆ บนทรงเลย เหมาะสำหรับใส่กับเสื้อยืดแนบลำตัว Shelf bra ชุดชั้นในที่เหมือนกันกับแบบ Demi bra แต่ความลึกของเต้ามีน้อยกว่า ประคองทรงได้น้อยกว่า Soft cup ชุดชั้นในแบบที่ไม่มีโครงลวดเพื่อดันทรง ไม่มีฟองน้ำเพื่อเสริมทรงหรือโครงใดๆ เพื่อสร้างทรงของหน้าอก เป็นชุดชั้นในที่สวมใส่สบายมากที่สุดแบบหนึ่ง แต่มาสามารถเก็บทรงได้จึงไม่เหมาะกับสาวๆ ที่ค่อนข้างมีหน้าอก Strapless ชุดชั้นในแบบมีโครงดันทรงแทนสายเสื้อชั้นใน โครงดันทรงส่วนใหญ่มักจะทำจากซิลิโคนเพื่อช่วยไม่ให้เลื่อนหลุดเมื่อสวมใส่ Underwire เสื้อชั้นในแบบเสริมโครงใต้ทรง อาจจะใช้โครงลวด หรือวัสดุอื่นๆ ได้แต่ต้องมีพลาสติกหุ้มทับอีกชั้นเสมอ ทำให้หน้าอกเป็นทรงที่กระชับมากขึ้น แนะนำสำหรับสาวๆ ที่มีคัพ B ขึ้นไป ชุดชั้นในสำหรับกีฬา Sport Bras ชุดชั้นในสำหรับเล่นกีฬาเกิดขึ้นจากความต้องการชุดชั้นในที่สามารถสวมใส่เพื่อเพิ่มความกระชับและรองรับแรงกระแทกต่างๆ ขณะเคลื่อนไหวที่เกิดจากการเล่นกีฬา สิ่งสำคัญที่เป็นหัวใจหลักของชุดชั้นในสำหรับเล่นกีฬาก็คือ เนื้อผ้าที่กระชับและยืดหยุ่นสอดคล้องกับการเคลื่อนไหว Compression bra เป็นชุดชั้นในสำหรับการออกกำลังกายหนักระดับที่หนึ่ง ให้ความกระชับและรองรับการเคลื่อนไหวขณะเล่นกีฬาได้ดีระดับหนึ่ง เหมาะสำหรับสาวนักกีฬาที่มีหน้าอกเล็ก สำหรับสาวนักกีฬาที่มีหน้าอกคัพ C ขึ้นไปก็สามารถใส่ได้แต่ควรเล่นกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวไม่มากนัก Construced/encapsulation bras เป็นชุดชั้นในสำหรับออกกำลังกายที่ใกล้เคียงกับชุดชั้นในปกติมากที่สุด บางครั้งยังสามารถเสริมโครงได้อีกด้วย สิ่งที่พิเศษกว่าคือการตัดเย็บที่ทำขึ้นเพื่อกระชับทรวงอกมากเป็นพิเศษ รวมถึงการเลือกใช้เนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และแห้งเร็ว Fabrics สำหรับการออกกำลังกายเนื้อผ้าเป็นปัจจัยหลักในการกระชับทรวงอก เนื้อผ้า Lycra เป็นผ้าที่ดีที่สุดสำหรับการรองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการออกกำลังกาย รองลงมาคือผ้าคอตตอนซึ่งเป็นเนื้อผ้าที่ซับเหงื่อได้ดี โดยเฉพาะ คอตตอนแท้ 100 % หรือจะเป็นผ้าชนิดพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับระบายเหงื่อที่เกิดจากการออกกำลังกายโดยเฉพาะ คือ ผ้าที่เรียกว่า คูลแมกซ์(Cool Max) ไม่ว่าคุณจะใส่ชุดชั้นในแบบด้านหลังเต็ม ส่วนใหญ่ตะขอสำหรับเกี่ยวจะอยู่ด้านหน้า และมีข้อดีคือหน้าอกจะดูอวบอิ่มมากกว่าแบบตะขอหลัง โครงเสริมใต้อก เมื่อทดลองใส่เสื้อชั้นใน โครงลวดสำหรับเสริมทรงจะต้องแนบกับรอบลำตัวใต้หน้าอก ไม่ควรเกิดช่องว่างระหว่างชุดชั้นในกับหน้าอกของคุณ แผ่นเสริมทรงสำคัญมาก ถ้าตอนลองชุดชั้นในตัวนั้นในห้องลองรู้สึกไม่สบายตัวเพราะแผ่นเสริมทรง แน่ใจได้เลยว่ามันจะเจ็บใต้รอบอกและไม่สบายตัวแน่ๆ เมื่อต้องใส่ชุดชั้นในตัวนั้นทั้งวัน ขนาดของทรง เมื่อลองใส่ชุดชั้นในทุกครั้ง หน้าอกควรจะพอดีกับทรงของชุดชั้นใน หน้อกควรเต็มทรงของชุดชั้นโดยที่ไม่มีรอยย่นของเนื้อผ้า รอยย่นของทรงชุดชั้นในเกิดจากขนาดที่ใหญ่เกินไปลองมองหาไซส์ขนาดที่เล็กลงกว่าเดิมอีกหนึ่งไซส์ หรือ ถ้าหน้าอกล้นออกมาจากทรงของชุดชั้นในก็หมายถึงชุดชั้นในที่ลองมีขนาดเล็กเกินไป ถ้าลองแล้วขนาดของหน้าอกไม่พอดีทั้งสองขนาดให้ลองมองหาแบบชุดชั้นในแบบที่เป็นผ้ายืด เพราะเนื้อผ้าสามารถขยายออกได้เล็กอีกน้อย การปรับสายเสื้อชั้นในอาจช่วยได้บ้างในกรณีที่เสื้อชั้นในใหญ่กว่าหน้าอกเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นแบบที่ชอบมากจริงๆ แล้วมีขนาดใหญ่เกินไปแผ่นฟองน้ำเสริมหน้าอกอาจจะช่วยได้ ด้านหน้าของชุดชั้นใน ด้านหน้าของชุดชั้นใน ควรจะบางและแบนราบมากที่สุดเพื่อจะได้ไม่กดกระดูกกลางหน้าอกเวลาสวมใส่ สายปรับชุดชั้นใน สายปรับชุดชั้นในควรจะเป็นสายที่มีความกว้างพอสมควรเพื่อช่วยในการกระชับหน้าอก สายที่แบนมักจะไม่เลื่อนตกจากไหล่ง่ายเหมือนสายเสื้อชั้นในแบบกลม เลือกตัวล็อคสายเสื้อชั้นในให้ดี โดยใช้นิ้วมือลูบดูว่ามีรอยแหลมของเนื้อพลาสติกหรือไม่เพราะเวลาใส่ ส่วนแหลมจะโดนเนื้อทำให้เกิดความรำคาญได้และที่สำคัญวิธีการปรับสายเสื้อชั้นในควรจะทำได้ง่ายและสามารถล็อคอยู่โดยไม่เลื่อนออกขณะใส่ ป้ายยี่ห้อหรือขนาด ยี่ห้อของชุดชั้นในมักจะเย็บอยู่ด้านในข้างลำตัว ป้ายที่จะทำให้คุณไม่รำคาญเวลาสวมใส่ควรจะบางและแนบไปกับลำตัวด้านข้างของผู้สวมชุดชั้นในเสมอ สังเกตได้ง่ายว่า ชุดชั้นในนั้นใหญ่เกินไปถ้าป้ายยี่ห้อเลื่อนค่อนไปทางด้านหลัง หรือเล็กเกินไปถ้าป้ายเลื่อนมาทางด้านหน้า สัญญาณเตือนภัยที่จะบอกคุณว่า ชุดชั้นในตัวนี้ไม่เหมาะกับคุณ * รอยแดงบนไหล่ที่เกิดจากสายชุดชี้นในกด * หน้าอกที่ล้นออกมาจากทรงของชุดชั้นใน * ส่วนกลางของชุดชั้นใน(ระหว่างคัพทั้งสอง)ไม่แตะพอดีกับกระดูกกลางหน้าอก * หรือสัญญาณเล็กๆ น้อยๆ ของสุขภาพที่ดูเหมือนไม่น่าจะเกิดจากการใส่ชุดชั้นในผิดขนาด เช่น ปวดหลัง หรือแม้กระทั่งการเป็นไมเกรน ทั้งหมดเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นได้จาก สายชุดชั้นในที่แน่นหรือกดทับมากเกินไปทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก แบบไหนถึงจะเหมาะกับคุณ สาวหน้าอกเล็ก สาวที่มีหน้าอกหน้าใจเล็กน้อยไม่ต้องเสียใจไป หน้าอกคุณดูก็ดูสวยแบบของคุณได้ในชุดชั้นในแบบครึ่งทรง หน้าอกคุณจะดูสวยมากเป็นพิเศษ แผ่นเสริมทรงที่รองใต้คัพจะทำให้หน้าอกของคุณดูเอิบอิ่มมากขึ้น อย่าเลือกชุดชั้นในแบบที่มีแพทเทิร์นส่วนคัพเป็นแบบ Square-cut เพราะจะทำให้หน้าอกของคุณดูมีรูปทรงที่ไม่เป็นธรรมชาติ สาวหน้าอกใหญ่ หน้าอกใหญ่ได้มาพร้อมกับน้ำหนักที่หลังต้องแบกรับภาระมากขึ้น ฉะนั้น สายเสื้อชั้นในที่มีขนาดกว้างจะช่วยรับน้ำหนักได้มากขึ้น เสื้อชั้นในแบบเต็มทรงเหมาะกับสาวที่มีหน้าอกใหญ่เพราะจะทำให้หน้าอกดูกระชับและเก็บทรงได้มากขึ้น โครงลวดเสริมทรงก็เป็นอีกอย่างที่ช่วยทำให้หน้าอกดูกระชับเป็นรูปทรงมากขึ้น เสื้อชั้นในแบบเรียบไม่มีรอยต่อยของลูกไม้ ไร้ตะเข็บหรือรอยต่อของเนื้อผ้า จะช่วยเก็บทรงให้ดูกระชับมากขึ้นด้วย วิธีดูแลรักษาเสื้อชั้นใน ชุดชั้นในควรซักด้วยมือเท่านั้น เพื่อเป็นการถนอมเนื้อผ้าและสีของชุดชั้นในควรตากชุดชั้นในในที่ที่ไม่โดนแดดแต่อากาศถ่ายเทสะดวก ความจริงสนุกๆ เกี่ยวกับชุดชั้นใน > ขนาดของหน้าอกสามารถเพิ่มขนาดจาก 34 B เป็น 36 C ภายในเวลา 10 ปี > เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ขนาดหน้าอกที่คัพ DD เป็นสิ่งที่แปลกประหลาด แต่ในปัจจุบันขนาดหน้าอกคัพ G กลายเป็นสิ่งปกติ สาเหตุเนื่องมาจาก ยาคุมกำเนิด และการลดน้ำหนักที่ผิดปกติ > เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เด็กวัยรุ่นเริ่มใส่ First Bra เมื่ออายุ 12-13 ปี แต่ในปัจจุบันเด็กวัยรุ่นเริ่มใส่เป็น First Bra เมื่ออายุ 8-9 ปี > สีของชุดชั้นในที่ขายดีที่สุดในปัจจุบันคือ สีขาว รองลงมาคือสีครีม ในปี 1971 สีชุดชั้นในที่นิยมมากที่สุดคือสีที่ใกล้เคียงกับผิวจริงมากที่สุด สีโอลด์โรสเป็นสีที่นิยมที่สุดในปี 1920 - 1950 > ขนาดของเสื้อชั้นในที่เหมาะสมสังเกตได้จาก > เวลายกแขนขึ้นเหนือศีรษะชุดชั้นในยังคงกระชับกับรอบลำตัว ถ้าชุดชั้นในเลื่อนขึ้นไปด้วยนั่นหมายถึงคุณกำลังใส่ชุดชั้นในขนาดใหญ่เกินไป > สายเสื้อชั้นในไม่ไหลเลื่อนตกลงมาจากไหล่ การที่สายเสื้อชั้นในเลื่อนลงมาหมายถึงคุณต้องปรับสายให้กระชับเข้าไปอีก หรืออาจจะต้องเลือกเสื้อชั้นในที่ขนาดของสายกว้างกว่าเดิม > รอบลำตัวของเสื้อชั้นในต้องไม่รัดแน่นมาก วิธีตรวจดูแบบง่ายๆ คือสามารถใช้นิ้วสอดเข้าไปใต้รอบลำตัวได้ -------------------------------------------------------------------------------- จาก...คอลัมน์ Style File นิตยสารสุดสัปดาห์ ฉบับ 566 ปักษ์แรก เดือนกันยายน 2549 ++ รับ sms อ่านเคล็ดลับ tips ดีๆ น่ารู้ Update ให้คุณทุกวัน รายละเอียด AIS กด *48880521118 Dtac กด *19888821118 True Move กด *48880521118

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!